ทิม สโตกลี ผู้ก่อตั้ง OnlyFans ที่เริ่มต้นจากการ ‘ยืมเงิน’ พ่อมาลงทุน

สมัยก่อนเราอาจสามารถเสพเนื้อหาแบบปลุกใจเสือป่าจากสื่อนิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์ตามหน้าแผงลอยต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันที่มนุษย์นิยมใช้ชีวิตผ่านการมองโลกผ่านจอ สื่อที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนตอบสนองความใคล้ของมนุษย์เหล่านั้น ก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองมาอยู่บนมือถือเครื่องเล็ก ๆ ในรูปแบบที่เราเรียกกันว่า ‘สื่อออนไลน์’

หากพูดถึงสื่อเนื้อหา ‘ผู้ใหญ่’ ที่มาแรงที่สุดนาทีนี้คงหนีไม่พ้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนามว่า ‘OnlyFans’ 

OnlyFans เป็นแพลตฟอร์มที่มีความคล้ายคลึงกับอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ แต่จะแตกต่างตรงที่ ผู้ใช้ต้องเสียค่าเข้าชมเนื้อหานั้น ๆ ซึ่งคนมักเรียกกันว่า ‘เนื้อหาพิเศษ’

หากพูดถึงบิดาของแพลตฟอร์มนี้ ชายผู้นั้นมีชื่อว่า ทิม สโตกลี (Tim Stokely) นักธุรกิจและนักสร้างเว็บไซต์ วัย 38 ปี ทิม หลงใหลในการเสพสื่อเนื้อหาแบบผู้ใหญ่มาตั้งแต่วัยรุ่น เขาชอบอะไรแบบนี้ถึงขั้นได้รับฉายาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยว่าเป็น ‘ราชาแห่งหนังโป๊’

ทิม สโตกลี

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน เขาเคยขอเงินพ่อไปทำเว็บไซต์แนว 18+ มาแล้วหลายครั้ง ไล่ตั้งแต่ GlamWorship ในปี 2011 และ Customs4U ในปี 2013 แต่เพราะไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน สุดท้ายเว็บไซต์ทั้งสองของเขาก็ต้องเจ๊งไปตามระเบียบ

จุดเริ่มต้นของ OnlyFans เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2016 หลัง ทิม กับน้องชายโธมัส สโตกลี (Thomas Stokely) ตัดสินใจเดินเข้าไปขอยืมเงินจำนวนเงิน 13,600 เหรียญ (ราว 450,000 บาท) จากพ่ออีกครั้ง เพื่อหวังจะมาใช้ตั้งตัวทำธุรกิจสตาร์ตอัปของตัวเอง ซึ่งในวันนั้น กาย สโตกลี (Guy Stokely) พ่อของเขาก็ได้เอยปากกำชับว่า “นี่จะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่พวกเอ็งจะได้ หากยังล้มเหลวอีก ก็เตรียมบอกลาเรื่องเหลวไหลพวกนี้เสียที”

แต่ใครจะไปคิดกันล่ะ? ว่าเงินแสนสุดท้ายในวันนั้นจะกลายเป็นเงินหลักพัน หลักหมื่นล้านบาทในวันนี้…

หลังได้เงินมา ทิม ก็จัดการสร้างเว็บไซต์ OnlyFans ขึ้นมาทันที แรกเริ่มเดิมทีเขาตั้งเป้าให้มันเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวม Content Creator ในหลากหลายแขนง โดยมีโมเดลการทำรายได้จากการที่ ‘แฟน ๆ’ จ่ายเงินค่าสมาชิก (Subscription-Based) แบบรายเดือน ซึ่งทิม ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากการตลาดแบบใช้อินฟลูเอนเซอร์บนโลกโซเชียลมีเดีย

“เมื่อ OnlyFans เปิดตัว เราตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อให้ Creators สร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ทุกประเภท มี Creators จำนวนมากที่สร้างคอนเทนต์ที่น่าทึ่งอยู่แล้วมากมาย บนโซเชียลมีเดียแบบฟรี ๆ คุณเห็นได้เลยว่าการตลาดที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้นจะได้รับเงินผ่านแคมเปญโฆษณา หรือการเป็นหน้าตาให้กับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เราเลยคิดว่า โอเค งั้นถ้าเราสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่คล้าย หรือพูดตรง ๆ เลยว่าเหมือนกับสิ่งที่มีอยู่แล้วบนโซเชียลมีเดีย แต่แตกต่างกันตรงที่เรามีปุ่มให้กดจ่ายเงิน ซึ่ง Creators สามารถสร้างรายได้จากเนื้อหานั้น ๆ ได้โดยตรง มันคงจะดีไม่น้อย” ทิม เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ OnlyFans

(ซ้าย) โธมัส สโตกลี

ในช่วงแรกของการทำเว็บไซต์ ทิมวาดฝันไว้ว่า OnlyFans จะต้องก้าวขึ้นมาเป็นเว็บไซต์แถวหน้าของโลกให้ได้ภายใน 2 ปี แต่สุดท้ายมันไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง เพราะต้องยอมรับว่าแนวทางที่ OnlyFans ดำเนินไปในวันนั้น เป็นอะไรที่จำเจ และไม่ได้แตกต่างจากคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดอย่าง Patreon หรือ Twitch สักเท่าไหร่ 

“ผมเคยทำแพลตฟอร์มอื่นมาก่อน OnlyFans และหนึ่งในความผิดพลาดที่ผมเคยทำคือหันไปโฟกัส กับการสร้างสิ่งที่ผมรู้สึกไปเองว่ามันเป็นกลุ่มตลาดที่ดี แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ ผมจึงไม่ได้คำนึงถึงแผนการเติบโตของแพลตฟอร์มอย่างเพียงพอ ผมไม่รู้ว่าจะทำให้ผู้ใช้งานเข้ามาสู่ตลาดนี้ได้อย่างไร” ทิม เล่าย้อนความหลังถึงปัญหาในช่วงเริ่มต้น

แต่สุดท้ายในปี 2018 ปัญหาของ OnlyFans ก็ค่อย ๆ ได้รับการแก้ไข เมื่อ ลีโอนิด ‘ลีโอ’ ราดวินสกี (Leonid ‘Leo’ Radvinsky) นักธุรกิจเชื้อสายอเมริกัน-ยูเครน เจ้าของเว็บไซต์เนื้อหาแบบผู้ใหญ่ ที่ให้บริการ ‘เปิดกล้องลองเสียว’ อย่าง MyFreeCams ได้มองเห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ OnlyFans เขาจึงตัดสินใจเข้าทุ่มซื้อหุ้นส่วนใหญ่กว่า 75% และก้าวขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการของ OnlyFans ซึ่งนั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ทำให้ OnlyFans เบนเข็มเข้าสู่แวดวง ‘เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่’ อย่างเต็มตัว 

ลีโอ เข้ามา Reform ตัวแพลตฟอร์มพร้อมกับไอเดียในการเสริมเรื่องการสร้างระบบรักษาความปลอดภัย การยืนยันตัวตน และโดยเฉพาะการแบ่งจ่ายเปอร์เซ็นต์รายได้ให้แก่ Creators พอสิ่งเหล่านี้ผนึกกำลังร่วมกับการจัดการด้านเทคนิคของทิม และโธมัส ก็ทำให้ในปี 2019 นั้น OnlyFans พัฒนาขึ้นมา จนกลายเป็นเว็บไซต์ที่มีคนเข้ามาสมัครสมาชิกสูงถึง 24 ล้านยูสเซอร์ และมีเงินหมุนเวียนไปจ่ายให้แก่ Creators จำนวน 450,000 คน มากถึง 725 ล้านเหรียญ (ราว 24,000 ล้านบาท)

ลีโอนิด ‘ลีโอ’ ราดวินสกี

ทิมเคยให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องหลังความสำเร็จที่ช่วยพลิกโฉม OnlyFans นอกจากการผนึกกำลังของคนภายในทีมแล้ว เรื่องของการเปิดรับและฟังความเห็นของผู้อื่นอยู่เสมอ ก็ถือเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญอย่างมาก

“ปัจจุบันเรามีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคน มีคำแนะนำเข้ามาหาเรามากมาย และเราก็นำคำติชมเหล่านั้น มาพัฒนาในหลาย ๆ เรื่อง มีหลายตัวอย่างที่ดีเลย เช่น ฟีเจอร์การส่งคอนเทนต์ในกล่องข้อความ และสามารถชำระเงินได้ทันที ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราได้จาก Creators คนหนึ่งที่เคยบอกกับเราว่า ‘มันคงจะดีมากเลย ถ้าฉันสามารถส่งข้อความ หรือคอนเทนต์ถึงแฟน ๆ ทั้งหมดได้ และแฟน ๆ เหล่านั้นสามารถจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงมันได้ทันที’”

แม้ภาพจำของ OnlyFans ในปัจจุบัน จะเน้นไปที่เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ แต่ก็ยังมี Creators สายที่ธรรมดาทั่วไป รวมถึงศิลปินชื่อดัง ที่ใช้ช่องทางนี้ เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเอง เช่น ศิลปินดังอย่าง คาร์ดี บี (Cardi B) ใช้พื้นที่ใน OnlyFans สำหรับการปล่อยเนื้อหาพิเศษจากมิวสิกวิดีโอเพลง “WAP” รวมถึงเพลง “Savage” ของ เมแกน ธี สตัลเลียน (Megan Thee Stallion) แรปเปอร์หญิงชื่อดังที่ร้องคู่กับ บียอนเซ (Beyonce) ก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งเมื่อประชาสัมพันธ์ผ่าน OnlyFans

อย่างไรก็ตาม ตัวทิมและเหล่าผู้บริหาร ก็รู้ว่าด้วยธรรมชาติของ Onlyfans แม้จะมีระบบตรวจสอบที่รัดกุมเพียงใด แต่มันก็ยังมีช่องโหว่ที่ก่อให้เกิดเรื่องอื้อฉาว ไม่ว่าจะในเคสของการเผยแพร่รูปอนาจารของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเผยแพร่ภาพการร่วมเพศแบบจะ ๆ จนถึงกรณีที่ผู้ใช้งานทำการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของ Creators และปล่อยข้อมูลรวมถึงรูปภาพออกไปสู่เครือข่ายอื่น ๆ ที่แม้ทางทีมงาน OnlyFans พยายามจะกวดขันอย่างจริงจัง แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่คาราคาซังอยู่เรื่อยมา 

ปัจจุบัน OnlyFans มียอดผู้ใช้งาน 130 ล้านยูสเซอร์ และมีผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์มากกว่า 2 ล้านคน โดยมี Creators มากกว่า 100 คนที่สามารถทำเงินจาก OnlyFans ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญ (ราว 33 ล้านบาท) ต่อปี

ล่าสุดมีการประเมินว่า ในปี 2022 OnlyFans จะสามารถสร้างรายได้สุทธิแตะ 2,500 ล้านเหรียญ หรือตีเป็นเงินไทยได้ 83,600 ล้านบาท  

“จนถึงทุกวันนี้ เราได้จ่ายเงินให้กับ Creators ไปแล้วกว่า 2,000 ล้านเหรียญ ผมว่ามันน่าเหลือเชื่อมาก ที่มีผู้สร้างมากกว่า 100 คนที่ประสบความสำเร็จและมีรายได้ทะลุระดับ 1 ล้านเหรียญไปแล้ว” ทิมกล่าว

สำหรับทิม เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของโลก ปัจจุบันเขายังดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอของ OnlyFans โดยมีโธมัสรับหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และกายพ่อของเขาเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงิน โดยว่ากันว่าผลพวงมาจากการสร้าง OnlyFans ขึ้นมาทำให้ ทิม มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 164 ล้านเหรียญ (ราว 5,400 ล้านบาท)

เมื่อถามว่าอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จในวันนี้? ตัวทิม ก็กล่าวให้เครดิตการสอนของพ่อ รวมถึงแนวคิดที่เขาได้จากนักธุรกิจชื่อดังอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

“พ่อของผมเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง ผมสนุกกับสิ่งที่พ่อสอนจริง ๆ ผมเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเขา สิ่งหนึ่งที่พ่อสอนผม คือเรื่องการให้ความสำคัญในการจัดสรรสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งคุณกำลังทำงานอยู่ในทุกเขตเวลา

“นอกจากนี้ผมเป็นแฟนตัวยงของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ และชอบแนวคิดของเขามานานแล้ว ผมชอบอ่านหนังสือของเขาเล่มหนึ่งที่ชื่อ ‘Warren Buffett On Business’ ผมชอบประโยคหนึ่งในนั้นที่ว่า ‘จงโลภเมื่อคนอื่นกลัวและกลัวเมื่อคนอื่นโลภ’ มันเป็นคำแนะนำที่ดีจริง ๆ” 

เครดิตภาพและอ้างอิง:

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส