Connect with us

การ์ตูน-แอนิเมชั่น-มังงะ

เผยโฉมหน้าที่แท้จริงแล้ว!!! สองสาว ClariS ถอดหน้ากากในคอนเสิร์ตที่ Yokohama!!

เป็นหนึ่งในนักร้องที่มีแฟนคลับมากมายด้วยเสียงอันมีเสน่ห์ของพวกเธอ สำหรับคู่หู ClariS ที่ประกอบด้วยสมาชิกอย่าง Clara และ Karen แต่ว่าหลายๆคนก็มีสิ่งที่สงสัยกับพวกเธอมาตลอดนั่นก็คือ นักร้องคู่นี้มักจะปิดหน้าปิดตาตัวเองเอาไว้เสมอทำให้เป็นปริศนาว่า หน้าตาจริงๆของเธอเป็นอย่างไร แม้พวกเธอจะขึ้นมาแสดงสดก็ยังใส่หน้ากากเอาไว้เช่นเดิม แต่ว่าปริศนาทั้งหมดได้ไขกระจ่างสำหรับแฟนๆที่ไปชมคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดของเธอแล้ว!!

ในงานคอนเสิร์ต Sayonara no Saki e …Hajimaru no Melody ที่ ศูนย์ประชุม Pacifico Yokohama สองสาว ClariS ได้แสดงคอนเสิร์ตอย่างเต็มพลังโดยใส่หน้ากากตลอดการแสดง แต่ว่าพวกเธอได้สร้างเซอร์ไพร์สแบบที่แฟนๆไม่ได้ตั้งตัวกันมาก่อน หลังจากจบคอนเสิร์ต เหล่าแฟนๆได้ตะโกน Encore กันอย่างพร้อมเพรียง แน่นอนว่าสองสาวต้องออกมาเพื่อตอบรับพลังของแฟนๆด้วยเพลง Prism แต่ว่าที่พิเศษกว่านั้นคือ พวกเธอขึ้นมาโดยไม่มีหน้ากาก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ฮอลแตกทันที ดูภาพความรู้สึกแฟนๆ จากภาพด้านล่างได้เลยนะครับ

น่าเสียดายที่ภาพหน้าตาที่แท้จริงของพวกเธอไม่ได้เปิดเผยในโลกออนไลน์ รวมถึงข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ยังไม่มีการเผยภาพโฉมหน้าของพวกเธอแต่อย่างใด ฉะนั้นใครได้ไปคอนเสิร์ตนี้คงได้ความประทับใตที่ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตแน่นอน น่าอิจฉาจริงๆผมก็เป็นสาวกเช่นเดียวกัน

รายละเอียดและข้อมูลของ ClariS

นักร้องคู่หูดูโอที่เชื่อว่าคนดูอนิเมะต้องคุ้นหูกับเพลงของพวกเธอกันบ้างกับ ClariS (クラリス Kurarisu คลาริส) วงดูโอสองสาวปริศนาที่ยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าที่แท้จริงของพวกเธอ แต่เชื่อเถอะว่าบทเพลงของพวกเธอนั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างแน่นอน

ClariS เป็นวงดูโอที่เกิดขึ้นจากสองสาวมัธยมต้นปี 1 จากเมือง Hokkaido ที่ใช้นามแฝงว่า Clara และ Alice ซึ่งก่อนที่จะใช้ชื่อว่า ClariS นั้น พวกเธอเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Alice★Clara” จากการร้องโคฟเวอร์เพลงอนิเมะและเพลง Vocaloid ให้ฟังผ่านทางเว็บไซต์ Nico Nico Douga ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2009 ถึงเดือนมิถุนายน 2010 โดยเพลงโคฟเวอร์แรกของพวกเธอคือเพลง “Step to You” ที่ต้นฉบับเป็นเพลง Vocaloid ของ Hatsune Miku แต่งโดย 40meter-P ซึ่งเพลงได้ถูกโพสในวันที่ 10 ตุลาคม 2009 หลังจากนั้นพวกเธอก็ร้องเพลงโคฟเวอร์ออกมาให้ฟังอีกจนถึงเดือนมิถุนายน 2010 รวมทั้งสิ้น 13 เพลง ซึ่งในบรรดาเพลงเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงดังที่น่าจะรู้จักกันดีอย่าง “Black Rock Shooter”, “Only My Railgun”, “Kimi no Shiranai Monogatari”, “Lion”, “Level 5 (Judgelight)”, “Don’t Say ‘Lazy’”, “Listen!!” เป็นต้น

ในเดือนเมษายน 2010 ทาง Sony Magazines ในสังกัดของ Sony Music Entertainment Japan ได้เปิดตัวนิตยสารเพลงชื่อว่า LisAni! พร้อมกับมีโครงการค้นหานักร้องเพลงอนิซองหน้าใหม่ ซึ่งทีมงานก็สนใจวง “Alice★Clara” และทำให้พวกเธอได้ออก CD เพลงพิเศษ ที่มีออริจินอลชื่อว่า “Drop” แต่งโดย Kz Livetune แถมมากับนิตยสาร LisAni! ฉบับปฐมฤกษ์ และต่อมาในนิตยสารฉบับที่ 2 พวกเธอก็ได้ออก CD เพลงพิเศษอีกครั้ง กับเพลงที่ชื่อว่า ” Kimi no Yume wo Miyou ” (君の夢を見よう?) ซึ่งก็แต่งโดย Kz Livetune อีกเช่นกัน และจากนั้นก็มีการทำซิงเกิ้ลรวมสองเพลงดังกล่าวมาขายเฉพาะในงาน Comiket ครั้งที่ 78 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2010 ด้วย

หน้าปก Single Kimi no Yume wo Miyou

จากนั้นเส้นทางดนตรีของพวกเธอในชื่อ “Alice★Clara” ก็ได้จบลง และเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อในเดือนกันยายน 2010 เธอทั้งสองได้เซ็นสัญญาเข้าในสังกัด SME Records พร้อมกับเปิดตัวในชื่อใหม่ว่า “ClariS” ที่ชื่อก็มาจากการนำชื่อของเธอทั้งสองคือ Clara และ Alice มารวมเข้าด้วยกันนั่นเอง โดยซิงเกิ้ลเดบิวเปิดตัวในชื่อ ClariS ของพวกเธอก็คือซิงเกิ้ลเพลงที่ชื่อ “Irony” แต่งเพลงโดย Kz Livetune ซึ่งถูกใช้เป็นเพลงในอนิเมะ Ore no Imouto ga Konna ni Kawaii Wake ga Nai หรือ “น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก” ในเดือนตุลาคม 2010 และทำให้พวกเธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างตั้งแต่ตอนนั้น

ต่อมาพวกเธอก็ได้ตอกย้ำความนิยมกับซิงเกิ้ลเพลงที่สองชื่อว่า “Connect” ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2011 เพลงที่ถูกใช้เป็นเพลงเปิดอนิเมะที่สร้างปรากฏการณ์ในขณะนั้นอย่าง Mahou Shoujo Madoka Magica ซึ่งซิงเกิ้ลนี้ก็ยังได้รับรางวัล Gold Disc โดย Recording Industry Association of Japan (RIAJ) ในเดือนมกราคม 2012 ในฐานะที่สามารถทำยอดขายได้ถึง 100,000 แผ่นใน 1 ปี

ต่อมา ClariS ก็มีผลงานใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการได้ร้องโคฟเวอร์เพลง “True Blue” ในอัลบั้ม Zone Tribute: Kimi ga Kureta Mono (วางจำหน่าย 10 สิงหาคม 2011) ที่เป็นการนำเพลงของวง Zone กลับมารวมอัลบั้ม และมีวงต่างๆ คาโคฟเวอร์ ต่อมากับซิงเกิ้ลที่สามเพลง “Nexus” (วางจำหน่าย 14 กันยายน 2011) ก็ถูกใช้เป็นเพลงประกอบทั้งนิยายเล่ม 9 และเกมของ Oreimo บนเครื่อง PSP ซิงเกิ้ลที่สี่เพลง “Naisho no Hanashi” ซึ่งแต่งโดย Ryo แห่งวง Supercell (วางจำหน่าย 1 กุมภาพันธ์ 2012) ได้ถูกใช้เป็นเพลงปิดของอนิเมะ Nisemonogatari

ในที่สุดอัลบั้มแรกของ ClariS ก็ออกมาในวันที่ 11 เมษายน 2012 ที่แผ่นแบบ Limited จะมี Nendoroid Puchi ของ Clara และ Alice ที่วาดโดยอาจารย์ Aoki Ume สำหรับเพลง Connect ด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเธอได้รับรางวัล Gold Disc จากทาง RIAJ ในเดือนพฤษภาคม 2012

ClariS เคยปรากฏตัวออกมาที่งาน “2014 New Year’s Festival Hajimari no Yokan” ที่ Zapp Tokyo เมื่อวันที่ 5 มกราคมนั้น ในตอนท้ายเธอทั้งได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับร้องเพลง “reunion” ซิงเกิ้ลที่ 7 ของพวกเธอ แต่ก็ยังไม่มีใครได้เห็นหน้า นอกจากเงาของพวกเธอหลังม่านเท่านั้นซึ่งเป็น Concert เพียงครั้งเดียวของ ClariS ที่แฟนๆได้ใกล้ชิดที่สุดแล้ว

แต่ท่ามกลางความสำเร็จก็ต้องมีเรื่องร้ายๆมาบ้างในภายหลัง โดยก่อนที่อัลบั้มล่าสุดของ ClariS อย่าง Party Time จะวางจำหน่ายได้ไม่นาน ก็ได้มีประกาศการจบการศึกษา (ออกจากวง) ของ Alice เพื่อที่จะตั้งใจต่อในด้านการศึกษาช่วงมัธยมปลายของเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่แฟนต่างก็ช๊อคไปตามๆกัน ซึ่งแฟนๆก็ได้แต่หวังว่าซักวัน Alice อาจจะกลับมาร่วมร้องเพลงกับ Clara อีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ โดย Alice นั้นได้จบการศึกษาหรือออกจากวงไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2014 ที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่า Alice จะออกจากวงไปนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าวง ClariS จะถูกยุบไปโดยหลังจากที่ Alice ได้แยกจากวงไปได้ไม่นาน ก็มีการสัมภาษย์สด Clara เกี่ยวกับแนวทางของวงที่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในรายการ Mezamashi ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความแปลกตากับแฟนๆมากๆที่ Clara “นั้นมาด้วย Mascot หุ่นกระดาษ” ออกรายการ โดยในรายการนั้น Clara ก็ยังบอกว่า ClariS จะยังไม่หายไป โดยเธอจะรับช่วงต่อร้องเพียงคนเดียว

ภาพที่ลือกันว่าเป็นตัวจริงของ ClariS แต่ข้อเท็จจริงไม่มีการยืนยัน

นอกจากในส่วนของผลงานเพลงแล้ว ClariS เองก็มีงานในส่วนของอีเวนต์ต่างๆมากมาย และยังมีงานแสดงคอนเสิร์ตของตัวเอง รวมถึงยังเคยเข้าร่วมคอนเสิร์ต LisAni! LIVE-5 ณ บุโดกังอีกด้วย โดยการแสดงบนเวทีทั้งหมดของพวกเธอนั้นจะเป็นการทำการแสดงด้านหลังผ้าม่านพร้อมกับมีผ้าปิดบังใบหน้า เพื่อคงสถานะการปิดบังตัวตนของพวกเธอให้เป็นปริศนาต่อไป

ถ้าใครที่ชื่นชอบเหมือนกันหรืออยากจะพูดคุยก็เข้ามาได้ที่ What The Fact มาร่วมแบ่งปันความชอบกันได้นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: Wowjapan และ Ota-suke

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!