แหกคุก

หนุ่มออสเตรเลียแหกคุกนานเกือบ 30 ปี สุดท้ายยอมมอบตัวเพราะ ‘โควิด-19’

เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ตำรวจแห่งเมืองแคนเบอร์รา (Canberra) กรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียได้แถลงข่าวการจับกุมชายชาวออสเตรเลียวัย 64 ปีรายหนึ่งในคดีแหกคุกหลบหนีการจับกุมเมื่อวันที่12 กันยายน โดยเขาเป็นผู้ตัดสินใจมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่เขาทำการแหกคุก และแฝงตัวเพื่อหลบหนีคดีมานานเกือบ 30 ปี เนื่องจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิด-19

แหกคุก
‘ดราโก’ หรือ ‘ดักกี เดสิก’ (Darko “Dougie” Desic)

ชายผู้นี้มีชื่อว่า ‘ดราโก’ หรือ ‘ดักกี เดสิก’ (Darko “Dougie” Desic) เขาถูกตัดสินข้อหาปลูกกัญชา เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ปี 1992 หรือเมื่อ 29 ปีที่แล้ว เขาถูกตัดสินจำคุกนาน 3 ปีครึ่ง ใน ‘เรือนจำเกรฟตัน’ (Grafton Correctional Center) รัฐนิวเซาธ์เวลส์ (New South Wales) แต่หลังจากต้องโทษมานาน 13 เดือน เขาก็ใช้ใบเลื่อยตัดเหล็ก และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการแหกคุกหนีออกมาได้สำเร็จ แม้เจ้าหน้าที่จะทำการค้นหาตัวเขาอย่างเด็มที่ แต่ก็ไม่สามารถค้นหาตัวเขาได้เจออีกเลยตลอด 29 ปีที่ผ่านมา

แหกคุก
‘เรือนจำเกรฟตัน’ (Grafton Correctional Center) รัฐนิวเซาต์เวลส์ (New South Wales)

หลังจากนั้น ดักกีได้หนีมาอาศัยที่บริเวณหาดอวาลอน (Avalon Beach) ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย การหลบหนีทำให้เขาต้องเก็บเนื้อเก็บตัว และใช้ชีวิตให้เงียบที่สุด เขามักเดินทางด้วยการเดินหรือขึ้นรถบัส เพราะไม่สามารถทำใบขับขี่ได้ หรือแม้กระทั่งเมื่อเจ็บป่วย เขาก็เลือกที่จะไม่ไปโรงพยาบาล หรือไปหาทันตแพทย์ จนต้องถอนฟันด้วยตัวเอง เพราะเขาไม่ต้องการให้มีการบันทึกข้อมูลใด ๆ เขาเริ่มทำงานเป็นช่างก่อสร้าง และช่างซ่อมบำรุงเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ และพยายามไม่เล่าเรื่องในอดีตของตัวเองให้ใครฟังมากนัก

แหกคุก
หาดอวาลอน (Avalon Beach) ที่ดักกีอาศัยหลบหนีคดีมานานกว่า 29 ปี

ไม่ใช่เพียงแค่เพราะว่าเขาแหกคุกมาอย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่าดักกีเอง เป็นผู้ลี้ภัยชาวยูโกสลาเวียที่หลบหนีเข้าประเทศออสเตรเลียแบบผิดกฏหมายตั้งแต่ปี 1988 เขากลัวว่าหากตัวเขาถูกจับ อาจจะต้องถูกเนรเทศกลับไปยังประเทศบ้านเกิด และอาจถูกดำเนินคดีข้อหาหลบหนีการเกณฑ์ทหารเพิ่มอีกกระทง ซึ่งจริง ๆ แล้วสถานะผู้ลี้ภัยของเขาหมดลง และได้สิทธิ์อาศัยในประเทศตั้งแต่ปี 2008 แล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บตัวเงียบ ๆ เหมือนเดิม

แหกคุก
ดักกีในอดีต

จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ดักกีได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทำให้เขาไม่มีงาน ไม่มีเงิน ถูกไล่ออกจากห้องเช่า กลายเป็นคนไร้บ้านจนต้องออกไปนอนริมชายหาด จนในที่สุด เขาก็เลือกที่จะ ‘มอบตัว’ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ อย่างน้อย ๆ การติดคุกน่าจะดีกว่าการเป็นคนไร้บ้าน

ดักกีในปัจจุบัน

‘เบลล์ ฮิกกินส์’ (Belle Higgins) ลูกสาวนักธุรกิจเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่มั่งคั่งที่สุดในชายหาดอวาลอน รวมถึงชาวบ้านในละแวกนั้นได้ทราบข่าวนี้ เธอจึงได้ร่วมมือกับพ่อของเธอ ‘ปีเตอร์ ฮิกกินส์’ (Peter Higgins) เปิดระดมทุนช่วยเหลือดักกีในเว็บไซต์ ‘โกฟันด์มี’ (GoFundMe) เป็นทุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งสามารถระดมทุนได้มากถึง 25,000 เหรียญ หรือประมาณ 8 แสนบาท และว่าจ้างทนายเพื่อช่วยแก้ต่างในชั้นศาล และหวังว่าจะช่วยบรรเทาคดีความโดยไม่จำเป็นต้องกลับไปติดคุก แต่รับโทษด้วยวิธีอื่นแทน

แหกคุก
ป้าย ‘ปล่อยดักกี’ (Free Dougie) ที่ชาวบ้านนำมาติด
เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจปล่อยดักกี

โดยมีชาวบ้านช่วยเป็นพยานว่า จริง ๆ แล้ว ดักกีนั้นเป็นคนที่ดี เป็นคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ขยันขันแข็ง อัธยาศัยดี และไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร อีกทั้งชาวบ้านหลายคนก็ติดป้ายที่เขียนว่า ‘ปล่อยดักกี’ (Free Dougie) เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว ในขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยตัวคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘อาชญากร’

แหกคุก
‘เบลล์ ฮิกกินส์’ (Belle Higgins)

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน ดักกีจึงตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัว ณ สถานีตำรวจดีวาย (Dee Why Police Station) เขามีโทษจำคุกที่เหลือจากคดีเดิมอีกอย่างน้อย 1 ปี 1 เดือน ก่อนที่เขาจะสามารถยื่นเรื่องขอปล่อยตัวภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติ แต่ที่สุดแล้วเขาอาจต้องได้รับโทษข้อหาแหกคุก ที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดอีก 7 ปี


อ้างอิง | อ้างอิง | อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส