15 เกร็ดเบื้องหลังชวน…ว้าว! จาก Fast ทั้ง 8 ภาค

8.ซื้อรถไฟทั้งขบวนมาเพื่อระเบิดทิ้ง

จากการเป็นผู้กำกับโนเนมที่ได้มากำกับ Tokyo Drift จัสติน ลิน กลับกลายเป็นผู้กำกับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างแท้จริงของแฟรนไชส์ เมื่อเขาต้องการยกระดับจากหนังแข่งรถให้กลายเป็นหนังแอ็กชันจารกรรมทุนสูงใน Fast Five และฉากยิ่งใหญ่สุดในภาคนี้ก็คือฉากจารกรรมบนขบวนรถไฟ ซึ่งผู้กำกับลินต้องการให้ฉากนี้ออกมาดูสมจริงที่สุด เขาจึงเลือกที่จะใช้รถไฟจริงทั้งขบวนในฉากนี้ ทั้งที่สามารถใช้เทคนิค CGI ก็ได้ และใช้งบประมาณที่ต่ำกว่าด้วย

ฉากนี้แก๊งพระเอกของเราจะต้องร่วมกันจารกรรมบนรถไฟ ซึ่งยกทีมไปถ่ายทำกันในอริโซนา แต่ในเรื่องนั้นบอกว่าเป็นเหตุการณ์ในบราซิล ฉากที่ผู้กำกับลินคิดไว้ในหัวนี้ มันมีมูลค่าในการถ่ายทำสูงถึง 25 ล้านเหรียญ เพราะฉากนี้ทีมงานจะต้องระเบิดรถไฟทั้งขบวนกันจริง ๆ แล้วผู้กำกับลินก็เลือกที่จะระเบิดรถไฟจริง ๆ ทั้งขบวนที่ความยาว 550 เมตร ด้วยไอเดียเข้าขั้นบ้าระห่ำแบบนี้ แน่นอนแล้วที่สตูดิโอจะปฏิเสธข้อเสนอ แต่ผู้กำกับลินก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขาขอหว่านล้อมผู้บริหารสตูดิโอด้วยการนำเสนอสตอรี่บอร์ดและภาพจำลองที่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นว่าฉากนี้ถ้าสำเร็จออกมามันจะน่าตื่นตาขนาดไหน และแล้ววาทศิลป์การหว่านล้อมของลินก็เป็นผลสำเร็จ ผู้กำกับลินได้ระเบิดรถไฟของจริงตามที่หวังไว้ แล้วหนังก็ประสบความสำเร็จจริง ภาคนี้ทำเงินทั่วโลกไป 626 ล้านเหรียญ

9.ที่จริงแล้วบท ลุค ฮอบบ์ ไม่ได้เขียนมาให้ ดเวย์น จอห์นสัน

อเวย์น จอห์นสัน ในบท ลุค ฮอลล์

ตั้งแต่ Fast Five เป็นต้นมา แฟรนไชส์ก็ยกระดับเป็นหนังแอ็กชันฟอร์มใหญ่ ที่ไม่ได้มีจุดขายเพียงแค่ฉากซิ่งรถอีกต่อไป แล้วแต่ละภาคจากนี้ผู้ชมก็ได้ร่วมลุ้นว่าจะมีนักแสดงคนไหนมาร่วมจักรวาล Fast กันอีก เพราะ Fast Five เป็นภาคที่เปิดตัว ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) นักแสดงเบอร์ใหญ่ของฮอลลีวูดที่มาปรากฏตัวในบทบาทของ ลุค ฮอบบ์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานบริการรักษาความปลอดภัยทางการทูต ซึ่งในช่วงที่จอห์นสันเดินสายโปรโมต Fast Five นั้นเขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เดิมทีบท ลุค ฮอบบ์ นี้ทีมงานไม่ได้เขียนขึ้นมาโดยมีภาพเขาอยู่ในหัวเลย ที่จริงแล้วบทนี้เขียนขึ้นมาให้ ทอมมี่ ลี โจนส์ หรือ จอช โบรลิน ต่างหาก

วิน ดีเซล ได้เล่าเบื้องหลังเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า

“บทนี้นั้นเดิมทีตั้งใจจะให้เป็น ทอมมี่ ลี โจนส์หรือจอช โบรลิน แต่ตอนนั้นสตูดิโอก็แย้งมาว่าอยากได้นักแสดงที่ดูน่าเกรงขามกว่านั้นนะ ผมก็เดาว่าเค้าคงอยากจะขยายเรื่องราวให้เป็น ตำนานของดอมกับใครซักคน…”

ส่วนหนึ่งที่ได้ ดเวย์น จอห์นสัน เข้ามาร่วมทีม Fast นั้นก็มาจากตัว วิน ดีเซล เองนี่แหละ ดีเซลเป็นนักแสดงรายหนึ่งที่ชอบพูดคุยกับแฟน ๆ ผ่านเฟซบุ๊ก ในช่วงที่จะสร้าง Fast Five นั้นเขาก็ถามแฟน ๆ ว่าเสนอไอเดียกันมาซิว่าอยากให้เรื่องราวของภาค 5 เป็นแบบไหน แล้วก็มีแฟนคนหนึ่งเสนอมาว่า อยากเห็น ดเวย์น จอห์นสัน มาเป็นผู้ร้ายในภาคนี้ ดีเซลสนใจไอเดียนี้ แล้วก็เอาข้อเสนอนี้ไปคุยกับทีมเขียนบท ซึ่งทีมผู้สร้างก็ลองติดต่อจอห์นสันไปด้วย ซึ่งเขาก็ตกลงรับข้อเสนอ ตั้งแต่นั้นเราก็เลยเห็น ลุค ฮอบบ์ เป็นอีกหนึ่งบทนำในแฟรนไชส์ Fast

10.มิเชลล์ โรดิเกซ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวละครเล็ตตี้ของเธอยังมีชีวิตอยู่

มิเชลล์ โรดิเกซ เจ้าของบท เล็ตตี้ หนึ่งในบทนำของแฟรนไชส์ เธอได้รับค่าตัวสูงเป็นอันดับที่ 3 ของแฟรนไชส์ ก่อนที่ ดเวย์น จอห์นสัน จะเข้ามาร่วมทีมด้วยนะ บทของเล็ตตี้ถูกเขียนให้เสียชีวิตไปในภาคที่ 4 Fast & Furious ระหว่างแยกย้ายกันหลบหนีเจ้าหน้าที่ทางการ หลังจากนั้น 3 สัปดาห์ดอมก็ได้ข่าวจากมิอาว่าเล็ตตี้โดนเฟนิกซ์สังหารไปแล้ว

หักมุม : ในฉากหลังเครดิตท้ายเรื่องของ Fast Five ลุค ฮอบบ์ได้รับเอกสารคดีจารกรรมขบวนรถขนทหารขนส่งในเยอรมัน และภาพผู้ต้องสงสัยที่ถูกบันทึกได้ระหว่างก่อเหตุนี้ก็คือ เล็ตตี้ กลายเป็นหลักฐานยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
หักมุมกว่านั้น : เมื่อทีมผู้สร้างตัดสินใจกันเองว่าตกลงให้เล็ตตี้ยังมีชีวิตอยู่ แล้วจะกลับมาในภาค 6 แต่ทีมงานไม่มีใครแจ้งข่าวนี้กับ มิเชลล์ โรดิเกซ เลยสักคนเดียว กลายเป็นว่าตัวมิเชลล์ โรดิเกซ ได้รับรู้ว่าบทเล็ตตี้ของเธอยังมีชีวิตอยู่ก็ตอนที่เธอได้ดูหนัง Fast Five ด้วยตัวเธอเอง หลังจากนั้นเธอถึงได้รับการติดต่อจากทีมงานให้กลับมาร่วมงานในภาค 6 ลองนึกกันดูซิว่า จะยุ่งเหยิงขนาดไหน ถ้าทีมงานติดต่อมิเชลล์ โรดิเกซ ไปแล้วเธอตอบปฏิเสธกลับมา

11.วิน ดีเซล เป็นผู้กำกับหนังสั้นเล่าเหตุการณ์ระหว่างภาค 1 และภาค 4


หนังที่ลากยาวหลาย ๆ ภาคเป็นแฟรนไชส์ส่วนใหญ่ มักจะมีความเหมือนกันอย่างหนึ่งคือไทม์ไลน์ของแต่ละภาคมักจะไม่เรียงกันแบบภาค 1 – 2 – 3 – 4 แต่มักจะกระโดดข้ามไปข้ามมา อย่างในแฟรนไชส์ Fast ก็เช่นเดียวกัน จะมีช่วงระยะห่างจากภาค 1 มาภาค 2 แล้วก็เว้นช่วงห่างอีกจากภาค 2 มาภาค 4 แต่เหตุการณ์ในภาค 3 Tokyo Drift นั้น ที่จริงแล้วเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากภาค Fast & Furious 6 เลยด้วยซ้ำ เริ่มงงกันหรือยัง

เหตุการณ์ตอนจบภาคแรก The Fast and The Furious นั้น โดมินิก ทอเร็ตโต้ หนีตำรวจไปกบดานอยู่ที่รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาหายไปจากหนังภาค 2 แล้วกลับมาในหนังภาค 4 เพื่อที่จะอธิบายว่าดอมหายไปทำอะไรในช่วงเวลาหลายปีนี้ วิน ดีเซล ก็เลยรับอาสาเขียนบทและกำกับหนังสั้นขึ้นมาชื่อเรื่องว่า “Los Bandoleros” เนื้อหาในหนังเล่าชีวิตของดอมที่อยู่ในเม็กซิโก แล้วก็สานต่อความสัมพันธ์กับเล็ตตี้ ก่อนที่จะรวบรวมทีมกันอีกครั้งในโดมินิกันเพื่อจะปฏิบัติการอีกครั้งในภาค 4 Fast & Furious

นอกจากเรื่องนี้ยังมีหนังสั้นอีกเรื่องหนึ่งในจักรวาล Fast ก็คือ “Turbo-Charged Prelude” ซึ่งออกมาก่อน “Los Bandoleros” เป็นหนังสั้นที่เล่าเรื่องราวของ ไบรอัน โอ’คอนเนอร์ ที่เกิดขึ้นระหว่าง The Fast and the Furious และ 2 Fast 2 Furious

12.ฉากไล่ล่ารถถังใน Fast & Furious 6 ไม่ใช้ CGI ช่วย

ผู้กำกับ จัสติน ลิน นี่บ้าพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากระเบิดรถไฟเล่นไปแล้วใน Fast Five เขาก็คิดการใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ พอมาถึง Fast & Furious 6 (2013) นั้น แผนการแรกของผู้กำกับลินคือจะแบ่งหนังออกเป็น 2 ภาคฉายต่อกัน ครึ่งแรกใช้ชื่อว่า The Fast แล้วครึ่งหลังใช้ชื่อว่า The Furious มีฉากใหญ่ในทั้ง 2 ภาค ฉากจบของ The Fast คือฉากไล่ล่ารถถัง ส่วนฉากจบใน The Furious ก็คือฉากไล่ล่าเครื่องบินบนรันเวย์

เดิมทีทางทีมงานหมายมั่นปั้นมือว่าจะถ่ายทำฉากไล่ล่ารถถังบนถนนในลอนดอน แต่พอดีที่ว่าช่วงนั้นกรุงลอนดอนอยู่ในระหว่างจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค เลยไม่อนุญาตให้ทีมงานปิดถนนถ่ายทำ แผนการแรกทีมงานเลยวางแผนจะสร้างถนนกันขึ้นมาเองในโรงถ่ายซาวนด์สเตจ ความยาวเท่า 12 ช่วงตึก แต่แล้วก็เปลี่ยนแผนว่าย้ายมาถ่ายทำกันในสเปนน่าจะง่ายกว่าการที่ต้องสร้างถนนขึ้นมาเอง ทางสเปนก็ใจดีอนุญาตให้ทีมงานไปใช้ถนนไฮเวย์ที่เพิ่งสร้างเสร็จยังไม่เปิดให้ใช้บนเกาะเตเนริเฟ อยู่ในหมู่เกาะแคนารี การถ่ายทำก็ผ่านไปด้วยดี 90% ของฉากนี้ที่เราเห็นนั้น เป็นรถถังจริง ๆ ส่วนอีก 10% นั้นเป็นการผสมกันระหว่างรถถังปลอมที่ประกอบขึ้นมาใหม่ให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษแล้วติดปืนใหญ่ปลอม ๆ เข้าไป อีกส่วนหนึ่งก็ใช้รถบรรทุกแล้วเอาโครงรถถังมาครอบไว้อีกที เอาไว้ใช้ในฉากที่ถ่ายจากมุมต่ำ

13.Ferrari ไม่ตกลงให้กองถ่าย Fast ยืมรถรุ่นล่าสุดของเขามาเข้าฉาก

เสน่ห์ของหนัง Fast ในภาคแรก ๆ เราได้เห็นรถคลาสสิกมาโมดิฟายให้กลายเป็นรถซิ่งความเร็วสูง ภาคต่อ ๆ มาก็ได้เห็นฉากจารกรรมในระดับเวอร์วัง แต่เสน่ห์อีกอย่างก็คือการได้เห็นรถซูเปอร์คาร์แพง ๆ ที่มีเพียงไม่กี่คันบนโลก คันที่จัดว่าหายากสุดและแพงที่สุดที่เคยมีมาในแฟรนไชส์ Fast ก็คือรถ Lykan HyperSport ที่มาโชว์ให้เห็นใน Furious 7 เป็นรถที่สร้างขึ้นมาโดยบริษัท W Motors บริษัทในสาธารณรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เป็นผลงานของวิศวรกรระดับหัวกะทิจาก 3 ประเทศร่วมมือกันระหว่าง เลบานอน, ฝรั่งเศส และอิตาลี และที่สำคัญมันถูกผลิตออกมาเพียง 7 คันเท่านั้น ราคาต่อคันอยู่ที่ 3.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของรถที่แพงที่สุดในโลกเท่าที่เคยผลิตมาจนทุกวันนี้ และเป็นซูเปอร์คาร์คันแรกที่ผลิตโดยบริษัทในตะวันออกกลาง

Ferrari LaFerra

แต่ที่จริงแล้ว Lykan HyperSport ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของทีมงาน Fast ที่จะใช้ในหนัง Furious 7 รถที่ทีมงานหมายตาไว้เป็นตัวเลือกแรกก็คือ Ferrari LaFerrari เป็นรุ่นล่าสุดของเฟอร์รารี่ แต่ความยากมันอยู่ที่ รุ่นนี้ไม่ได้ผลิตเพื่อวางจำหน่ายปกติอย่างรุ่นก่อน ๆ ที่แล้วมา แต่เป็นรุ่นพิเศษจริง ๆ ไม่ใช่ว่าใครมีตังค์ก็จะซื้อได้ เพราะว่าเฟอร์รารี่วางเงื่อนไขไว้ว่าผู้ที่จะเป็นเจ้าของ Ferrari LaFerrari นั้นจะต้องเป็นลูกค้าเก่าของเฟอร์รารี่เท่านั้น คือเป็นเจ้าของรถเฟอร์รารี่อยู่แล้ว และจะต้องได้รับการคัดเลือกแล้วเชื้อเชิญจากเฟอร์รารี่ให้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ Ferrari LaFerrari เท่านั้น ด้วยเงื่อนไขนี้ ทางเฟอร์รารี่จึงปฏิเสธข้อเสนอจากทีมงาน Fast ที่จะขอใช้ Ferrari LaFerrari มาเข้าฉากใน Furious 7 ด้วยเหตุผลจากทางเฟอร์รารี่ว่า “ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้องหรอก รถเราขายได้อยู่แล้วไม่ต้องการประชาสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น” หยิ่งไหมล่ะ?

14.ฉากดริฟต์ใน Tokyo Drift เป็นฝีมือของสตันท์แมนล้วน ๆ ไม่พึ่ง CGI

สมกับชื่อภาคว่า Tokyo Drift ก็เลยเป็นภาคที่โชว์การดริฟต์มากสุดในแฟรนไชส์ และทุกฉากดริฟต์ที่เราเห็นในหนังนั้นล้วนเป็นฝีมือของนักขับมืออาชีพที่มารับจ๊อบเล่นฉากสตันท์ในเรื่องนี้ รีส มิลเล็น (Rhys Millen)นักแข่งรถมืออาชีพ รายหนึ่งที่เล่นฉากสตันท์ใน Tokyo Drift เผยว่าเขาเป็นหนึ่งในนักแข่งมืออาชีพหลายคนที่มาร่วมงานกับหนังเรื่องนี้ รถที่ใช้ในภาคนี้ก็มี Mitsubishi Lancer Evo VIII และ VW R32s ถูกดัดแปลงจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง เพื่อให้นักแข่งโชว์ฉากดริฟต์ได้อย่างคล่องตัว

Tokyo Drift ยังได้สปอนเซอร์รายใหญ่ ๆ มาร่วมด้วยอย่างเช่น Toyota ช่วนสนับสนุนยางรถยนต์ถึง 4,000 เส้น ให้ใช้การถ่ายทำ ซึ่งทีมงานใช้ไปอย่างน้อย 2,000 เส้น บริษัท Rays Engineering สนับสนุนยางแข่งรถ Volk อีก 170 เส้น

ถึงแม้ว่าฉากแข่งรถจะใช้ความสามารถของนักแข่งมืออาชีพล้วน ๆ มีรถถูกทำลายจริงในภาคนี้มากกว่า 100 คัน แต่ที่จริงแล้ว Tokyo Drift ก็ยังเป็นภาคที่ใช้ CGI มากที่สุดในแฟรนไชส์ แต่ก็ยังได้รับเสียงวิจารณ์ว่าเป็นภาคที่แย่ที่สุดในแฟรนไชส์ จัสติน ลิน โดนวิจารณ์ว่าเป็นผู้เป็นผู้กำกับที่ชอบพึ่งพา CGI ก็เลยเหมือนว่าลินฝังใจกับคำวิจารณ์นี้ ตั้งแต่นั้นภาคต่อมาเขาก็เลยเน้นใช้ฉากสตันท์ที่สร้างขึ้นในกองถ่ายจริง ๆ แทนที่จะใช้ CGI

15.เดนเซล วอชิงตัน ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาล Fast

เดนเซล วอชิงตัน

ด้วยความสำเร็จที่มากขึ้นในทุกภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่แต่ละภาคก็ใช้ทุนสร้างสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่ Fast เป็นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดของยูนิเวอร์แซล ทำให้นักแสดงมีชื่อเสียงหลายคนล้วนยินดีตอบรับคำเชิญจากผู้สร้างให้มาเข้าร่วมในจักรวาล Fast นี้ นั่นจึงทำให้เราเห็นบิ๊กเนมอย่าง วิน ดีเซล, ดเวย์น จอห์นสัน, เจสัน สตาแธม ได้ร่วมอยู่บนจอเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยินดีตอบรับคำเชื้อเชิญนี้ เพราะหนึ่งในผู้ที่ปฏิเสธมาแล้วนั่นก็คือ เดนเซล วอชิงตัน (Denzel Washington)นักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูดดีกรีรางวัลออสการ์

ถ้าลงรายละเอียดเรื่องนี้ให้มากขึ้น ก็ต้องระบุไปว่าวอชิงตันถูกเชิญให้มาร่วมงานใน Furious 7 ซึ่งในภาคนี้จะมาปรากฏตัวเป็นบทเล็ก ๆ แต่จะมีบทบาทมากขึ้นในภาคต่อ ๆ ไป ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าบทที่วางไว้ให้วอชิงตันนั้นเป็นบทอะไร แต่รู้กันภายในเพียงแค่ว่า “บทสำคัญที่ไม่ได้รับการเปิดเผย” แต่ว่าใคร ๆ ที่ได้ดู Furious 7 ต่างก็เดาออกกันทั้งนั้นว่าเป็นบทของ Mr.Nobody ที่สุดท้ายตกเป็นของ เคิร์ต รัสเซล นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นเก๋าเช่นกัน

อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะทำให้ผู้อ่านบางคนอยากจะย้อนไปดูภาคเก่า ๆ กันนะครับ แล้วก็จะยิ่งทำให้กระตุ้นความอยากดู Fast 9 ขึ้นมามากขึ้น ว่าภาคนี้ผู้กำกับจัสติน ลิน จะบ้าพลังเล่นใหญ่ไปถึงขั้นไหน อย่างที่เราเห็นกันแล้วว่าภาคนี้พากันออกนอกอวกาศไปแล้ว วันนี้ Fast9 เปิดตัวในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศไปแล้ว และทำรายได้อย่างสมศักดิ์ศรีหนัง Fast จริง ๆ ด้วยตัวเลขแค่ 3 วันกวาดไปแล้ว 350 ล้านเหรียญ นี่ขนาดว่าโรงหนังยังเปิดฉายไม่ครบ 100% กันเลยนะ แต่สำหรับบ้านแม้ว่าค่ายหนังจะประกาศมาแล้วว่า 1 ก.ค. ได้ชมกันในโรงภาพยนตร์ แต่ถึงวันนี้ตอบไม่ได้แล้วว่าเราจะได้ดู Fast 9 กันเมื่อไหร่นะ?

อ้างอิง อ้างอิง อ้างอิง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก