Connect with us

ภาพยนตร์

ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 75 : Lady Bird, Three Billboards ชนะเลิศหนังยอดเยี่ยม

ประกาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 75 โดย Lady Bird และ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri สามารถคว้ารางวัลใหญ่ไปได้

ประกาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 75 โดย Lady Bird และ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri สามารถคว้ารางวัลใหญ่ไปได้

งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 75 นี้ เป็นงานประกาศรางวัลใหญ่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์งานแรกของปี 2018 นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวและความวุ่นวายมากมายที่เกิดขึ้นในฮอลลีวู้ดมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2017 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟ้องร้องคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อนักแสดงชายหลายคน โดยมีรายชื่อผู้ชนะรางวัลทั้งหมด ดังนี้

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาดราม่า

  • Call Me By Your Name
  • Dunkirk
  • The Post
  • The Shape of Water
  • ผู้ชนะ: Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาเพลงหรือเบาสมอง

  • The Disaster Artist
  • Get Out
  • The Greatest Showman
  • I, Tonya
  • ผู้ชนะ: Lady Bird

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม สาขาดราม่า

  • เจสสิกา แชสเทน, Molly’s Game
  • แซลลี่ ฮอว์กินส์, The Shape of Water
  • ผู้ชนะ: ฟรานเซส แม็คดอร์มานด์, Three Billboards Outside Ebbing, Missouri
  • เมอรีล สตรีป, The Post
  • มิเชล วิลเลียมส์, All the Money in the World

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สาขาดราม่า

  • ไทโมธี ชาลาเม็ต, Call Me By Your Name
  • แดเนียล เดย์-ลูวิส, Phantom Thread
  • ทอม แฮงส์, The Post
  • ผู้ชนะ: Gary Oldman, Darkest Hour
  • เดนเซล วอชิงตัน, Roman J. Israel, Esq.

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม สาขาเพลงหรือเบาสมอง

  • จูดี้ เดนช์, Victoria & Abdul
  • เฮเลน เมียร์เรน, The Leisure Seeker
  • มาร์ก็อต ร็อบบี้, I, Tonya
  • ผู้ชนะ: เซียร์ชา โรแนน, Lady Bird
  • เอมมา สโตน, Battle of the Sexes

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สาขาเพลงหรือเบาสมอง

  • สตีฟ คาเรล, Battle of the Sexes
  • แอนเซล เอลกอร์ธ, Baby Driver
  • ผู้ชนะ: เจมส์ แฟรนโก, The Disaster Artist
  • ฮิว แจ็กแมน, The Greatest Showman
  • แดเนียล คาลูยา, Get Out

นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

  • แมรี เจ. ไบลจ์, Mudbound
  • ฮง เชา, Downsizing
  • ผู้ชนะ: แอลลิสัน แจนนีย์, I, Tonya
  • ลอรี เมตคาล์ฟ, Lady Bird
  • ออคตาเวีย สเปนเซอร์, The Shape of Water

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

  • วิลเลม เดโฟ, The Florida Project
  • อาร์มี แฮมเมอร์, Call Me By Your Name
  • ริชาร์ด เจนกิ้นส์, The Shape of Water
  • คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์, All the Money in the World
  • ผู้ชนะ: แซม ร็อคเวลล์, Three Billboards Outside Ebbing, Missouri

ผู้กำกับยอดเยี่ยม

  • ผู้ชนะ: กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่, The Shape of Water
  • มาร์ติน แมคโดนา, Three Billboards Outside Ebbing, Missouri
  • คริสโตเฟอร์ โนแลน, Dunkirk
  • ริดลีย์ สก็อตต์, All the Money in the World
  • สตีเวน สปีลเบิร์ก, The Post

บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

  • กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่ และ เวเนสสา เทย์เลอร์, The Shape of Water
  • เกรตา เจอร์วิก, Lady Bird
  • ลิซ ฮันนาห์ และ จอร์ช ซิงเกอร์, The Post
  • ผู้ชนะ: มาร์ติน แมคโดนา, Three Billboards Outside Ebbing, Missouri
  • แอรอน ซอร์กิ้น, Molly’s Game

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาอนิเมชั่น

  • The Boss Baby
  • The Breadwinner
  • ผู้ชนะ: Coco
  • Ferdinand
  • Loving Vincent

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

  • A Fantastic Woman (ชิลี)
  • First They Killed My Father (โคลัมเบีย)
  • ผู้ชนะ: In the Fade (เยอรมนี/ฝรั่งเศส)
  • Loveless (รัสเซีย)
  • The Square (สวีเดน/เยอรมนี/ฝรั่งเศส)

ดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม

  • คาร์เทอร์ เบอร์เวลล์, Three Billboards Outside Ebbing, Missouri
  • ผู้ชนะ: อเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์, The Shape of Water
  • จอนนี กรีนวู้ด, Phantom Thread
  • จอห์น วิลเลียมส์, The Post
  • ฮานส์ ซิมเมอร์, Dunkirk

เพลงประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม

  • “Home”, Ferdinand
  • “Mighty River”, Mudbound
  • “Remember Me”, Coco
  • “The Star”, The Star
  • ผู้ชนะ: “This Is Me”, The Greatest Showman

ซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม สาขาดราม่า

  • The Crown
  • Game of Thrones
  • ผู้ชนะ: The Handmaid’s Tale
  • Stranger Things
  • This Is Us

ซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม สาขาเพลงหรือเบาสมอง

  • Blackish
  • ผู้ชนะ: The Marvel Mrs. Maisel
  • Master of None
  • SMILF
  • Will & Grace

ลิมิเต็ดซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม

  • ผู้ชนะ: Big Little Lies
  • Fargo
  • Feud: Bette and Joan
  • The Sinner
  • Top of the Lake: China Girl

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในลิมิเต็ดซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางโทรทัศน์

  • เจสสิกา บีล, The Sinner
  • ผู้ชนะ: นิโคล คิดแมน, Big Little Lies
  • เจสซิกา แลงจ์, Feud: Bette and Joan
  • ซูซาน ซาแรนดอน, Feud: Bette and Joan
  • รีส วิเธอร์สปูน, Big Little Lies

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในลิมิเต็ดซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางโทรทัศน์

  • รอเบิร์ต เดอ นิโร, The Wizard of Lies
  • จู๊ด ลอว์, The Young Pope
  • ไคล์ แม็คลัคแลน, Twin Peaks
  • ผู้ชนะ: ยวน แม็คเกรเกอร์, Fargo
  • เจฟฟรีย์ รัช, Genius

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในซีรีส์ทางโทรทัศน์ สาขาดราม่า

  • ไคทริโอน่า เบลฟ์, Outlander
  • แคลร์ ฟอย, The Crown
  • แมกกี จิลเลนฮอล, The Deuce
  • แคทเธอรีน แลงฟอร์ด, Thirteen Reasons Why
  • ผู้ชนะ: เอลิซาเบธ มอส, The Handmaid’s Tale

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ทางโทรทัศน์ สาขาดราม่า

  • เจสัน เบทแมน, Ozark
  • ผู้ชนะ: สเตอร์ลิง เค. บราวน์, This Is Us
  • เฟรดดี ไฮร์มอร์, The Good Doctor
  • บ็อบ โอเดนเคิร์ค, Better Call Saul
  • ลีฟ ชไรเบอร์, Ray Donovan

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในซีรีส์ทางโทรทัศน์ สาขาเพลงหรือเบาสมอง

  • พาเมลา แอดลอน, Better Things
  • เอลิสัน บรีย์, GLOW
  • ผู้ชนะ: ราเชล บรอสนาฮาน, The Marvelous Mrs. Maisel
  • อิสซา แร, Insecure
  • แฟรงกี้ ชอว์, SMILF

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในซีรีส์ทางโทรทัศน์ สาขาเพลงหรือเบาสมอง

  • แอนโทนี แอนเดอร์สัน, Blackish
  • ผู้ชนะ: อาซิส อันซาริ, Master of None
  • เควิน เบคอน, I Love Dick
  • วิลเลียม เอช. เมซี, Shameless
  • อีริค แมคคอร์แมค, Will & Grace

นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในลิมิเต็ดซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางโทรทัศน์

  • ผู้ชนะ: ลอร่า เดิร์น, Big Little Lies
  • แอน ดาวด์, The Handmaid’s Tale
  • คริสซี่ เมตซ์, This Is Us
  • มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์, The Wizard of Lies
  • เชลีน วูดลีย์, Big Little Lies

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมในลิมิเต็ดซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่สร้างสำหรับฉายทางโทรทัศน์

  • เดวิด ฮาร์เบอร์, Stranger Things
  • อัลเฟรด โมลินา Feud: Bette and Joan
  • คริสเตียน สเลเทอร์, Mr. Robot
  • ผู้ชนะ: อเลกซานเดอร์ สการ์สการ์ด, Big Little Lies
  • เดวิด ธิวลิส, Fa

รางวัล Cecil B. DeMille

  • โอปราห์ วินฟรีย์

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] สิงสู่: หนังผีที่ข่มขวัญ หนังวิจารณ์สังคมที่ชวนขนลุก

Published

on

By

เรื่องย่อ

ณ สำนักบนเขาที่โดดเดี่ยวห่างไกล ในวันที่บรรยากาศอึมครึมและฝนตกหนัก คนชุดดำ 6 คนมารวมตัวกันนำโดยนายแม่ หญิงชราผมขาวหน้าตาน่าเกรงขาม ทำพิธีกรรมปริศนาบางอย่าง โดยมีศพลึกลับเป็นเป้าหมาย แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าพิธีกรรมนั้นได้ไปปลุกวิญญาณแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในบ้าน และหลังจากนั้นความสยองขวัญสุดขีดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่ไม่สามรถคาดเดาได้เลยว่ามันจะสิงใคร เมื่อไหร่ ด้วยวิธีใด และมันไม่ได้จะเข้าสิงเพื่อทำให้กลัวเท่านั้น แต่สิ่งที่มันต้องการที่สุดแล้วคือ การฝังราก..ยึดวิญญาณ ของใครสักคนในที่นี้

หนังฝีมือจากผู้กำกับชั้นแนวหน้าของไทยอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่กลับมาอีกครั้งในแนวหนังผีที่ดูจะสนุกมือเป็นพิเศษ เพราะนับจาก เปนชู้กับผี หนังผีย้อนยุคไทยสไตล์ที่สร้างความหลอนพลิกความคาดหมายจนลือลั่นไปแล้ว ก็ยังมีผลงานอย่าง รุ่นพี่ หนังผีที่หันมาผสมแนววัยรุ่นผสมการสืบสวนได้แปลกใหม่ แม้จะยังไม่ค่อยลงตัวมากนักก็ตาม มาปีนี้วิศิษฏ์หันกลับมาเล่นแนวผีแบบหนัก ๆ ผู้ใหญ่ ๆ อีกครั้งซึ่งยังได้รวมดาราชั้นนำมาประชันฝีมือแบบห้ำหั่นจริง ๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ อย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี และโดยที่ต้องจับตามมองคือการกลับมาของ ทาริกา ธิดาทิตย์ และการโชว์ฝีมือของรุ่นเล็กของบ้านอย่าง พลอย ศรนรินทร์ ซึ่งฝีมือจัดจ้านขึ้นเป็นลำดับ

หนังเปิดอย่างรวดเร็วสู่พิธีกรรมปลุกวิญญาณโดยแทบไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ กับคนดู ก่อนจะสิ้นสุดฉากนี้ด้วยความผิดพลาดและแล้ววิญญาณร้ายที่ไม่ได้รับเชิญก็บุกรุกข่มขวัญกลุ่มผู้ร่วมพิธีราวกับเกาะร้างปิดตายกลางทะเลในหนังฆาตกรรมสยองขวัญ ซึ่งเหล่าตัวเอกต่างต้องทำบทนักสืบและสงสัยกันเอง ว่าใครจะตกเป็นร่างสิงสู่ของวิญญาณร้าย และวิญญาณร้ายคือใคร แท้จริงต้องการอะไร ยิ่งรวมถึงปริศนาของพิธีกรรมนี้ว่าแท้จริงจัดขึ้นเพื่อการใดกันแน่ นี่คือลูกเล่นที่หนังใช้ผสมหนังหลากหลายแนวจนกลายเป็นหนังผีที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครขึ้นได้

และจุดอ่อนใหญ่ของหนังก็ไม่อาจปกปิดตัวเองได้ดีเหมือนเช่นปริศนาของมันเลย เพราะเราเห็นความจำกัดจำเขี่ยในเรื่องทุนทรัพย์อย่างออกนอกหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมกอัปแต่งหน้าเวลาถูกสิงที่เหมือนลงพื้นหนัก ๆ ป้ายขอบตาดำ แล้วใส่คอนแท็กเลนส์แฟนซี เอาเท่านั้น หรือเทคนิคพิเศษที่แทบจะไม่ได้มีให้เห็น ซึ่งพอประกอบกับการแสดงในบางฉากที่ดั่งอยู่บนเวทีละคอนแล้วนั้น ท่าทางประหลาด ๆ เมกอัปหน้าขาว ๆ คำพูดเว่อ ๆ ไม่ธรรมชาติ มันจึงชวนให้เหมือนหนังคัลท์ทุนต่ำที่ทำให้ตลกอย่างไม่ตั้งใจ แต่หนังก็เอาตัวรอดไปได้ด้วยเสียงของดนตรีที่ข่มขวัญเราได้ดีอย่างกับหนังยุโรปชั้นดี และพลังของนักแสดงที่ทำให้เราไม่อาจเบือนหน้ามองได้เลย

จุดอ่อนใหญ่ของหนังอีกประการคงเป็นไคลแม็กส์ของการเฉลยพล็อตสำคัญนั้น แทบจะเดาได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง และยิ่งเชื่อมั่นเมื่อเห็นคำใบ้รายทาง จนแทบจะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับการช็อกคนดูช่วงท้าย แต่ในขณะเดียวกันหนังก็มีจุดแข็งใหญ่มาก ๆ ในการเป็นหนังที่สอดแทรกสังคมและการเมือง ประวัติศาสตร์ ลงไปอย่างแนบเนียน ทำให้บางคนถึงกับบอกว่าเก็ตไม่หมด หรือดูไม่รู้เรื่องบางจุด นั่นเพราะหนังซ่อนได้คมและซ่อนได้ลึกมาก ใครตีความออกก็จะยิ่งรู้สึกขนหัวลุกได้ยิ่งกว่าตัวหนังที่ดูเสียอีก

ซึ่งคำใบ้สำคัญที่ควรพกติดตัวไปรับชมคือ “เมืองไทยปี 2549” “พ่อ แม่-ลูก” “เมือง-ชนบท” โดยเฉพาะเรื่อง แม่-ลูก นั้น คือส่วนที่เราขนลุกที่สุด ยิ่งฉากการขึ้นครองบ้านของตัวละครหนึ่งในท้ายสุดนั้นยิ่งสวยงามและชวนพิศวงอย่างมาก และน่าจะตอบโจทย์ชัดที่สุดว่า วิญญาณในแง่ของความทรงจำนั้น หลอกหลอนเราได้ยาวนานและฝังลึงลงในสังคมเราได้ยิ่งกว่ารากของไม้ใหญ่เสียอีก

จองเองซื้อเองที่รูปได้ว่องไว ไม่ต้องรอให้มันสิง รีบดูก่อนเจอผีสปอยล์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] หอแต๋วแตก: แหกต่อไม่รอแล้วนะ

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ในที่สุดก็เดินมาถึงบทสรุปของหนึ่งในหนัง cult ที่ต่อยอดจนเป็นแฟรนไชส์มาได้ยาวนานถึง 6 ภาค สำหรับ หอแต๋วแตก (แหกต่อไม่รอแล้วนะ) ซึ่งท้าวความเดิมจากภาคที่แล้ว (แหกนะคะ) ที่เจ๊การ์ตูน (อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์) ได้ดีไปกับสามีฝรั่ง แต่แก๊งของเจ๊แต๋ว (จตุรงค์ พลบูรณ์) ก็ต้องกลับมาเผชิญเรื่องราววุ่น ๆ อีกครั้ง เมื่อ เจ๊พะยูน (ติ๊ก กลิ่นสี) คู่ปรับเก่าของเจ๊แต๋วที่ถูกจับเข้าคุกในภาค 2 (แหกกระเจิง) เพิ่งพ้นคุกออกมาพอดี พร้อมกับ ขนเพชร เพื่อนใหม่ที่ติดสอยห้อยตามออกมาด้วย นั่นทำให้ การพบกันครั้งนี้ของเจ๊แต๋วและเจ๊พะยูน เต็มไปด้วยแรงอาฆาต อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสับสนอลหม่านมาคุที่กำลังก่อตัวขึ้น ก็มีจดหมายลึกลับจากชาวอินเดีย ที่แจ้งว่าเหล่าเจ๊ ๆ เป็นกลุ่มผู้โชคดีที่ได้รับคฤหาสน์หลังงาม ซึ่งทั้งหมดก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า คฤหาสน์ลึกลับนั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่ นอกจากนี้ แพนเค้ก (โก๊ะตี๋ อารามบอย) เองก็กำลังจะได้ไปเกิดใหม่ แต่มีเงื่อนไข 5 ประการที่ต้องทำให้ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเรื่องราวอันวุ่นวายของ หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ

ตัวหนังยังคงความหนาแน่นของเส้นเรื่อง ที่ปะปนกันหลายเส้นเช่นเคย ก่อนจะมาบรรจบกันที่คฤหาสน์ลึกลับ โดยหนังถือว่าเปิดองก์แรกมาได้ดูสนุก มุกฮาไหลลื่นดี แม้ว่าจะเป็นมุขใต้สะดือซะส่วนใหญ่ คำหยาบสรรพัดสัตว์ออกมาเพ่นพ่านอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็ได้หลายฮาอยู่ แม้ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าเพราะเป็นรอบสื่อฯ ด้วย เพราะในรอบนี้มีสาวสองมาดูเยอะ อารมณ์วี๊ดว๊ายเหมือนดูเดี่ยวพี่โน๊ต ที่หากซื้อตั๋วเข้าไปดูแกตัวเป็น ๆ บรรยากาศทั้งหมดก็จะยิ่งผลักให้โชว์ดูสนุกขึ้นกว่านั่งดูยูทูบคนเดียว

หนังทำได้ดีประมาณหนึ่งในช่วงที่แก๊งเจ๊แต๋วต้องหนีผีสาง กับสีสันจากการตัดสลับเส้นเรื่องที่ตัวละครมีปมกันหลายคู่ ก็ทำให้หนังไม่เลี่ยนมาก ซึ่งถ้าไม่อคติมากเกินไป ทำใจสบาย เคลียร์สมองโล่ง ๆ ก่อนไปดู ก็ถือว่าหนังดูได้เพลินอยู่ อาจไม่สร้างสรรค์ แต่อย่างน้อยพี่แกก็สรรหา ดึงจุดเด่นของหนังแฟรนไชส์นี้ออกมาเล่นได้เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นมุกเสียดสังคม หรือมุกจิกกัดตัวเอง อันนี้ก็ดูแสบ ๆ คัน ๆ ดี ซีจีอาจจะดีกว่าช่อง 7 นิดหน่อย ประมาณนาคี แต่ด้วยความที่มันอยู่ในหนังหอแต๋วแตก คนดูก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะอย่างที่บอก เขาไม่ได้คิดอะไรก่อนจะดูหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว เขามาเอาความฮาแบบไม่มีสาระ ซึ่งหนังแม่งก็ตอบทุกโจทย์ในประเด็นนี้แบบครบเครื่อง (ฮา)

หอแต๋วแตกยังคงคอนเซปต์หนังพี่พชร์แก ความตลกโปกฮาติดเรทอวัยวะเบื้องล่าง ความแหยะ ความแหวะ ฉีกแข้งฉีกขาจนลุ้นกลัวไข่โผล่ และที่ขาดไม่ได้คืองานความเชื่อและมุกล้อเลียนคนที่กำลังเป็นข่าว และที่สำคัญคือเรื่องคอสตูม บอกเลยว่าออกมาแต่ละฉากทำครางฮือทั้งนั้น เกิดมาท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเจอคอสตูมโคตรล้นขนาดนี้มาก่อน (ฮา)

http://www.majorcineplex.com/booking2/search_showtime/movie=380

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ภาพยนตร์

[รีวิว] Time Freak – พลิกประเด็นย้อนเวลาได้แปลกใหม่แต่กลับไร้เสน่ห์

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

หลังถูกบอกเลิกจากแฟนสาว สติลแมน (อาซา บัตเตอร์ฟิลด์) เลือกใช้ความรู้วิชาฟิสิกส์ของตนสร้างไทม์แมชชีนย้อนเวลาเพื่อแก้ไขและรักษาความสัมพันธ์ของเขากับ เดบบี้ (โซเฟีย เทอร์เนอร์) ให้กลับมาดีดังเดิม และเพื่อให้มีเพื่อนคู่คิดเขาจึงหนีบ อีแวน (สกายเลอร์ กีซอนโด) หนุ่มสายเขียวย้อนเวลาไปในอดีตที่เขาเคยทำผิดกับ เดบบี้ ไว้ โดยไม่อาจรู้ได้เลยว่า ไทม์แมชชีน ฉบับ “สติลแมนประดิษฐ์” จะไว้ใจได้แค่ไหน

พลอตย้อนเวลากับเรื่องรักโรแมนติกไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่ เพราะมันเคยถูกสร้างเป็นหนังดังๆมากมายอย่าง Somewhere in Time (1980) หรือทวิภพฝรั่งที่เคยทำให้รุ่นพ่อรุ่นแม่เราเคลิ้มมาแล้ว หรือกระทั่งหนังโรแมนติกจากอังกฤษ About Time (2013) (เจ้าของเดียวกับ Love Actually (2003)) ที่ประทับใจใครหลายคนเมื่อไม่นาน และสำหรับ Time Freak ก็มีต้นธารมาจากหนังสั้นระดับชิงรางวัลออสการ์จากปี 2011 ของผู้กำกับ แอนดรู โบว์เลอร์ เองที่ใช้เวลาถึง 7 ปีกว่าหนังฉบับยาวจะได้ออกฉายในวันนี้ โดยขยายพลอตจากแค่การเดินทางย้อนเวลาไปเมื่อวานเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิตหนุ่มเนิร์ดฟิสิกส์กลายเป็นการเดินทางเพื่อรักษาความสัมพันธ์ แถมได้นักแสดงดาวรุ่งทั้ง อาซา บัตเตอร์ฟิลด์ จาก Ender’s Game (2013) และ The Space Between Us (2017) มาประกบคู่กับ โซเฟีย เทอร์เนอร์ จากซีรีส์ Game of Thrones และกำลังจะมีหนัง Dark Phoenix ออกฉายปี 2019 มาเป็นดาราเรียกแขก พ่วงด้วย สกายเลอร์ กีซอนโด ที่มีชื่อมาจาก Santa Clarita’s Diet ซีรีส์ของ Netflix ในบทตัวฮาของเรื่อง

ส่วนหนึ่งจากหนังสั้นต้นฉบับ

โดย Time Freak ยังคงประสบปัญหาแบบเดียวกับหนังที่พัฒนามาจากหนังสั้นที่มีพลอต ไฮคอนเซปต์ โดยเฉพาะการหาทางลงให้กับเรื่องราว ถ้าจำกันได้เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเรารีวิว KIN ซึ่งก็พัฒนาจาก “ความเจ๋ง” ของพลอตว่าด้วย ปืนเอเลี่ยน ที่แทนอำนาจมหาศาลของคนครอบครองก็ตกม้าตายเมื่อขยายมาเป็นหนังใหญ่ ซึ่ง Time Freak ก็ไม่ต่างกันเพราะ “ความเจ๋ง” อย่างพลอตหนุ่มเนิร์ดฟิสิกส์สร้างไทม์แมชชีน กลับไปแก้ไขเรื่องแย่ๆเมื่อวาน แต่เพิ่มในส่วนของพลอตโรแมนติกว่าด้วยการกลับไปแก้ไขความสัมพันธ์ที่ผิดพลาดก็กลายเป็นกับดักที่ทำให้ แอนดรู โบเลอร์ หนีไม่พ้นฉากคลีเช่ๆอย่างการกลับไปวันแรกที่ได้เจอกัน หรือการย้อนกลับไปมองเห็นตัวเองของพระเอกเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น (หรือเปล่า เพราะหนังไม่ได้เน้นในจุดนี้) และแก้ไขจุดผิดพลาด ซึ่งทำไปทำมาหนังกลับไม่อาจดึงคนดูให้คล้อยตามความรักของทั้งสติลแมนและเดบบี้ได้เลย เพราะหลังจากฉากเปิดเรื่องที่เดบบี้บอกเลิกสติลแมนในร้านกาแฟ หนังก็ไม่ได้ใส่ใจปูความสัมพันธ์ของทั้งคู่เท่าใดนัก ลำพังจะให้คนดูซึมซับจากจุดผิดพลาดของ สติลแมน หนังก็ดั๊นไม่ได้เลือกปัญหาความสัมพันธ์หรือจุดขัดแย้งใหญ่ๆหนักๆมากไปกว่า รสนิยมดูหนังไม่เหมือนกัน หรือ อาการหึงหวงของฝ่ายชาย โดยที่หนังแทบไม่ได้ให้เราเห็นทัศนคติความรักในฝั่งเดบบี้เท่าใดนัก มิหนำซ้ำคาแรกเตอร์เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเธอยังสร้างความรำคาญมากกว่าชวนให้เห็นใจอีกด้วย

จากจุดผิดพลาดที่กล่าวมาข้างต้นยังไม่น่าเสียดายเท่าส่วนดีของหนัง เพราะหลังจากเราอดทนกับความลำไยของพระเอกที่ต้องคอยย้อนเวลาแก้นู่นแก้นี่ ช่วงองก์สองตอนท้ายหนังกลับพยายามจะพูดประเด็นที่ใกล้เคียงกับหนังสั้นต้นฉบับโดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาในปัจจุบัน โดยหนังดันเสียเวลาไปกับพลอตย้อนเวลาและฉากตลกเหวอๆของเพื่อนพระเอกไปเสียเยอะ แต่กลับพลาดในการใส่พัฒนาการของตัวละคร ซึ่งกว่าเราจะได้เห็นพระเอกได้รับบทเรียนก็ไป 20 นาทีสุดท้ายของหนังซึ่งจุดนี้ถูกบอกเล่าช้าเกินไป

สปอยล์แน่นอน อย่ากดอ่านถ้ายังไม่ได้ดู
ยิ่งมาหลังจากพระเอกย้อนเวลาไปแก้ไขความสัมพันธ์ได้สำเร็จแบบงงๆด้วย

จุดสำคัญที่จะทำให้หนังโรแมนติกเป็นที่น่าจดจำคงหนีไม่พ้นนักแสดงนำของเรื่อง สำหรับ Time Freak แม้การเลือกนักแสดงหน้าตาดีมาเล่นก็ไม่อาจทำให้เรา อิน กับเรื่องราวได้เลย อาซ่า บัตเตอร์ฟิลด์ ไม่อาจทำให้เราเชื่อได้ว่าเขาคือเนิร์ดฟิสิกส์ที่เก่งพอจะสร้างไทม์แมชชีน และยิ่งไปกว่านั้นสรีระแบบหนุ่มตัวเล็กยังเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งเมื่อเข้าฉากกับ โซเฟีย เทอร์เนอร์ ยิ่งช่างแต่งหน้าแต่ง อาซา ได้สำอางเกินเหตุ ถ้าดูไม่เป็นคนแคระก็น้องชายนางเอกมากกว่า ส่วนโซเฟีย เทอร์เนอร์ นางก็เหมือนทะเลาะกับช่างแต่งหน้าหรือฝ่ายคอสตูมก็ไม่ทราบ เพราะไม่มีองค์ประกอบไหนที่เอื้อให้เราเห็นเธอเป็นสาวในฝันของพระเอกได้เลย บางช็อตก็ดูเป็นสาวบวมไทรอยด์ บางช็อตก็เหมือนแพ้เครื่องสำอาง ยิ่งประกอบกับอาซานี่ยิ่งเหมือนพี่เลี้ยงเด็กมากกว่าคนรักเข้าไปอี๊ก ส่วน สกายเลอร์ กีซอนโด แม้หนังจะวางบทให้เป็นเพื่อนตลกๆและมีมุกที่เวิร์คอยู่บ้างก็แต่ยังห่างไกลบทเพื่อนบ้านปอดแหกในซีรีส์ Santa Clarita’s Diet อยู่หลายขุม

ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำหรับการขยายเรื่องราวจากหนังสั้นสู่หนังใหญ่ เพราะถ้านำมาขยายแล้วไม่สามารถหา “ทางลง” ให้ดีพอหนังก็คงออกมาวนเวียนกับซีนคลีเช่และการตัดจบฮ้วนๆแบบเดียวกับ Time Freak เรื่องนี้แน่นอน

ตีตั๋วไปย้อนเวลาแย่งเธอกลับมาได้ในโรงคลิกเลย

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!