ย้อนอดีตการ์ตูนเก่าสรุปเรื่องราวการเดินทาง Saint Seiya การต่อสู้อันยาวนานจนถึงจุดสิ้นสุด

ย้อนกลับไปเมื่อราว ๆ ต้นปีที่ผ่านมาได้มีข่าวประกาศสร้างภาพยนตร์จากการ์ตูนชื่อดังอย่าง ‘Saint Seiya’ ที่สร้างเสียงฮือฮาในความน่าสนใจและไม่อยากคาดหวังของแฟน ๆ เพราะถ้าใครที่ติดตามวงการการ์ตูนที่เอามาสร้างเป็นภาพยนตร์ ส่วนมากจะออกมากลาง ๆ ไปจนถึงแย่หรือแย่มาก ๆ แบบไม่น่าให้อภัย ยิ่งคราวนี้ทาง ‘Hollywood’ ที่เคยมีผลงานในดวงใจแฟนการ์ตูนอย่าง ‘Dragonball Evolution’ กับ ‘Death Note’ ที่ยังตราตรึงใจแฟนการ์ตูนมาถึงตอนนี้ และล่าสุดทางตัวภาพยนตร์ได้ปล่อยตัวอย่างออกมา พร้อมการบอกเล่าเรื่องราวบางส่วนที่คล้ายในการ์ตูนให้เราได้เห็น เมื่อเป็นอย่างนั้นเราเลยหยิบซีรีส์แมลงสาบไร้พ่ายตายกี่ครั้งก็กลับมาลุกขึ้นยืนได้เสมออย่าง ‘Saint Seiya’ มาบอกเล่าการเดินทางแบบย่อให้คุณได้อ่านกัน โดยเราจะขอนับเฉพาะในส่วนของอนิเมะที่มีเนื้อเรื่องตรงกับมังงะเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และถ้าใครสนใจจะได้หาฉบับมังงะหรืออนิเมะมาดูต่อได้  เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นมาดูสรุปเนื้อหาไปพร้อมกันเลย

คำเตือน เนื้อหาในบทความมีการเปิดเผยเนื้อเรื่อง ‘Saint Seiya’  ตั้งแต่ต้นจนจบและมีการใส่มุก 5 บาท 10 บาทลงไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

จุดเริ่มต้นเรื่องราว

Saint Seiya

เรื่องราวของ ‘Saint Seiya’ จะกล่าวถึงกลุ่มคนลึกลับที่คนภายนอกไม่รู้ถึงการมีตัวตนของพวกเขา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีพลังในตัวที่สามารถปลุกเอาพลังเหล่านั้นมาใช้ในการต่อสู้ และจะมีชุดเกราะซึ่งมาจากตำนานดวงดาวมอบให้แก่ผู้ที่คู่ควรที่เรียกว่า ‘Saint’ และผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเหล่า ‘Saint’ ก็คือเทพี ‘Atana’ ผู้เป็นร่างสถิตกลับชาติมาเกิด เมื่อเธอเติบโตจะกลายเป็นผู้ปกครองเหล่า ‘Saint’ แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นก็ต้องมีผู้สำเร็จราชการที่มาปกครองแทนนั่นคือตำแหน่งเคียวโก แต่ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงของเคียวโกคนปัจจุบันที่ต้องการปกครองทุกอย่างแทน ‘Atana’ จึงคิดจะฆ่าเธอที่เป็นทารกทิ้ง แต่ก็ได้ ซาจิททาเรียส ไอโอลอส (Sagittarius Aiolos) ล่วงรู้แผนการนี้จึงพาเด็กน้อยที่เป็นร่างสถิตของ ‘Atana’ หนีมาแต่เขาก็จบชีวิตลง ซึ่งก่อนที่ไอโอลอสจะตายก็ได้พบกับชายคนหนึ่งที่มาเที่ยวแถวนั้น เขาได้ฝากฝังเด็กน้อยและชุดเกราะ ‘Sagittarius’ ให้ชายคนนี้ดูแลก่อนจะสิ้นใจ นับจากวันนั้นชายคนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาดูแลเด็กน้อยคนนี้ และตั้งชื่อเธอว่า คิโด ซาโอริ (Kido Saori) และตั้งหน้าตั้งตาปั๊มลูกตามชาติต่าง ๆ มากมายนับร้อยคนเพื่อให้ลูก ๆ ของตนเติบโตขึ้นมาเพื่อเป็น ‘Saint’ ปกป้อง ‘Atana’ นั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด

Saint Seiya

ศึก Galactic Wars

Saint Seiya

เรื่องราวตัดฉากมาที่ปัจจุบันหลังจากที่ คิโด มิสึมาสะ (Kido Mitsumasa) ปั๊มลูก ๆ ออกมาครบ 100 คนตามที่หวัง เรื่องราวก็ตัดมาที่เด็กชาย เซย่า (Seiya) หนึ่งในเด็กกำพร้า 100 คนที่กำลังฝึกฝนตนเองเพื่อไม่ได้จะไปเป็นราชาโจรสลัดแต่จะชิงชุดเกราะ ‘Pegasus’ กลุ่มดาวม้าบินที่กำลังหาผู้สืบทอด ซึ่งเซย่าก็สามารถผ่านการทดสอบและได้เป็น ‘Saint’ เต็มตัว ซึ่งถ้านับยศของเหล่านักรบแล้ว ‘Bronze Saint’ ที่เซย่าเป็นนั้นเรียกว่าอยู่ระดับต่ำสุด (แต่ทำไมมันเก่งสุดได้) จนเมื่อเซย่าสามารถได้ชุดเกราะมาแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการหนีตายจากการตามล่า เพราะดันไปชนะคู่แข่งจนอาจารย์ฝั่งนั้นไม่ยอมจนเซย่าต้องมาที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะเขาได้ข่าวลือเกี่ยวกับการแข่งขัน ‘Galactic Wars’ ที่รวบรวมเหล่า ‘Saint’ จากทั่วโลก (ที่มีแค่ 10 คน)  มาร่วมแข่งเพื่อหาผู้ชนะที่จะได้ครอบครองชุดเกราะทองคำ ‘Sagittarius’ ซึ่งเป็นยศสูงสุดแบบทีเดียวกระโดดจากต่ำสุดไปสูงสุดเลย และในครั้งนี้เซย่าก็ได้เจอกับเพื่อน ๆ ร่วมชะตากรรมอีก 3 คนนั่นคือนายหัวเป็ด (หงส์) ซิกนัส เฮียวกะ (Cygnus Hyoga) ชายผู้มากับท่ารำสุดสวยก่อนปล่อยพลังน้ำแข็งที่แช่แข็งได้แม้แต่เปลวไฟ ตามด้วยชายหนุ่มผู้มีโล่อันแข็งแกร่งที่สุด ดราก้อน ชิริว (Dragon Shiryu) ที่เอะอะก็ถอดชุดเกราะต่อสู้ และหนุ่มหน้าสวยที่ในอนาคตเราจะจำเขาได้จากวลีที่ว่า “พี่ฮะ” กับ อันโดรเมด้า ชุน (Andoromeda Shun) ซึ่งก่อนที่ทั้งหมดจะมาเป็นกลุ่มแมลงสาบสุดแกร่ง พวกเขาก็ต้องสู้กันก่อนจนมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด และก่อนที่การแข่งจะได้ผู้ชนะก็มีบุคคลปริศนาปรากฏตัวเพื่อขโมยชุดเกราะ ‘Sagittarius’ ไป นั่นคือชายเจ้าของวลีที่ว่า “ใครพี่แก” อย่าง ฟินิกซ์ อิคคิ (Phoenix Ikki) ชายที่เป็นประเภทรักนะแต่ไม่แสดงออกแต่จะมาแอบช่วยในฐานะตัวละครลับ จนทั้ง 4 คนต้องไปทวงชุดเกราะคืนมา

Saint Seiya

การต่อสู้กับ Black Saints

Saint Seiya

ทั้ง 4 ที่รู้ว่าชุดเกราะ ‘Sagittarius’ ถูกขโมยไปที่ภูเขาไฟฟูจิ ทั้ง 4 แมลงสาบที่ถูกเตะส่งมาก็รีบตามไปเอาคืนทันที (ส่วนที่เหลืออีก 6 บาดเจ็บมาไม่ได้) โดยทั้ง 4 นั้นจะได้ต่อสู้กับเหล่า ‘Black Saints’ ที่มีชุดเกราะเหมือนกับเหล่า ‘Saints’ ทุกอย่างแม้แต่หน้าตา แต่ชุดเกราะจะมีสีดำ (ของเลียนแบบ) ซึ่งทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาบนเกาะ ‘Death Queen’ ที่อิคคิปกครองเพื่อทำเรื่องชั่วร้ายต่าง ๆ จนทั้ง 4 สามารถสู้กับของปลอมได้สำเร็จ ก็รวบรวมชิ้นส่วนชุดเกราะได้ครบและไปถึงตัวการใหญ่อย่างพี่ฮะของทั้ง 4 ที่สุดท้ายแล้วพลังแห่งมิตรภาพ (หมาหมู่) ก็ชนะอิคคิและทราบความจริงจากพี่ฮะว่าคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังครั้งนี้นั้นคือ ‘Silver Saints’ นักรบระดับสูงของเคียวโกที่มายุอิคคิให้ทำในเรื่องนี้ จนสุดท้ายทั้ง 5 ก็เอาชนะศึกนี้ได้และทราบว่าความจริงแล้วชุดเกราะ ‘Sagittarius’ ที่แย่งกันแทบตายนั้นคือของปลอม (ถึงว่ามันไม่มีปีก)

Saint Seiya

การต่อสู้กับ Silver Saints

Saint Seiya

เมื่อยุให้พวกเดียวกันฆ่ากันเองไม่สำเร็จเพราะเลือดย่อมข้นกว่าน้ำแบบละครเลือดข้นคนจาง ทั้ง  5 คนจึงจับมือเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เมื่อเป็นแบบนั้นเคียวโกจึงส่งเหล่า ‘Silver Saints‘ ที่มีฝีมือมากมายไปตายแบบง่าย ๆ เพราะฝีมือของแมลงสาบตั้ง 5 นั้นแม้จะโดนท่าไม้ตายกี่ครั้งจนหัวทิ่มพื้น ก็ยังฟื้นขึ้นมาและตะโกนปล่อยท่าไม้ตายของไม้ตายในไม้ตายออกไปจนชนะได้ทุกครั้ง (รูปประกอบด้านบนนั่นคือผู้ชายที่สวยเหมือนผู้หญิง) ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนตำนานเทพเจ้าคงจะรู้จักตัวละครอย่าง กิ้งก่าหมอก ลิซาร์ด มิสตี้ (Lizard Misty) ชายผู้แก้ผ้าอาบน้ำทะเลเมื่อสู้ชนะเพราะเลือดพวกแมลงสาบเปื้อนตัว หรือจะเป็นชายผู้มีโล่อันขี้โกงที่สุดและไม่ได้เอาเหรียญติดที่หัวอย่าง เพอร์เซอุส อัลกอร์ (Perseus Algol) ที่ถูกชายผู้มีโล่อันแข็งแกร่งที่สุดเอาชนะมาได้ด้วยการเจาะตาตัวเองจนเกือบบอด และอีกหลายคนที่ก็พ่ายแพ้จนทางเคียวโกทนไม่ไหวสั่ง (สะกดจิต) เลโอ ไอโอเลีย (Leo Aiolia) มากำจัดเซย่าก่อนที่มนตร์สะกดจะคลายเลยทำให้รู้ว่าเคียวโกคือคนที่วางแผนเรื่องนี้เพื่อกำจัดคุณหนูซาโอริที่เป็นร่างสถิตของ ‘Atana’ เมื่อเป็นอย่างนั้นเหล่า ‘Saints’ จึงบุกไปที่ ‘Sanctuary’ เพื่อค้นหาความจริง

Saint Seiya

ศึก 12 ปราสาท  

Saint Seiya

แต่เมื่อ ‘Atana’ มาถึงเธอก็ถูกกับดักที่วางเอาไว้ด้วยการถูกศรยิงใส่เข้ากลางอก และมีเวลาเพียง 12 ชั่วโมงในการดึงลูกศรออกไม่อย่างนั้นคุณหนูซาโอริจะตาย เหล่า ‘Saints’ ที่ยกพวกไปมากมายต่างก็ถีบส่งแมลงสาบตัวแทนหมู่บ้าน 5 คน (อีกคนแอบตามมาทีหลัง) ให้ไปอัดกับ ‘Gold Saint’ ซึ่งเอาจริง ๆ ทุกคนก็ไม่ได้สู้ครบทั้ง 12 ปราสาทเพราะตำแหน่งนี้มีไม่ครบ โดยในปราสาทแรกทั้งหมดได้เจอกับ อาริเอส มู (Aries Mu) ผู้ครองปราสาทแกะขาวที่ช่วยซ่อมชุดเกราะให้ เพราะเกราะทุกคนนั้นร้าวมาก ๆ จนสู้ไม่ไหวแน่นอน แต่อาจจะเสียเวลาแต่ก็คุ้มค่า จนเมื่อของเซย่าเสร็จเป็นคนแรกเขาก็ไปบุกปราสาทที่ 2 ที่มีกระสอบทราย ทอรัส อัลเดบารัน (Taurus Aldebaran) เจ้าของปราสาทวัวทองมาขวาง โดยเงื่อนไขคือถ้าเซย่าตัดเขาได้ก็จะให้ผ่าน ซึ่งกว่าที่เซย่าเราจะทำได้ก็เล่นเอาหมดไปหลายเหงื่อ จนมาถึงปราสาทคนคู่ซึ่งเป็นด่านที่ 3 ก็เจอกับชุดเกราะ ‘Gemini’ ที่ไม่มีคนสวมที่พาทุกคนไปต่างโลกจนสามารถกลับมาได้ มาถึงปราสาทปูสวรรค์ที่เป็นด่านที่ 4 ซึ่งมี แคนเซอร์ เดธมาสค์ (Cancer Deathmask) ชายผู้พาคนไปเที่ยวนรกแบบเที่ยวเดียว (รวมถึงตัวเองด้วย) ที่ก็ถูกพี่ฮะอิคคิปราบ จนมาถึงปราสาทราชสีห์ทองคำที่มี เลโอ ไอโอเรีย มาทดสอบฝีมือกับเซย่าเพื่อทดสอบว่าเขาจะเหมาะสมกับการปกป้อง ‘Atana’ ไหม เลยมาถึงปราสาทที่ 6 กับปราสาทหญิงพรหมจรรย์ที่มีชายผู้ได้พูดคุยกับพระพุทธเจ้าอย่าง เวอร์โก้ ชากะ (Virgo Shaka) ที่ถูกพี่ฮะชายผู้แข็งแกร่งเอาชนะมาได้แบบรอดตายเหมือนควายขวิด ส่วนทางด้านชิริวก็มาถึงปราสาทตาชั่งที่เป็นของอาจารย์ชิริวที่มี  ไลบร้า โดโก (Libra Dohko) ที่ตอนนี้เป็นตาแก่นั่งตัวม่วงที่น้ำตกจนทำให้เป็นปราสาทร้าง จนมาถึงด่านที่น่ากลัวเป็นอันดับต้น ๆ อย่างปราสาทแมงป่องสวรรค์ที่มี สกอร์เปี้ยน มิโร (Scorpio Milo) ชายผู้มีนิ้วชี้สุดแกร่งที่ถูกเฮียวกะชนะได้ มาถึงปราสาทที่ 9 ที่ในอดีตเคยมีคนอย่าง ซาจิทาเรียส ไอโอรอส (Sagittarius Aiolos) อยู่ แต่ตอนนี้มีเพียงชุดเกราะและคำปลุกใจเหล่าแมลงสาบให้สู้ต่อไปพรุ่งนี้ที่สดใสรอพวกนายอยู่ ผ่านมาจนถึงปราสาทแพะทองคำที่มี แคปริค่อน ชูร่า (Capricorn Shura) เฝ้าอยู่ ซึ่งเขาได้เจอกับชิริวชายผู้ที่มีโล่อันแข็งแกร่งที่สุด (เดี๋ยวหาว่าล้อเลียนพี่แกพูดแบบนี้ทุกครั้งที่สู้จริง ๆ) กับชายผู้มีดาบ ‘Excalibur’ สถิตในแขนที่สามารถฟันโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นสองซีกได้ ก่อนจะถูกชิริวถอดเสื้อพาไปเที่ยวนอกโลก (รูปประกอบด้านล่าง) ผ่านมาถึงปราสาทที่ 11 ปราสาทคนแบกไหที่มี อควอเรียส คามิวส์ (Aquarius Camus) ที่ขังเฮียวกะลูกศิษย์ตัวเองในโลงน้ำแข็ง เพราะกลัวว่าลูกศิษย์จะไปตายในการต่อสู้ (แต่ขังในโลงน้ำแข็งไม่ตายแค่ปางตาย) ที่เมื่อเฮียวกะได้รับไออุ่นจากชุน (รูปประกอบด้านล่าง) เฮียวกะก็เอาชนะอาจารย์ตัวเองได้ จนมาถึงปราสาทปลาคู่เป็นที่ด่านสุดท้ายซึ่งได้ชุนชายผู้เรียกพี่ฮะ (แต่พี่ฮะหมดสภาพอยู่ปราสาทหญิงพรหมจรรย์) มาต่อสู้กับ พิสเซส อะโฟรไดต์ (Pisces Aphrodite) ชายผู้มีท่ากุหลาบปักใจที่จะดูดเลือดจากกุหลาบขาวเป็นสีแดงจนตาย ซึ่งน้องฮะคนนี้ก็สามารถเอาชนะมาได้ ทำให้แมลงสาบทั้ง 5 ก็มาถึงเคียวโกที่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังครั้งนี้คือ เจมินี่ ซากะ (Gemini Saga) ที่ถูกด้านมืดครอบงำ และสุดท้ายทั้งหมดก็ใช้พลังมิตรภาพ (หมาหมู่) และพลังจากคนตายจนเอาชนะมาได้ จนทำให้ช่วยคุณหนูซาโอริและเธอก็ขึ้นเป็น ‘Atana’ ที่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง

Saint Seiya

ศึกเจ้าสมุทร Poseidon

Saint Seiya

หลังจากจบศึก 12 ปราสาทภัยร้ายครั้งใหม่ก็มาถึง เมื่อมีคนไปปลดผนึก ‘Poseidon’ ที่หลับไหลเมื่อครั้งอดีตด้วยฝีมือของ ‘Atana’ ขึ้นมา พร้อมกับหาร่างสถิตจนสามารถปลุกเหล่า ‘Mariner’ ที่หลับใหลให้ขึ้นมาสร้างความวุ่นวาย ด้วยการสั่งให้ฝนตกจนเกิดน้ำท่วมโลก ขณะที่เทพี ‘Atana’ ที่ยอมโดนจับก็พยายามช่วยโลกใบนี้เอาไว้ด้วยการใช้พลังที่มีชะลอน้ำท่วมโลก แต่ด้วยร่างมนุษย์ของคุณหนูซาโอริเธอจึงอาจจะทนได้ไม่นาน เหล่า ‘Saint’ ของ ‘Atana’ ที่ไม่รู้จะส่งใครไปก็ได้ถีบหัวส่งแมลงสาบทั้ง 5 เป็นตัวแทนหมู่บ้านไปจัดการสู้ศึกครั้งนี้อีกครั้ง โดยฝั่งชุดเกราะทองบอกว่า “ข้ามีหน้าที่ปกป้องปราสาทห้ามไปสู้ที่อื่น” ส่วนเกราะเงินและคนอื่น ๆ บอกว่าคนเขียนไม่ให้บทเลยไม่ได้ออกมา ซึ่งการช่วยโลกและคุณหนูซาโอริต้องทำลายเสาหลักที่ค้ำมหาสมุทรทั้งหมดลงก่อน ซึ่งงานนี้ก็มีผู้ใหญ่ใจดีอย่างลุงตัวม่วงไลบร้า โดโกให้ยืมชุดเกราะมาทำลายเสาทั้งหมด ที่กว่าจะเอาชนะเหล่ามนุษย์น้ำได้ก็ต้องยืมมือเหล่าผู้ใหญ่ใจดีให้ยืมชุดเกราะมาสวมเพื่อสู้กับจ้าวสมุทร ที่เมื่อยิงศรของ ‘Sagittarius’ ไปมันก็ถูกพลังของจ้าวสมุทรดันกลับคืนจนทุกคนมารับศรแทนเซย่า ที่กว่าจะเอาชนะได้ก็เล่นเอาทุกคนตัวเป็นรูบาดเจ็บสาหัส แต่สุดท้ายด้วยพลังมิตรภาพและเสียงตะโกนเซย่าเลยสามารถเอาชนะจ้าวสมุทร และทำลายเสาหลักที่เป็นคนละเสาหลักในดาบพิฆาตอสูรลงได้ จนช่วยคุณหนูซาโอริและขัง ‘Poseidon’ ได้ในที่สุด จบศึกจ้าวสมุทรและช่วยโลกได้สำเร็จอีกครั้ง

Saint Seiya

ศึกจ้าวนรก Hades Chapter Sanctuary

Saint Seiya

มาถึงภาคสุดท้ายที่เป็นการเฉลยทุกอย่างว่าการต่อสู้ทั้งหมดของเหล่า ‘Saint’ และการกลับชาติมาเกิดของ ‘Atana’ นั้นก็เพราะทุก ๆ 243 ปีผนึกที่ขัง ‘Hades’ จะหลุดออกมาจนเกิดเป็นสงครามที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ที่มีเพียง แอเรียส ชิออน (Aries Shion) และ ไลบร้า โดโก เท่านั้นที่รอดในศึกครั้งนั้น (ใครที่สนใจก็ไปหาภาค ‘The Lost Canvas’ มาอ่านหรือดูได้สนุกเลยทีเดียว) และสงครามครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้น โดยสิ่งแรกที่จ้าวนรกทำก็คือการคืนชีพให้กับ ‘Gold Saint’ ในศึก 12 ปราสาทขึ้นมาเพื่อฆ่า ‘Atana’ จนกลายเป็นศึก 12 ปราสาทที่เป็นการสู้กันเองของเหล่าชุดเกราะทอง แต่ฝั่งที่ตายแล้วฟื้นขึ้นมาอยู่ฝั่ง ‘Hades’ จะมีเกราะสีดำ จนเมื่อทั้งหมดขึ้นมาถึงตัว ‘Atana’ พวกเขาก็สังหาร ‘Atana’ และสารภาพว่าตนเองยังคงภักดีกับ ‘Atana’ อยู่ แต่ที่ลงทุนหลอกพวกเดียวกันเองก็เพื่อให้ทางฝั่ง ‘Hades’ เชื่อใจจนสามารถนำเลือดของคุณหนูซาโอริมาปลุกชุดเกราะของ ‘Atana’ (รูปปั้นทพีตัวใหญ่ ๆ ในฉากที่เราเห็นความจริงคือชุดเกราะ) เพื่อให้เธอไปสู้ศึกสุดท้าย ซึ่งตอนนี้คุณหนูซาโอริยังไม่ตายแต่ถูกจับอยู่ในนรก ซึ่งคราวนี้ไม่ใช่การถีบส่งแมลงสาบทั้ง 5 แต่ยังมีเหล่า ‘Gold Saint’ ร่วมต่อสู้ด้วย ซึ่งสิ่งแรกที่ทุกคนทำคือการลงนรกและปลุกสัมผัสที่ 7 ให้ตื่นเพื่อเพิ่มพลังต่อสู้

Saint Seiya

Chapter Inferno

Saint Seiya

เมื่อพวกเซย่าลงมาถึงนรกทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปเพื่อหาทางไปถึงตัว ‘Atana’ เพราะตอนนี้เธอกำลังถูกขังในไหที่ไม่ได้ทำจากทองคำ ที่กำลังดูดเลือดของเธอให้ตายอย่างช้า ๆ ซึ่งการต่อสู้กับผู้คุมนรกนั้นก็เรียกว่าโหดและสนุกมาก ๆ เพราะเราจะได้เห็นการต่อสู้ของพวกชุดเกราะทองที่ไม่ค่อยมีบทมาต่อสู้และก็โม้เรื่องราวในอดีตกันไปมา ขนาดตาลุงม่วงโดโกที่นั่งนิ่ง ๆ ไม่ขยับตัวไปไหนเป็นร้อยปี ก็ถึงกับคืนร่างหนุ่มมาสู้ศึกครั้งนี้ (รูปประกอบด้านล่าง) และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดในส่วนนี้ก็คือชุนหรือนายพี่ฮะที่เรารู้จักเขาก็คือคนที่เกิดมาเป็นร่างสถิตของ ‘Hades’ จนพี่ฮะต้องมาตบเรียกสติน้องฮะให้รู้ตัวว่าตนเองนั้นคือใครและมีหน้าที่อะไรในการสู้ศึกนี้ จนชุนน้องพี่ที่รักสามารถกลับมาเรียกพี่ฮะได้เหมือนเดิม พวกเซย่าสู้ศึกกับผู้คุมนรกที่แข็งแกร่งหัวทิ่มพื้นไปหลายต่อหลายครั้งแต่ก็สามารถเอาชนะมาได้ จนมาถึงกำแพงที่กั้นระหว่างนรกและดินแดนแห่งเทพเจ้าที่มนุษย์ไม่สามารถข้ามกำแพงไปได้ ซึ่งเมื่อข้ามไปไม่ได้ก็พังมันเสียเลย ว่าแล้วเหล่า ‘Gold Saint’ ที่ยังมีชีวิตก็มาพร้อมใจกันระเบิดร่างทองเปิดรูกำแพงบนกำแพงให้พวกเซย่าไปสู้กับเทพที่ดินแดนที่เรียกว่า ‘Elysium’

Saint Seiya

Chapter Elysion

Saint Seiya

เมื่อมาถึง ‘Elysium’ สิ่งแรกที่แมลงสาบตัวแทนหมู่บ้านที่ถูกส่งมา ก็เจอกับสองเทพเจ้าที่เทียบเท่า ‘Atana’ อย่างเทพแห่งความตาย แทนาทอส (Thanatos) และเทพแห่งการหลับใหล ฮิปินอส (Hypnos) ที่แน่นอนว่าทั้ง 5 ที่เป็นเพียงมนุษย์จะไปสู้กับเทพได้ แม้แต่จ้าวสมุทร ‘Poseidon’ จะช่วยโดยการส่งชุดเกราะทองมาให้ทั้ง 5 คนสวม แต่ก็ถูกเทพปัดเบา ๆ จนเกราะทองกลายเป็นเศษขยะ เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพเจ้าที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนก็ไม่สามารถต่อกรกับเทพเจ้าได้ แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเลือดของ ‘Atana’ ที่ไหลรินนั้นมาโดนชุดเกราะของพวกเซย่า จนทำให้ชุดเกราะ ‘Bronze Saint’ ที่กากที่สุดกลายเป็นชุดเกราะเทพเจ้า ทำให้คนสวมมีพลังเทียบเท่าเทพเจ้าจนสามารถตบเทพได้ในที่สุด ซึ่งเมื่อตบหัวหน้ารองไปแล้วก็มาถึงหัวหน้าใหญ่ ที่จ้าวนรกนั้นก็ไม่ใช่แค่ชื่อเพราะแกแกร่งจริง ส่วนที่แกไม่เอาร่างตัวเองออกมาเพราะพี่แกหวงร่างตัวเองมาก ๆ เพราะร่างเขาหล่อสวยสมบูรณ์แบบไม่เหมาะเอามาเปื้อนฝุ่นดินกับเศษขยะอย่างมนุษย์พวกนี้ (ดูถูกเสียมนุษย์หมดค่าเลย) ซึ่งแม้พวกเซย่าจะมีพลังเทพก็ไม่สามารถเอาชนะจ้าวนรกได้ จนต้องร้องเรียกให้ตัวแม่จัดการเอง เพราะตอนนี้ ‘Atana’ ได้ชุดเกราะของตนเองมาแล้ว เธอสามารถต่อกรกับจ้าวนรกจนสามารถเอาชนะลงได้ แต่ก่อนที่จะชนะได้เซย่าได้เอาตัวรับดาบของ ‘Hades’ ที่แทงใส่คุณหนูซาโอริจึงทำให้เธอรอดตายเหมือนควายขวิดไปได้ ส่วนเซย่าที่ถูกดาบแทงจนมิดด้ามทะลุร่างแบบนั้นใครเห็นก็คิดว่าตาย ซึ่งในตอนนั้นเรายังไม่รู้เลยว่าเซย่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จนเรามารู้ในภายหลังว่าเซย่านั้น…..ไม่บอกไปดูเอาเอง หลังจากนั้นโลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้งเป็นการจบเรื่องราวการต่อสู้ของฉบับมังงะอย่างบริบูรณ์ ก่อนจะมีภาคต่ออย่าง ‘Saint Seiya Omega’ และภาคแยกอย่าง ‘Saint Seiya Soul of Gold’ ออกมา และภาคก่อนหน้าอย่าง ‘The Lost Canvas’ มาเติมเต็มส่วนที่ขาดจนครบ ซึ่งใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็สามารถไปหาทั้งสามภาคมาดูต่อได้รับรองว่าสนุกไม่แพ้ภาคหลักแน่นอน

Saint Seiya

ก็จบกันไปแล้วกับการสรุปเนื้อเรื่อง (แบบย่อ) ของ ‘Saint Seiya’ เพื่อให้คุณได้รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ได้แบบรวบรัด โดยเราจะเอามาเฉพาะส่วนสำคัญที่น่าสนใจในเนื้อเรื่องมาพูดถึงเท่านั้น เพราะถ้าเล่าแบบละเอียดจริง ๆ บทความคงยาวกว่านี้มาก ๆ แน่นอน หรือถ้าคุณอยากทราบเรื่องราวแบบละเอียดจริง ๆ ก็ไปติดตามฉบับมังงะที่มี 53 เล่มจบ ส่วนในฉบับอนิเมะที่นับเฉพาะตามในมังงะก็มีกว่า 175 ตอนมาดู (ดูกันตาแฉะเลยทีเดียว) แต่รับรองความสนุกที่คุณคิดไม่ถึง เพราะการต่อสู้ในแต่ละครั้งจะมีการบอกเล่าเรื่องราวและย้อนอดีตต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวละครนั้น ๆ ให้เราได้ทราบ (บางทีเล่าเรื่องอดีต 3 ตอนแต่สู้กัน 2 นาทีจบก็มี) ที่เรียกว่าถ้าเข้ามาในวงการนี้แล้วยากจะออกไปได้เลยทีเดียว และถ้าเนื้อหาในบทความข้ามตอนไหนส่วนใดของอนิเมะไปก็ขออภัยมาด้วย ส่วนคราวหน้าจะเป็นการสรุปเรื่องราวการ์ตูนเรื่องไหนอีกก็รอติดตามกันได้ หรือจะย้อนไปอ่านย้อนอดีตการ์ตูนเก่าเรื่องอื่น ๆ ก็มีหลายเรื่องรอคุณอยู่ หรือจะอ่านบทความการ์ตูนสนุก ๆ ที่น่าสนใจก็มีให้คุณได้อ่านกัน เพราะที่แบไต๋มีครบทุกความบันเทิงเพื่อคุณ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก