[รีวิว]A Perfect Pairing: ละครไทยสไตล์อเมริกัน ชัด ๆ

กำกับ
สจ๊วร์ต แมคโดนัลด์
บท
เอลิซาเบธ แฮคเกตต์, ฮิลารี แกเลนอย
ความยาว
1 ชั่วโมง 42 นาที
Our Score
6.9

ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่นำแสดงโดย ‘อดัม เดมอส’ แฟนเก่าสายรุกของบิลลี่จาก SEX/LIFE กลับมาคราวนี้เขาไม่ได้มาเพื่อโชว์ลีลาเด็ดดวงอย่างเรื่องที่แล้ว แต่เปลี่ยนแนวมาเป็นหนุ่มหล่อบ้านทุ่งที่ตั้งใจฝังตัวเองไว้กับฝูงแกะ ทุ่งหญ้า และตำแหน่งผู้จัดการฟาร์มแกะธรรมดา ๆ แน่นอนว่าเรื่องนี้มีการพบรัก กุ๊กกิ๊ก ประหนึ่ง ณเดชน์ กับ มิว นิษฐา ก็ไม่ปาน

‘โลล่า’ (วิคตอเรีย จัสทิส) ผู้บริหารฝ่ายขายของบริษัทไวน์ในแอลเอ ลาออกจากงานแบบฟาดฝีปากใส่เจ้านายไปหนึ่งฉาด “ไม่ไหวแล้ว ฉันทนทำงานกับคุณไม่ได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว” แล้วก็เดินฉับ ๆ กลับบ้านมาบอกพ่อของเธอว่า หนูจะเปิดบริษัทจัดจำหน่ายไวน์ของตัวเอง และลูกค้ารายแรกที่เธอหมายมั่นปั้นมือจะช่วงชิงมาให้ได้คือ ‘วอห์นแฟมิลี่ไวน์’ ปลาตัวยักษ์ที่เธออยากจับมาใส่ตะกร้าน้อย ๆ ของเธอเสียให้ได้ และทำให้เธอรีบจองตั๋วเครื่องบินไปยังชนบทของออสเตรเลียเพื่อภารกิจแรกของเธอในครั้งนี้

แต่น่าเสียดายที่ครอบครัววอห์นไม่สนใจทำธุรกิจกับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ ด้วยความมั่นอกมั่นใจและไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ โลล่าอาสาทำงานเป็นคนงานในฟาร์มในตำแหน่งจิลลารู ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่ในฟาร์มแกะของครอบครัววอห์นโดยมี ‘แม็กซ์’ (อดัม เดมอส) ผู้จัดการฟาร์มแกะสุดหล่อเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงาน ในตอนแรกมันก็ทุลักทุเลอยู่แล้วละจ้ะ เพราะแม่สาวแอลเอจะต้องมาทำหน้าที่เป็นสาวชนบทในออสเตรเลีย ทั้งซ่อมรั้ว เลี้ยงแกะ ไปยันตักขี้เอามาทำปุ๋ย แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทำให้เธอและเขาปิ๊งกันเข้าจนได้ แต่ความลับของแม็กซ์ก็เกือบจะทำทุกอย่างพังไม่เป็นท่า

เรื่องเน่า ๆ เล่าเพลิน ๆ

เราชาวไทยไม่ต้องเดาเนื้อเรื่องก็รู้ตั้งแต่เปิดฉากแล้วละจ้ะ สาวชาวกรุงผู้มุ่งมั่นและแสนดื้อรั้น ผิดหวังจากงานที่ทำจนฮึดสู้ว่าจะฉายแสงด้วยตัวเอง ปิ๊งไอเดียว่าจะเอาลูกค้ารายนี้มาเป็นของเธอได้ยังไง ลงทุนตีตั๋วไปเมืองไกลแล้วก็ต้องไปพบกับอุปสรรค์ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพื่อเอาชนะใจใครสักคนจนไปเจอกับหนุ่มหล่อหุ่นล่ำ มาเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานในไร่ให้ แรกที่ดูก็คิดว่าต้องมีบทที่พระเอกโหด ทำเข้มแบบนายสิงห์เจ้าของไร่บัวขาวใน ‘ตามรักคืนใจ’ ละครไทยของเรารึเปล่านะ แต่ก็ไม่มีจ้ะ

พี่แม็กซ์แกนุ่มกว่านายสิงห์เยอะ ไม่ปากแข็งแต่มีปมแล้วก็ฝั่งตัวเองอยู่กับฝูงแกะ ไม่ยอมรับงานบริหารบริษัทไวน์ของที่บ้าน ทำตัวเป็นฟาร์มบอยปลอมตัวมา จนได้มาเจอกับนางเอกแก่นเซี้ยว ดื้อรั้น ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ แถมรู้เรื่องไวน์แบบช่ำชอง ก็ปิ๊งเค้า รักกัน จนเข้าตำราละครไทยที่ไม่ต้องเดาหรอก เล่ายังไงก็ไม่เป็นการสปอยล์เพราะพวกเราสอบได้คะแนนเต็มกันอยู่แล้ว หากคุณเคยดูละครไทยแนวรักลั่นทุ่งมาพอสมควร คุณจะเห็นเศษเสี้ยวของละครเหล่านั้นอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เต็มไปหมดเลยละจ้ะ ฉากบังเอิญก็มี ฉากสู้ชีวิตก็มา มันใช่มากมันคล้ายเลยทีเดียว

เพลงเพราะ ภาพสวย รวยความสุข

เรื่องนี้นางเอกร้องเพลง “Home” ของ ‘Edward Sharpe & The Magnetic Zeros’ ได้เพราะมาก ๆ ในฉากที่ล้อมวงเฮฮากับเพื่อนในฟาร์ม ติดใจเสียงของนางจนไปค้นประวัติดูหน่อยซิก็ถึงบางอ้อว่า วิคตอเรีย จัสทิส เป็นนักร้องด้วยนี่นาและเคยร้องเพลงประกอบซีรีส์มาหลายเรื่องด้วยแฮะ ก็เป็นอะไรที่ฟีลกู้ดมากขึ้นไปอีก สำหรับใครที่จะหาหนังเบา ๆ ไม่ต้องไปคิดเยอะแยะกับเนื้อเรื่องให้มากมาย แล้วมาปล่อยอารมณ์ไปกับนางเอกสวย พระเอกหล่อ และโลเคชันงาม ๆ ที่งามจริง ๆ ในทุก ๆ ซีนที่ผ่านตา

เพราะเรื่องนี้ถ่ายทำกันในสถานที่จริงคือ Queensland ประเทศออสเตรเลีย ที่ธรรมชาติแถบนั้นรายล้อมไปด้วยภูเขา เรียกว่าเป็นชีวิตในฝันที่อยากจะไปลำบากดูสักครั้งเลยเชียวแหละ หนังนำเสนอความสุนทรียที่พยายามบอกกับทุกคนว่า ชีวิตแบบนี้สิมันคือชีวิต จากบางช่วงบางตอนของตัวแสดงตัวหนึ่งที่พูดกับนางเอกว่า “ฉันทำงานตัดขนแกะเพราะฉันชอบ ทำงานหนักให้จบไปเป็นจ๊อบ ๆ รับเงินและไปท่องเที่ยวพักผ่อน ไม่ต้องทำงานแบบคนในเมืองที่แค่จะลาพักร้อนก็ยังลำบาก” จ้ะ..ฟังดูก็สบายดี ภาพสวย รวยความสุข แต่ก็ใช่ว่าทุกคนเขาอยากจะตัดขนแกะไปจนแก่รึเปล่าละพ่อ

บทบางเบาแต่เอาน่า ช่างมันเถอะ

เรื่องนี้ต้องโทษคนเขียนบทที่อาจจะดูละครไทยน้อยไป ก็ถ้าจะเป็นแฟนตัวยงขนาดนี้ต้องใส่ความดราม่าสาแก่ใจเข้าไปอีกสักนิด รับรองว่ากลิ่นอเมริกันไม่มีเหลือ จากที่ก็แทบจะไม่เหลืออยู่แล้วละค่ะ เพราะแต่ละฉากแต่ละตอนก็อดไม่ได้ที่จะนึกเปรียบเทียบกับละครบ้านเราว่า ถ้าเป็นของบ้านเราฉากนี้จะต้องเป็นยังไงนะ คนงานของเขานัดกินเบียร์ เต้นรำในบาร์ บ้านเราอาจจะเป็นการตั้งวงกอดไหอุแล้วก็ไปเซิ้งอยู่ร้านตาหมานหน้าไร่ ฉากต้อนแกะอาจจะเป็นต้อนวัวเข้าคอก ก็เป็นได้

แต่ใด ๆ ก็ตาม ทั้งบทและบรรยากาศของหนัง ทำให้ชูความอบอุ่นออกมาแบบแพร่กระจายไปทั่วเรื่อง เริ่มตั้งแต่ครอบครัวนางเอกที่มีพ่อที่แสนดีเหลือเกิน มาพบรักกับพระเอกที่รวยอื้อซ่าแต่แอ๊บจน คลุกคลีกับคนงานแบบโคตรจะเป็นกันเองแถมยังขี้อายและแสนจะสุภาพ น่ารักน่ากัดจนนางเอกไม่ไหวจะทน อดัม เดมอส เล่นเรื่องนี้ได้น่ากินมากค่ะบอกเลย

ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกเลยว่าเสน่ห์ของฮีแพรวพราวยิ่งกว่าตอนเล่น SEX/LIFE จนสามารถลบบทบาทเก่า ๆ ไปได้อย่างสิ้นเชิง และทำให้มองข้ามบทหลวม ๆ บาง ๆ ของหนังไปได้แบบให้อภัย ก็จะเอาอะไรกับหนังฟีลกู้ดบ้านทุ่งกันนักละค่ะ ชั่วโมงนี้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

บท
5.5
โปรดักชัน
7
การแสดง
8.5
ความสนุกตามแนวหนัง
6.5
ความคุ้มค่าในการรับชม
7
คะแนนจากผู้อ่าน3 Votes
6.9
จุดเด่น
โลเคชันสวย ดูเพลินเชียวละและนางเอกร้องเพลงเพราะมาก เป็นหนังฟีดกู้ดที่ดูแล้วอย่าไปเอาอะไรมาก ผ่อนคลายกันเถอะจ้ะ ประมาณนี้
เรื่องนี้เราจะเห็น อดัม เดมอส ในบทบาทใหม่ที่น่ารักกว่าเรื่องก่อนหน้านี้เยอะเลย
จุดสังเกต
บทบางเบาเหมือนดูละครไทยตอนเย็น ๆ บอกตามตรงว่าละครเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผุดขึ้นมาในหัวขณะดูเยอะมากและ อดไม่ได้ที่จะนึกตามไปว่า ถ้าเป็นละครบ้านเรานะ นางเอกต้องทำแบบนี้แบบนั้น แล้วก็ทำจริง ๆ ซะด้วยสิ
เนื้อเรื่องเดาได้แน่นอน ทุกคนต้องได้คะแนนเต็ม เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามนั้น ไม่มีหักมุมหรือจุดพีคใด ๆ เพราะเขาส้รางมาให้ดูแล้วยิ้มอย่างเดียวเท่านั้น จริง ๆ
6.9

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก