ทอม อิศรา

[สัมภาษณ์] ‘ทอม อิศรา’ ในวันที่เป็น ‘TOM ISARA’ แบบไม่มีอะไรต่อท้ายชื่อ

ตั้งแต่ที่ ‘ทอม อิศรา กิจนิตย์ชีว์‘ ทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก เรามักรู้จักเขาในฐานะที่เขามีชื่อห้อยท้ายตามมาโดยตลอด ทั้ง ‘ทอม ส้มฉุน’ ในละครเรื่อง ‘เรือนมยุรา’ จนกระทั่งเขาโตขึ้น และกลายมาเป็นนักร้องในฐานะศิลปินวง ‘ทอม ROOM39’ และพลิกชีวิตแบบข้ามคืน กับการสวม ‘หน้ากากทุเรียน’ ในรายการ ‘The Mask Singer’

ณ ตอนนี้ เขากลายเป็น ‘TOM ISARA’ ในแบบที่ไม่มีอะไรต่อท้ายชื่ออีกต่อไป พร้อมกับฐานที่มั่นที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยว สร้างผลงานเพลงเอง ลงทุนเอง เปิดแชนแนลเองแบบไม่พึ่งพาระบบค่าย เพื่อหวังต่อยอดความรักในการเป็นศิลปินของเขา

‘TOM ISARA’ ในวันนี้เป็นใคร เขากำลังจะ “ไปต่อ” ในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างไร เขาพร้อมแล้วที่จะค่อย ๆ เล่าให้เราฟัง


ชมบทสัมภาษณ์ ‘ทอม อิศรา’ ในรูปแบบคลิปได้ที่นี่


บทที่ 1

‘ทอม อิศรา’

ทอม อิศรา

เท่าที่ทราบก็คือ ตอนนี้คุณออกมาทำเพลงเองแล้ว ลงทุนเอง ทำโปรดักชันเอง ทำแชนแนลเอง จุดเริ่มต้นมาจากไหน

จุดเริ่มต้นมันมาจากที่ตอนนี้ เรามาเป็น ‘ทอม อิศรา’ แล้วเนี่ย เราออกมาจากวง ‘ROOM39’ แล้ว ก็เลยต้องออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบต่อไป แต่ว่าจะด้วยวิธีไหนดี ก็เลยลองมานั่งคิดว่า เอ๊ะ ถ้าเราไม่ได้อยู่ในค่ายแล้ว เราจะสามารถทำเองได้หรือเปล่าวะ

ตอนแรกที่เริ่มต้นก็ยากนะ มันก็เป็นการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งเหมือนกัน จากที่เราเองเคยอยู่ค่ายมาแล้วร่วมสิบปี แต่การที่เราลองออกมาทำอะไรด้วยตัวเองมันก็เป็นสิ่งที่ท้าทายดี จากที่เราเคยได้เห็นพี่ ๆ หรือผู้ใหญ่ในค่ายทำให้เราเห็น เราก็ไปเรียนรู้จากตรงนั้นมา

แต่ทุก ๆ อย่างมันก็ต้องเกิดขึ้นมาจากทีมเวิร์ก จะให้ผมทำเองคนเดียวหมดมันก็คงทำไม่ได้ขนาดนั้นหรอก มันก็ต้องมีทีมงาน มีน้อง ๆ หลังบ้านเข้ามาช่วยประชุมกัน วิเคราะห์ วางแผนไปด้วยกัน ซึ่งมันก็สนุกดีไปอีกแบบนะครับที่ได้เรียนรู้ และผมเองก็ยังโชคดีมาก ๆ ที่มีพี่ ๆ ที่เรารู้จักจากค่ายต่าง ๆ เช่น LOVEiS หรือ BEC หรือหลาย ๆ ค่ายก็ยื่นมือเข้ามาช่วย

ทอม อิศรา

พอจะเล่าได้ไหมว่าแต่ละส่วนยื่นมือเข้ามาช่วยคุณอย่างไรบ้าง

พี่ ๆ ทีมงานทุกคนจากค่ายต่าง ๆ พร้อมให้คำปรึกษาผมทั้งหมดเลยครับ หรือแม้กระทั่งศิลปินต่าง ๆ อย่างเช่นพี่ตู่ ภพธร พี่ ๆ วงลิปตา อะไรแบบนี้ครับ เราคุยกันเหมือนเพื่อน จนเหมือนเป็นคอมมูนิตีเล็ก ๆ ที่ศิลปินต่าง ๆ มานั่งคุยกัน มาคอยช่วยกันหาทางออกในแต่ละเรื่อง

แน่นอน คนก็จะสงสัยว่า ทำไมไม่ไปสังกัดกับค่ายล่ะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าคุณกำลังจะไปสังกัดค่ายใหญ่ด้วย

จริง ๆ แล้วผมว่า การที่เราอยู่ด้วยตัวเองแบบ Independence กับการอยู่ในค่าย ความรู้สึกมันก็ต่างกันนะ ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งผมเองก็รู้ทั้งข้อดีข้อเสียอยู่แล้วแหละ แต่ผมก็ยังอยากที่จะลองทำสิ่งต่าง ๆ ที่ผมคิด ทำในสิ่งที่ผมอยากทำให้ออกมาด้วยตัวผมเองจริง ๆ มากกว่า

ในแง่หนึ่ง ก็เข้าใจด้วยว่าการทำเพลงในค่ายมันก็คือการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมอยากทำตอนนี้คือ ผมอยากใช้ไอเดียที่ผมมี อยากใช้เงินที่ผมมี ในการสร้าง ในการปลดปล่อยงานศิลปะชิ้นนี้ออกไป โดยที่ผมไม่ได้คาดหวังมากว่ามันจะต้องสร้างเงิน สร้างรายได้ให้มหาศาลถึงร้อยล้านขนาดนั้น แต่ผมแค่อยากจะลองทำแบบนี้ดู อยากรู้ว่าเพลงแบบนี้ที่ผมทำ ถ้าปล่อยออกไปช่วงนี้มันจะสื่อสารอะไรกับคนได้บ้าง คนจะชอบในสิ่งนี้ ในสิ่งที่ผมเป็นหรือเปล่า

ผมคงจะรู้สึกดีมาก ๆ ถ้าสิ่งที่ผมทำขึ้นมาแล้วมีคนชอบ เหมือนว่าถ้ามีคนวาดรูปรูปหนึ่ง ปรากฏว่ามีคนชอบ มีคนประมูลขึ้นไปถึงร้อยล้าน

ทอม อิศรา

แต่มันจะง่ายกว่าไหม ถ้าอยู่ค่ายแล้วมีคนลงทุนให้ ทำโปรโมตให้ ส่วนคุณเองก็แค่โฟกัสกับการทำเพลงไปอย่างเดียว

มันดีตรงที่มีคนลงทุนให้ มีคนคิดให้อยู่แล้ว มีทีมงานคอยช่วยซัปพอร์ตเราตลอดเวลา ดีตรงที่ไม่ต้องเสียเวลาจ้างทีมงาน จ้างพนักงานด้วย แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะเรียนรู้ อยากลองเป็นตัวเอง อยากพิสูจน์ตัวเอง อะไรแบบนี้ครับ โดยที่ผมเองก็มองข้ามในจุดนั้นไป จุดที่ว่าคนจะเอาเราไปเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนไหม เอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ หรือเปล่า ซึ่งมันก็เป็นการฝึกให้ผมแข็งแกร่งขึ้นนะ

เพราะว่าถ้าผมยังคงอยู่ในค่าย ผมก็คงจะทำแบบเดิมไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าในวันหนึ่ง ผมจะไปอยู่ที่จุดไหน ผมก็ยังมองตัวเองไม่ออกเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเราวางแผนให้ตัวเองก่อนดีไหมว่าเราจะไปทางไหนดี แบบไหนที่เวิร์กสำหรับเรา

ทอม อิศรา

ณ ตอนนี้ คุณเป็น ‘ทอม อิศรา’ ที่ไม่ได้มีอะไรมาต่อสร้อยท้ายชื่อ คุณกลัวไหมว่า ผลงานเพลงที่คุณทำเอง อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อน

ผมไม่กังวลนะ ผมรู้สึกว่า ผมต้องสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเองสิ ผมคิดว่า ผมจะเป็น ‘ทอม อิศรา’ ยังไงให้คนจดจำในสิ่งที่ผมทำด้วยตัวเอง คือผมเองมีโอกาสได้อยู่ในวงการนี้มานานมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่สมัยก่อนตอนเด็ก ๆ ที่ผมเล่นละคร คนก็เรียกผมว่า ‘ส้มฉุน’ พอโตขึ้น คนก็จะเรียกผมอีกแบบหนึ่ง เป็น ‘ทอม ROOM 39’ อีกช่วงหนึ่ง คนก็มาเรียกผมว่า ‘หน้ากากทุเรียน’

มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อยู่แล้วครับ ผมคงไม่สามารถอยู่วงการเดิมได้ไปตลอดชั่วชีวิต ผมอยากสร้างอะไรใหม่เรื่อย ๆ มากกว่า อยากให้คนเห็นผมในหลาย ๆ ด้าน แล้วก็อยากให้ตัวเราเองมีความสามารถหลาย ๆ ด้านด้วยแหละ มากกว่าที่จะหากินกับของเก่าไปตลอด

อยากรู้ในเชิงเทคนิคนิดหน่อยว่า การที่จะมาทำเพลงเอง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

จริง ๆ มันก็ไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายเสียทีเดียว ทุก ๆ อย่างมันก็มีความยากง่าย อย่างตอนนี้ที่ผมกำลังทำเพลงเองใช่มั้ยครับ อย่างเรื่องของโปรดิวเซอร์ ก็ต้องมองก่อนว่าเราอยากจะสื่อสารอะไร เนื้อหาเป็นยังไง Key Message คืออะไร มีอะไรบ้าง อยากได้ซาวนด์ออกมาเป็นแบบไหน แล้วเราก็ค่อยไปหาโปรดิวเซอร์ที่เหมาะกับแนวเพลงนั้นจริง ๆ คนเขียนเพลงที่เล่าเรื่องราวแล้วเรารู้สึกจริง ๆ

ซึ่งตรงนี้เราสามารถเลือกได้ ในขณะที่เราอยากลองทำงานกับคนเดิม ๆ ไหม หรือลองเปลี่ยนทีมงานใหม่ ๆ ดู ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทดลองไปเรื่อย ๆ ไม่ได้รู้สึกว่ามันยากจนรู้สึกท้ออะไรขนาดนั้น


บทที่ 2

อิศรา กิจนิตย์ชีว์

ทอม อิศรา

คุณเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็กเลย คุณพอนึกออกไหมว่าเป็นเพราะอะไร

เท่าที่ผมจำได้นะ ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ ทุกคนจำได้หรือเปล่า คือผมเป็นคนที่ชอบแสดงออก ชอบเต้น ชอบร้อง ที่บ้านก็จะเลยจะให้ไปเต้น ไปร้องเพลงในงานโรงเรียน อะไรแบบนี้ครับ มันก็เป็นความสุข ความสนุกแบบเด็ก ๆ ที่ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่ จนกระทั่งอายุประมาณสิบกว่าขวบ การร้องเพลงก็ยังเป็นสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุขมาโดยตลอด จนพอย้ายไปอยู่ที่อเมริกา ก็ยังมีโอกาสได้ร้องเพลงอีก ซึ่งก็ไม่เคยทำให้ผมเบื่อนะ

แต่เอาจริง ๆ ผมไม่เคยมีความฝันว่าจะอยากจะเป็นศิลปินเลยนะ เพราะผมรู้สึกว่า มันไกลตัวเราเกินไป รู้สึกว่ามันยากนะ การที่จะเป็นศิลปินเนี่ย พี่ ๆ ที่เขาเป็นศิลปินกัน ต้องหล่อ ต้องดูดี ดูสมาร์ต ดูสูง เรารู้สึกว่าเราไม่ได้พร้อมกับตรงนั้น เรารู้สึกแค่ว่า ถ้าในชีวินหนึ่งของเรา มีโอกาสร้องเพลง มันก็เป็นโอกาสที่ดีกว่าหลาย ๆ คนแล้วนะ การที่เราออกไปร้องเพลงในร้านอาหารตอนกลางคืน ตอนกลางวันก็เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เป็นชีวิตที่ผมว่ามันลงตัว

ทอม อิศรา

ตอนเด็กคุณเคยออกอัลบั้ม ‘ทอมตามหาเจอรี่’ ด้วย ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

ใช่ครับ ตอนนั้นถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 10 ขวบครับ เพิ่งเล่นละครเรื่อง ‘เรือนมยุรา’ จบ พี่นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) เป็นคนแนะนำเรากับค่ายเพลงหนึ่ง เพราะเห็นว่าตอนนั้นผมชอบเต้น ชอบร้องเพลง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรครับ คิดแค่ว่ามันสนุกดี ผมโชคดีที่มักจะได้รับโอกาสดี ๆ เข้ามาบ่อย แล้วก็เลือกที่จะรับมัน

คุณตอนนี้เวลาเห็นผลงานเหล่านี้ คุณรู้สึกเขินบ้างไหม

จริง ๆ ก็เขินนิด ๆ นะ แต่ถ้าให้นึกย้อนกลับไป ผมว่าก็คงไม่เขินหรอกครับ เพราะ ณ ตอนนั้นมันก็คงเต็มที่ที่สุด ดีที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้แล้ว


(อ่านเรื่องราว ‘หน้ากากทุเรียน’ คลิกที่นี่)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก