10 บทรับเชิญ (Cameo) ที่รับค่าตัวแพงที่สุดในหนังฮอลลีวูด

6.ไมเคิล บีห์น ใน Alien 3 (1992)

ไมเคิล บีห์น เป็นพระเอกสุดฮอตในยุค 80s เขามักจะได้รับบทเดิม ๆ คือเป็นทหารแกร่งมากประสบการณ์ เป็นดาราขาประจำของผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน บทสร้างชื่อของเขาคือ ไคล์ รีส ใน The Terminator, ร้อยโท คอฟฟีย์ ใน The Abyss และเป็น ดเวย์น ฮิค ใน Aliens ภาค 2 ของแฟรนไชส์ Alien

ย้อนไปถึงฉากจบของ Aliens (1986) กลุ่มผู้รอดชีวิตจากการรบกับกองทัพเอเลียน ได้หนีกันมาบนยานอวกาศ ซูลาโค พวกเขาเข้าสู่โหมดไฮเปอร์สลีปในเตียงแคปซูลระหว่างเดินทางกลับสู่โลกมนุษย์ ตัดข้ามมาใน Alien 3 ยานซูลาโค เกิดอุบัติเหตุไฟลุกไหม้ ทำให้ระบบอัตโนมัติยิงห้องเก็บแคปไฮเปอร์สลีปหลับออกนอกตัวยาน ไปตกบนดาวลึกลับ ระหว่างผ่านชั้นบรรยากาศแคปซูลเกิดไฟลุกไหม้ ลูกเรือตายหมด รวมถึง ดเวย์น ฮิค ร่างของเขาถูกไฟคลอกตายภายในแคปซูล คงรอดเพียงแค่ริปลีย์เท่านั้น ดเวย์น ฮิค ถูกอ้างถึงใน Alien 3 ด้วยภาพถ่ายเท่านั้น

Alien 3 ในเวอร์ชันที่ออกฉายนั้น เป็นบทภาพยนตร์ทีผ่านการแก้ไขมาแล้ว ย้อนไปถึงบทร่างแรกนั้น ดเวย์น ฮิค ก็ยังคงตายตั้งแต่ต้นเรื่องอยูดี แต่เขาจะตายแบบน่าสยดสยอง เพราะถูกตัวอ่อนของเอเลียนฉีกอกออกมาขณะอยู่ในภาวะไฮเปอร์สลีป แม้ว่าท้ายที่สุดบท ดเวย์น ฮิค จะถูกแก้ให้ตายแบบดูดีขึ้นไม่สยดสยองอย่างในร่างแรก แต่บทของเขาก็ถูกเขียนให้ตายตั้งแต่ต้นเรื่องอยูดี พอรู้ไปถึง ไมเคิล บีห์น ว่าเขาไม่ได้กลับมาแสดงใน Alien 3 เขาก็ไม่ค่อยพอใจนัก พอทีมงานติดต่อมาว่าจะขออนุญาตใช้ภาพถ่ายของเขาอ้างถึงตัวตนของ ดเวย์น ฮิค ในหนังภาค 3 นี้ ด้วยความไม่พอใจเป็นทุนเดิม ไมเคิล บีห์น กล่าวอนุญาตให้ใช้ภาพของเขาได้ มีการเปิดเผยเรื่องนี้ในส่วน Special Feature ของแผ่นดีวีดี Alien 3 ว่า สุดท้ายแล้ว ไมเคิล บีห์น ก็รับทรัพย์ไปเหนาะ ๆ เทียบเท่ากับค่าเหนื่อยจากการแสดงหนังหนึ่งเรื่อง แม้ทีมงานจะใช้แค่เพียงภาพถ่ายของเขาเท่านั้น ส่วนตัวเลขนั้นไม่ได้รับการเปิดเผย

7.ดเวย์น จอห์นสัน ใน The Other Guys

หนังคอมเมดี้แนวตำรวจคู่หู ขายชื่อ มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และวิล เฟอร์เรล ทั้งคู่เป็นตำรวจเฟอะฟะ ที่ต่างก็ไม่เคยมีผลงานและชื่อเสียง ไอดอลของทั้งคู่คือ พี.เค. ไฮสมิธ และคริส แดนสัน คู่หูสุดระห่ำที่ออกปฏิบัติการทีไร เป็นต้องระเบิดภูเขาเผากระท่อม วินาศสันตะโรกันไปทั้งเมือง แม้ว่าผู้ร้ายคดีนั้นจะแค่ขายกัญชาก็ตาม เมื่อบทเขียนให้ พี.เค และคริส ถอดแบบมาจากคาแร็กเตอร์ที่เห็นกันประจำในหนังตำรวจคู่หู ก็จำต้องเลือกนักแสดงฮอลลีวูดที่ผ่านงานแอ็กชันแบบนี้กันมาอย่างโชกโชนแล้ว ก็ได้ตัวเลือกที่เหมาะเหม็งมาก นั่นก็คือ ซามูเอล แอล. แจ็กสัน และดเวย์น จอห์นสัน ที่เห็นการแสดงเข้าขาแล้วชวนให้นึกว่าคู่นี้น่าจะได้ประกบกันในหนังคู่หูแบบนี้จริง ๆ ไปเลย

ดเวย์น รับบท คริส แดนสัน แบบสบาย ๆ แค่ช่วงต้นเรื่อง ก่อนจะถูกตัดจบให้ตายแบบโง่ ๆ เพื่อเปิดทางให้ อัลเล็น แกมเบิล และ เทอร์รี ฮอยตส์ อีกหนึ่งตำรวจคู่หูที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นได้อย่าง พี.เค และคริส ได้โอกาสทำผลงานดูบ้าง งานนี้อาจจะเรียกว่าเป็น”บทรับเชิญ”ของ ดเวย์น จอห์นสัน ได้ไม่เต็มปากนัก แต่บทของเขาก็มีส่วนสำคัญกับเนื้อหาของเรื่อง แม้จะแสดงแค่ 2 ฉากเท่านั้น แต่เขาก็รับค่าเหนื่อยไปเบา ๆ 9 ล้านหรียญ ก็ถือว่าน้อยกว่าครึ่งของค่าตัวในอัตราปกติของเขา แต่แค่นี้ก็ถือว่าผู้สร้างค่อนข้างเจ็บหนัก เพราะหนังคอมเมดี้เรื่องนี้ค่อนข้างใช้ทุนสูงถึง 100 ล้านเหรียญ แต่รายรับที่ 170 ล้านเหรียญ ก็นับว่าไม่น่าแฮปปี้นัก

8. วิง เรมส์ ใน Mission: Impossible — Ghost Protocol (2011)

แม้ว่า วิง เรมส์ จะมีแต่งานแสดงในหนังเกรด B เสียเป็นส่วนใหญ่ งานระดับบล็อกบัสเตอร์ของวิง เรมส์ ก็เห็นจะมีแต่แฟรนไชส์ Mission: Impossible เท่านั้นล่ะ ที่เขารับบทเป็น ลูเธอร์ สติกเคลล์ แฮกเกอร์ระดับพระกาฬ เป็นสมาชิกในหน่วยImpossible Missions Force (IMF) เป็นบทที่อยู่กับแฟรนไช์มาตั้งแต่ภาคแรก แต่เมื่อมาถึงภาคที่ 4 Ghost Protocol บทของลูเธอร์ก็หายไปจากหนังซะงั้น มาโผล่อีกทีในฉากจบ ที่ลูเธอร์ ได้มานั่งสนทนากับอีธาน ฮันต์ ซึ่งในบทสนทนาเขาก็ได้เผยสาเหตุว่าที่เขาหายไป เพราะแยกไปปฏิบัติภารกิจตามหาหัวรบนิวเคลียร์ในอ่าวซานฟรานซิสโก

ที่น่าแปลกใจก็คือ ทีมผู้สร้างให้ความสำคัญกับการปรากฏตัวของ ลูเธอร์ สติกเคลล์ ในฉากนี้อย่างมาก เพื่ออธิบายถึงการหายไปของบทนี้ ถึงกับต้องยอมจ่ายค่าตัวให้กับ วิงเ รมส์ สูงถึง 7.7 ล้านเหรียญ กับการปรากฏตัวบนจอเพียงแค่ 1 นาที ซึ่งนับว่าสูงมาก จากค่าตัวปกติที่เขาได้รับใน 3 ภาคก่อนหน้านั้น ภาคละ 3 ล้านเหรียญเท่านั้น สบายจัง ทำงานน้อย ได้มากกว่าเดิมเกินสองเท่า

9.ฮิวจ์ แจ็กแมน ใน X-Men: First Class (2011)

หลังจาก X-Men รุ่นแรกดำเนินต่อเนื่องมาถึง 3 ภาค X-Men, X2: X-Men United, and X-Men: The Last Stand สตูดิโอฟอกซ์ก็ตัดสินใจรีบูตแฟรนไชส์ ด้วยการกลับไปเล่าเรื่องราวของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ในวัยหนุ่มสาว ด้วยวิธีนี้พวกเขาก็ได้วางตัวทีมนักแสดงใหม่ทั้งหมด โดยใช้ตัว วูล์ฟเวอรีน เป็นตัวเชือมเรื่องราวในอดีตและปัจจุบัน เพราะว่าความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของวูล์ฟเวอรีนคือการเยียวยาตัวเองและทำให้เขาแก่ตัวช้ากว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป ด้วยเหตุนี้บทบาทวูล์ฟเวอรีนจึงไม่ต้องหาตัวนักแสดงคนใหม่ แม้ว่าจะย้อนไปเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเป็นทศวรรษ

ในภาค X-Men: First Class ชาร์ล เซเวียร์ รับบทโดย เจมส์ แม็กอะวอย และ เอริก เลห์นเชอร์ รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ นั้นกำลังรวบรวมสมาชิกมนุษย์กลายพันธุ์ ทั้งคู่เข้ามาในบาร์แล้วเจอวูล์ฟเวอรีนนั่งดื่มอยู่คนเดียว ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถึงจุดประสงค์ที่มา วูล์ฟเวอรีนก็ชิงตัดบทก่อนว่า “Go Fuck Yourself” เป็นอันปิดบทการสนทนา รวมเวลาแล้ว ฮิวจ์ แจ็กแมน ปรากฏตัวบนจอใน X-Men: First Class เพียงแค่ 20 วินาทีเท่านั้น แล้วก็ด่าไปเพียงแค่ 3 คำ

งานนี้ฮิวจ์ แจ็กแมน ไม่ได้รับค่าตัวเป็นเงินนะครับ เขาเปิดเผยว่า
“ฟอกซ์มีน้ำใจมากเขาบริจาคเงินให้กับโรงเรียนของลูกผม ส่วนตัวผมเองน่ะรู้สึกกระดากนะถ้าจะต้องรับเช็กค่าตัวสำหรับงานนี้ ถึงตอนนี้ผมคิดว่าผมน่าจะเป็นนักแสดงคนเดียวที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินบริจาคการกุศลและได้รับการยกเว้นภาษีแลกกับการด่าในหนัง”

10.มาร์ก ฮามิลล์ ใน The Force Awakens

นอกเหนือจากบท ลุค สกายวอล์คเกอร์ แล้ว เขาก็มีงานพากย์เสียงบ้าง ส่วนงานแสดงอื่นนั้น มาร์ก แฮมิลล์ ก็ไม่มีผลงานเป็นที่รู้จักเลย เมื่อดิสนีย์ซื้อลิขสิทธิ์ Star Wars จากจอร์จ ลูคัส มาสานต่อตำนานสงครามดวงดาว ในไตรภาคที่ 3 นั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำคาแร็กเตอร์หลักจากไตรภาคแรกมาส่งต่อตำนานให้คาแร็กเตอร์ใหม่ เราจึงได้เห็นการปรากฏตัวของตัวละครอันเป็นที่รักในอดีตทั้ง ฮัน โซโล เจ้าหญิงเลอา และลุค สกายวอล์กเกอร์ ใน The Force Awakens นั้น เราได้เห็น ฮัน โซโล และ เจ้าหญิงเลอา ตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่บทหนังก็เก็บงำบทบาท ลุค สกายวอล์กเกอร์ไว้เป็นตัวละครสำคัญจนถึงนาทีสุดท้ายของหนัง ที่เรย์ตามสืบหาที่กบดานของเจไดคนสุดท้ายจนพบ เพื่อยื่นไลต์เซเบอร์คืนให้กับเขา ก็ต้องชื่นชมทีมงานว่าสร้างสรรค์ฉากเปิดตัวของลุค สกายวอล์กเกอร์ได้เท่มาก จนได้ยินเสียงฮือฮาในทุกรอบที่ฉายเมื่อถึงฉากนี้

มาร์ก แฮมิลล์ ปรากฏตัวในฉากนี้แค่ไม่กี่นาที แล้วก็เป็นการแสดงที่ไม่มีบทพูดเลยแม้แต่ประโยคเดียว แต่เมื่อโอกาสมาถึง เขาก็รับทรัพย์จากบทบาทระดับตำนานนี้ไปแบบคุ้มค่าการรอคอย ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด แต่มีการเปรยเป็นนัย ๆ ว่ามาร์กรับไปอย่างน้อย 7 หลักต้น ๆ แต่แค่นั้นก็ถือว่าเป็น 10 เท่าจากค่าตัวที่ เดซี ริดลีย์ และ จอห์น โบเยกา 2 นักแสดงนำได้รับไปในฐานะนักแสดงนำ

อ้างอิง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก