Connect with us

การ์ตูน

เปรียบเทียบเหล่า Pokemon ในหนัง Detective Pikachu กับในเกมว่าจะเหมือนหรือต่างขนาดไหน

เชื่อว่าตอนนี้คนที่เล่นเกมหรือไม่ได้เล่น Pokemon ต่างก็คงจะได้ดูหรือได้ข่าวหนังที่กำลังจะฉายอย่าง Detective Pikachu หนังที่เป็นการขยายจักรวาลของเหล่า Pokemon ในฉบับคนแสดงที่น่าสนใจ และในตัวอย่างก็มี Pokemon หลายตัวปรากฏตัวออกมาอย่างมากมาย มาวันนี้เราเลยรวบรวมตัวละคร Pokemon ที่ปรากฏในตัวอย่างให้ชมกัน ว่าจะเหมือนหรือต่างกับในฉบับเกมตรงไหน และบางตัวมีที่มาที่ไปในการออกแบบอย่างไรมาดูกัน

Pikachu

เริ่มต้นตัวแรกกับเจ้าหนูสายฟ้า Pikachu โดยเจ้า Pikachu นี้ถูกออกแบบโดยคุณ Atsuko Nishida โดยชื่อของ Pikachu นั้นเป็นการเล่นคำฟ้องเสียงของคำว่า Pika ที่มาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายหนูแต่เป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกับกระต่าย  ส่วนคำว่า Chu ที่เป็นเสียงของกระแสไฟฟ้าของภาษาญี่ปุ่น เมื่อรวมออกมาก็จะเป็น Pikachu และขนาดโตเต็มที่ของ Pikachu เวลายืนจะสูงราวๆ 0.4 เมตร ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Lizardon หรือ Charizard

มาต่อกันที่เจ้ามังกรไฟ Lizardon ที่เรารู้จักในชื่อภาษาญี่ปุ่น หรือชื่อ Charizard ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งคนที่ออกแบบตัวละครตัวนี้คือคุณ Ken Sugimori ในส่วนของการออกแบบนั้น ในร่างก่อนวิวัฒนาการของ Charmander และ Charmeleon นั้นถูกออกแบบโดยอ้างอิงมาจาก lizard หรือจิ้งจกพื้นดินรูปแบบต่างๆ ส่วนตัวของ Charizard นั้นมีต้นแบบมาจากมังกรฝั่งยุโรป ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Fushigidane หรือ Bulbasaur

อีกหนึ่งตัว POkemon ที่ปรากฏตัวในตัวอย่าง Detective Pikachu นั่นคือเจ้า Fushigidane ชื่อภาษาญี่ปุ่นหรือ Bulbasaur ในชื่อภาษาอังกฤษ โดยผู้ออกแบบตัวละครตัวนี้คือคุณ Atsuko Nishida โดยเขาบอกว่าต้นแบบของเจ้า Bulbasaur นั้นคือกบ โดยเป็นการผสมกันระหว่างสัตว์เลื้อยคลานและพืช  ซึ่งเจ้า Bulbasaur นั้นจัดเป็น Pokemon หมายเลข 1 ในสมุดบันทึก Pokemon อีกด้วย ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Purin หรือ Jigglypuff

เชื่อว่าใครที่เคยดู Pokemon ในฉบับการ์ตูนคงจะเคยเห็นเจ้า Pokemon ตัวกลมๆสีชมพูที่ชอบร้องเพลงให้ทุกคนฟัง แต่ถ้าใครที่ได้ฟังจะต้องหลับไปจนหมด และเมื่อทุกคนหลับมันก็จะเอาปากกาเมจิกมาเขียนหน้าคนด้วยความไม่พอใจ โดยเจ้าตัวนี้ชื่อว่า  Purin ในภาษาญี่ปุ่นหรือ Jigglypuff  ในภาษาอังกฤษ คนที่ออกแบบเจ้าตัวนี้คือคุณ Ken Sugimori โดยต้นแบบชื่อ Purin ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเกิดขึ้นจากคำฟ้องเสียงในภาษาญี่ปุ่นของคำว่าคัสตาร์ดหรือพุดดิ้ง ส่วนในชื่อของ Jigglypuff นั้นก็เป็นการฟ้องเสียงกับขนมเจลลี่ โดยมีการออกแบบอ้างอิงมาจากบอลลูนหรือลูกโป่งนั่นเอง ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Gekkouga หรือ Greninja

มาที่ Pokemon ตัวใหม่ๆกันบ้างกับ Gekkouga ในภาษาญี่ปุ่นหรือ Greninja ในฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งใครที่เคยดู Pokemon ในฉบับการ์ตูนมาก่อนจะทราบดีว่าเจ้า Greninja นั้นมีบทบาทสำคัญขนาดไหนในเรื่อง โดยเจ้าตัวนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในภาค X-Y ในฐานะ Pokemon 3 ตัวแรกที่เราสามารถเอามาเป็นเพื่อนได้ ซึ่งต้นแบบของเจ้า Greninja นั้นคงไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าการออกแบบมาจากกบและนินจา ที่ออกแบบโดยคุณ Atsuko Nishida เจ้าเก่า

Koduck หรือ Psyduck

มากันที่เจ้าเป็ดพลังจิตอย่าง Koduck ในภาษาญี่ปุ่นหรือ Psyduck ในภาษาอังกฤษ ที่ดูภายนอกนั้นเจ้า Psyduck ก็เป็น Pokemon หน้าตาซื่อๆแต่ก็แฝงไปด้วยความร้ายกาจ โดยมันถูกออกแบบโดยคุณ Ken Sugimori ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเจ้า Psyduck นั้นมีต้นแบบมาจากเป็ด โดยมันจะชอบเอามือกุมหับทำหน้าตาให้เหมือนว่าตัวเองนั้นอ่อนแอ ก่อนจะใช้กงเล็บทำร้ายเหยื่อ ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Emolga

มาต่อกันที่ Pokemon หน้าตาน่ารักที่เรียกชื่อเดียวกันว่า Emolga ซึ่งเป็น Pokemon ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในภาค Black & White ซึ่งเป็น Pokemon สายฟ้าที่ได้คุณ Atsuko Nishida เป็นคนออกแบบ โดยเจ้า Emolga นั้นเป็นส่วนผสมระหว่างกระรอกบิน Flying Squirrels กับไฟฟ้า รวมกันจนเป็นเจ้า Emolga ที่สาวๆหลายคนอาจจะหลงรัก

Zenigame  หรือ Squirtle

มากันที่เจ้าเต่า Zenigame หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Squirtle ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวนี้ถูกออกแบบมาจากเต่า ที่ออกแบบโดยคุณ Atsuko Nishida โดยชื่อ  Squirtle ในภาษาอังกฤษนั้นเป็นการผสมกันระหว่างคำว่า Squirt ที่แปลว่าพ่น กับคำว่า Turtle ที่แปลว่าเต่า แถมเจ้า Squirtle ก็เป็น Pokemon ยอดนิยมอีกหนึ่งตัวที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบ  ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Dodrio หรือ Tyrogue

มากันที่นกสามหัวที่ดูปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเจ้านี่ต้องเป็น Dodrio ในภาษาญี่ปุ่น หรือ Tyrogue ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นร่างพัฒนามาจาก Doduo หรือ Smeargle ที่มีต้นแบบมาจากนกกระจอกเทศที่มีถึงสามหัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green ในตัวอย่าง Detective Pikachu นี่ออกมาแค่แว๊บเดียวจริงๆ

Barrierd หรือ Mr. Mime

ปิดท้ายด้วยตัวละครขโมยซีนในตัวอย่าง Detective Pikachu อย่างเจ้า Barrierd ในภาษาญี่ปุ่น หรือ Mr. Mime ในภาษาอังกฤษ ที่หลายคนชื่นชอบความฮาของตัวละครตัวนี้ ที่ออกแบบโดยคุณ Ken Sugimori ที่มีต้นแบบมาจากตัวตลกละครใบ้ของต่างประเทศ  โดยชื่อ Mr. Mime นั้นมาจากชื่อของ Mime Jr. นักแสดงละครใบ้แบบท่าทางในอดีต โดยในเกมนั้น Mr. Mime จะเป็นประเภทใช้พลังจิตสร้างกำแพงป้องกันการโจมตีได้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Pokemon ที่เราพบในตัวอย่างหนัง Detective Pikachu ข้อมูลที่เราเอามานำเสนอในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้รู้จักเหล่า Pokemon พวกนี้มากขึ้น และได้เข้าใจถึงการออกแบบของตัวละคร ซึ่งถ้าตัวอย่างใหม่ของ Detective Pikachu ออกมา และมี Pokemon ใหม่ๆมาอีก เราจะรีบเอามานำเสนอทันทีรอติดตามกันได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

นรกคือคนอื่น การ์ตูนที่จะทำให้คุณระแวงทุกๆ คนที่อยู่รอบตัวของเรา..!! (WEBTOON)

Published

on

สวัสดีครับ เข้าเรื่องเลยละกันผมได้ไปเจอการ์ตูนเรื่องนึงใน webtoon เป็นการ์ตูนที่อ่านไปเรื่อยๆ แล้วเราจะรู้สึกหวาดระแวงทุกคนที่อยู่ภายในการ์ตูนเรื่องนี้เลย โดยการ์ตูนนี้มีชื่อเรื่องว่า นรกคือคนอื่น ครับ !!

ก็เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราเลื่อนลงไปอ่านรีวิวกันเถอะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะครับผม

ชื่อเรื่อง นรกคืนคนอื่น

ผู้แต่ง kimyongki

เรตติ้งใน webtoon 9.46

ประเภท ระทึกขวัญ


ตัวละครหลัก

ยุนจงอู – เด็กหนุ่มที่เดินทางมาทำงานที่เมืองใหญ่ แต่ดันได้ที่พักที่คนรอบตัวมีแต่คนแปลกๆ


เนื้อเรื่องย่อ

ยุนจงอู เด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบได้เดินทางมาทำงานที่ตัวเมือง ตามคำแนะนำของรุ่นพี่ของเค้า ด้วยความที่ยังไม่ค่อยมีตังเค้าเลยต้องมาเช่าหอพักเก่าๆ แคบๆ ที่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ห้องครัวร่วมกันกับคนอื่น การใช้ชีวิตของเค้าปกติดีในช่วงแรกๆ แต่เค้าก็เริ่มรู้สึกแปลกขึ้นทุกวันเพราะคนที่อยู่ในหอพักเดียวกับเค้าเริ่มทำตัวแปลกๆ ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะชอบแอบมองเค้าอยู่มุมประตู ถุยน้ำลายใส่หลังเค้าแล้วบอกว่าไม่ได้ทำ เบียร์ที่เก็บไว้ถูกขโมยหายไป หรือห้องข้างๆ ชอบคุยโทรศัพท์เสียงดังพูดแต่เรื่องแปลกๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยตรงกับตัวเค้าเอง


รีวิวความรู้สึกหลังอ่าน

ความสวยงามของภาพ 7.5/10

เนื้อเรื่อง 6/10

ควสามชอบโดยรวม 6.5/10

สำหรับเรื่องนี้ผมขอให้คะแนนน้อยหน่อย เพราะไม่ค่อยชอบในหลายๆ แง่ แต่ขอบอกข้อที่ชอบก่อนละกันนะครับผม การ์ตูนเรื่องนี้ถือว่าเล่าเรื่องได้น่าสนใจดีที่เล่าตามชีวิตตัวเอก ให้เรารู้สึกว่าวันนึงเค้าได้เจอกับอะไรบ้าง โทนสีกับลายเส้นที่ใช้ก็ให้อารมณ์หลอนๆ ดี และที่ชอบเลยการ์ตูนเรื่องนี้ทำให้เราระแวงทุกคนที่พระเอกเจอได้จริงๆ เราจะรู้สึกว่าตอนต่อไปไอคนนี้จะทำอะไรพระเอกรึเปล่านะ ไอนี่จะทำอะไรโรคจิตๆ ใส่พระเอกอีกรึเปล่านะ แต่ข้อเสียเองก็มีเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าแก่นเนื้อเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้คืออะไร เหมือนเล่าไปเรื่อยๆ ว่าพระเอกเจออะไรบ้างแค่นั้น แล้วขายแค่ความระทึกไปเรื่อยๆ ทำให้อ่านแล้วมันง่วงๆ เนือยๆ ในหลายช่วงเลยล่ะครับ ก็อาจจะเป็นแค่ผมคนเดียวที่รู้สึกก็ได้ ใครมีความคิดเห็นอื่นๆ อะไรยังไงก็ลองคอมเมนต์พูดคุยกันได้ตลอดนะครับผม

สรุป ระทึกขวัญดี แต่เนื้อเรื่องแอบเนือยๆ อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้ แล้วแต่คนชอบครับ


ก็จบไปแล้วกับการรีวิวการ์ตูนเรื่อง นรกคือคนอื่น จาก webtoon นะครับผม ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนบทความต่อไปผมจะหยิบเรื่องไหนมาเขียนอีกก็รอติดตามอ่านกันได้เลย ส่วนตอนนี้ขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ครับผม !!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิวหนังสือ] Dragon Ball ภาคพิเศษ เกิดใหม่เป็นยามูชาโชะเด๊ะ

Published

on

By

ด้วยกระแสของไลท์โนเวลแนว ไปเกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่ง ที่ฮิตในหมู่แฟน ๆ จนมีคนทำออกมามากมายหลายหลากเรื่องราวทั้งไปเกิดเป็น สไลม์ ปีศาจสุดกระจอกบ้าง ไปเป็นนักเวทย์ขั้นเทพบ้าง หรือเป็นอะไรแปลก ๆ อย่างตู้ขายขายของอัตโนมัติก็มีมาแล้ว เรียกว่ามีให้อ่านไม่หวาดไม่ไหว บางเรื่องดังจนเอาไปทำเป็นมังงะ เป็นอนิเมะ หรือเกมก็มี ซึ่งนั่นก็คงไปกระตุ้นต่อมบางอย่างของยอดฝีมือระดับตำนานอย่าง อาจารย์โทริยามะ อากิระ ผู้เขียน Dragon Ball อยู่ไม่ใช่น้อย ป๋าแกเลยตอบรับไอเดียของกองบรรณาธิการที่จะเอามาเชื่อมกับจักรวาลดราก้อนบอลของแกแทบจะทันที

ชื่อไทยใครคิดฟร้าาา 555

ตรงนี้แกก็ได้คุยกับนักวาดโดจินนามว่า Dragongarow LEE ซึ่งถนัดงานโดจินเรื่อง Dragon Ball และ One Punch Man อยู่แล้ว (สังเกตจากชื่อแกสิ เอาตัวเด่นทั้งสองเรื่องมาผสมเป็นนามปากกาเลย) จนออกมาได้เป็นงานสปินออฟ หรือภาคแยก หรือจะเรียกภาคพิศดารก็ไม่ผิดนัก ของมังงะดราก้อนบอลในที่สุด โดยในเล่มได้ให้เครดิตเขียนเรื่องเป็นของ อาจารย์โทริยามะ ส่วนเครดิตวาดนั้นเป็นของอาจารย์ดราก้อนกาโรว์ ด้วย

มีเล่มของตัวเองได้เวลาโชว์เท่กับเขาบ้าง เท่ยันปกในอ่ะคิดดู หมดยุคความหยำฉาแล้วเฟร้ย

โดยเรื่องราวจะเล่าถึงนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ดราก้อนบอลมาก แต่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันทำให้เขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของ ยามูชา ตัวกระสอบทรายแห่งจักรวาลดราก้อนบอล ในช่วงต้นของเรื่องไปเสียแล้ว ซึ่งจากเรื่องราวของยามูชาที่เขาเคยอ่านมาทำให้เขารู้ว่าวันหนึ่งเขาจะต้องตายจากการถูกไซไบแมน ลูกสมุนของเบจิต้าฆ่าตาย เป็นที่อเนจอนาถใจแก่ผู้อ่าน แล้วถูกล้อซ้ำ ๆ ถึงความอ่อนของเขาจนกลายเป็นมีมยอดฮิตที่ล้อได้ไม่รู้จบด้วย เมื่อรู้เช่นนั้นมีหรือที่เด็กหนุ่มผู้จับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่างนี้จะเดินตามรอยทางแห่งความกากในเมื่อเขาสามารถใช้ความรู้จากโลกเก่ามาแก้ไขชะตาได้ เอาล่ะเมื่อคนธรรมดาแต่มีความล่วงรู้อนาคตคนหนึ่งจะเอาตัวรอดในโลกที่มีแต่ยอดมนุษย์พลังระเบิดดวงดาวได้หรือไม่ โปรดติดตาม

ความเดิมจักรวาลที่แล้ว ไว้อ่านเทียบสำหรับใครที่ไม่เคยอ่านหยำฉาฉบับดั้งเดิม 555

ก็เรียกว่าเอาความตลกที่คนชอบแซวตัว ยามูชา หรือบ้านเราเรียกติดปากว่า หยำฉา นี้เองมาเล่นกับแนว เกิดใหม่ฯ ได้ดีมาก ด้วยความที่เนื้อหานั้นไม่ยาวมากนักจึงเล่าจบได้ในเล่มเดียว ประมาณ 141 หน้า โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น บทต้น บทกลาง บทปลาย และบทพิเศษ ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องหลัก แล้วมีการ์ตูนแถมพิเศษให้อีก 6 หน้า ก็นับว่ากำลังลงตัวไม่เลอะเทอะมากไป เพราะโดยพื้นมันคือแนวล้อเลียน แนวการ์ตูนตลก การ์ตูนแก๊กอยู่แล้ว ด้านคุณภาพรูปเล่มกระดาษก็ตามมาตรฐานเนชั่นฯ ไม่ถึงขนาดกรีนรี้ด แต่ก็ได้กระดาษหนากว่าปกติของค่ายนี้ล่ะนะ น่าเสียดายนิดตรงไม่มีหน้าสีเลย ส่วนด้านงานแปลการพิสูจน์อักษรนี่ค่ายนี้หายห่วงได้ล่ะนะพลาดน้อยมาก ส่วนชื่อไทยนั้นก็เปลี่ยนจาก Dragon Ball Gaiden – Tensei shitara Yamcha datta ken มาเป็น เกิดใหม่เป็นยามูชาโชะเด๊ะ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐานของเนชั่นฯ ผู้คิดชื่อให้ นารูโตะนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ จนลือลั่นมาแล้วนั่นเอง 555

สารบัญจ้า

การ์ตูนแถมนี่เปิดหน้าแรกก็เห็นแววฮามาแต่ไกลละ 5555

ใครเป็นแฟนดั้งเดิมของดราก้อนบอล อยากจะได้เห็นลายเส้นแบบเก่า ๆ ของอาจารย์โทริยามะกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ซึ่งตรงนี้อาจารย์ดราก้อนกาโรว์ลอกสไตล์มาได้ค่อนข้างชวนให้คิดถึงทีเดียว จริง ๆ การ์ตูนเล่มนี้ก็เป็นที่พูดถึงสำหรับแฟน ๆ มาสักร่วมปีแล้วล่ะ บางคนอาจได้เห็นผ่านตาในเน็ตมาบ้าง แต่ถ้าอยากเก็บรูปเล่มดี ๆ เข้าคอลเล็กชั่นแล้วนั้นคงไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ทางเนชั่นฯ ได้ทำฉบับแปลไทยเป็นรูปเล่มครบถ้วนแบบถูกลิขสิทธิ์ คุณภาพสมราคา 65 บาท (ที่ไม่ถูกไม่แพงในยุคนี้) ออกมาแล้ว ก็อยากให้ไปรีบซื้อเก็บกันเสียนะครับ ส่วนตัวผมไม่ได้เก็บการ์ตูนชุดดราก้อนบอลมา แต่ซื้อเล่มนี้มาอ่านก็รู้สึกคุ้มค่านะ เป็นการ์ตูนที่อ่านเพลิน ๆ ขำ ๆ ร่วมสมัย แถมยังให้นึกถึงเหล่าตัวละครตอนต้น ๆ เรื่องที่เคยมากเสน่ห์แต่ถูกลดบทบาทห่างหายไปตามเวลา ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

“ตู้หยอดเหรียญมรณะ” การ์ตูนใหม่พล็อตแปลกน่าติดตามจาก Webtoon !!

Published

on

สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำการ์ตูนน่าติดตามจาก Webtoon !! ในบทความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นการ์ตูนน้องใหม่แกะกล่องจากทาง webtoon เลย เป็นแนวเรื่องราวลี้ลับระทึกขวัญมีชื่อเรื่องว่า “ตู้หยอดเหรียญมรณะ” ก็จะเป็นยังไงอย่ารอช้า เชิญเพื่อนๆ เลื่อนลงไปอ่านกันเลยดีกว่าาาาา !!

ผู้แขียน ยุนจองมิน

เรตติ้งปัจจุบัน 9.79

ปัจจุบันมี 3 ตอน


เนื้อเรื่องย่อ

ปาร์คโดยอง ศิลปินฝึกหัดที่กำลังจะได้เดบิวต์เปิดตัวเป็นศิลปิน ทุ่มเทซ้อมอย่างหนักแต่ทว่ากลับถูกยกเลิกกระทันหัน เพราะมีลูกคนใหญ่คนโตมาตัดหน้าไป ทำให้เค้ารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง ไปดื่มเหล้าย้อมใจ ระหว่างที่เค้ากำลังเมากลับบ้านนั้นได้ไปเจอ ตู้ปริศนาสีแดง อยู่ทางขากลับ พอเค้าได้ไปอ่านตู้กลับตกใจเพราะมันเป็นตู้ที่จะบันดาลสิ่งที่คนหยอดตังต้องการให้เป็นจริงขึ้นมา แต่เค้าก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งวันต่อมาเค้าเห็นคนอื่นมาหยอดแล้วก็มีตังออกมาตามที่คนนั้นต้องการ แต่ทว่าก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนๆ นั้นต้องตาย ทำให้เค้ากลัวที่จะหยอดเหรียญจากตู้นั้นทั้งๆ ที่ในใจเค้าก็อยากจะขอตู้ให้ตัวเองได้เดบิวต์


ตัวละครหลัก

ปาร์คโดยอง – ศิลปินฝึกหัด ที่อกหักจากการที่เค้าไม่ได้เดบิวต์


ความรู้สึกหลังอ่าน

  • ความสวยงามของภาพ 7/10
  • เนื้องหาชวนน่าติดตาม 9/10
  • ความชอบโดยรวม 8/10

สำหรับการ์ตูนเรื่อง “ตู้หยอดเหรียญมรณะ” ถ้าจะให้รีวิวแบบสรุปก็ยังถือว่าพูดยาก เพราะตอนนี้การ์ตูนเรื่องนี้ออกมาได้เพียง 3 ตอนเท่านั้น ก็จะพูดในแง่ที่ว่าการ์ตูนใหม่ที่ออกมาได้เพียงไม่กี่ตอนมันน่าติดตามยังไงก็แล้วกัน อย่างแรกเลยที่ผมชอบนะครับ นั่นก็คือพล็อตของเรื่อง ก็ถือว่าแปลกไม่คุ้นตาดี อารมณ์แบบถ้าเคยดูหนังเรื่อง 999 ต่อติดตาย การ์ตูนเรื่องนี้ก็แอบคล้ายตรงที่บันดาลความต้องการให้เป็นจริง แต่คนขอก็ต้องตายเหมือนกัน แต่มันมีเงื่อนไขการใช้งานของตู้นี้หลายเรื่องมาก บางทีก็อาจจะจบไม่สวยเสมอไปถ้าไม่ผิดกฏของตู้ และตอนนี้ตัวเอกของเรื่องก็ยังไม่กล้ากด ก็ต้องมาลุ้นกันดูว่าท้ายที่สุดแล้วพระเอกจะกล้าใช้ไอตู้นี่รึเปล่า ก็อ่านถึงตอนล่าสุดผมก็กดติดตามการ์ตูนเรื่องนี้เลยครับ (ฮา) ถือว่าน่าติดตามสุดๆ

สนุก พล็อตแปลกแหวกแนว เป็นการ์ตูนใหม่ที่น่าติดตาม


ก็จบไปแล้วกับการรีวิว “ตู้หยอดเหรียญมรณะ”  ถ้าใครเคยอ่านหรือมีอะไรก็คอมเมนต์พูดคุยกันได้ครับผม ส่วนถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วย แล้วเจอกันใหม่บทความต่อไปครับผม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!