Connect with us

ภาพยนตร์

The Good Dinosaur ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย

นับเป็นโปรเจคเจ้าปัญหาอีกหนึ่งเรื่องในระหว่างการผลิตของพิกซาร์ ตั้งแต่ประสบปัญหาแก้บท ผู้กำกับเดิมถอนตัว วิกฤตปลดพนักงานในบริษัท เลื่อนวันฉายแล้วเลื่อนอีกไปร่วม2ปี… ที่บอกได้เลยหนังเรื่องไหนมีข่าวปัญหาแบบนี้ เตรียมเจ๊งและไม่เจ๋งได้เลย แต่หนังเรื่องนี้ก็ออกตัวได้โอเคทีเดียวกับคะแนนรีวิวจากเว็บนอก

หนังเดิมเป็นต้นคิดของ Bob Peterson ผู้กำกับในเรื่อง Up (2009) ที่สร้างปรากฏการณ์การ์ตูนเด็กที่เห็นเลือดสีแดงเข้มแบบจะๆครั้งแรกของพิกซาร์ เขาเอาความประทับใจครั้งเดินนิทรรศการไดโนเสาร์สมัยเด็กมาใช้ เล่าถึงไดโนเสาร์คอยาววัยฉกรรจ์กับเหล่าพี่น้อง ก่อนที่จะบอกลาโปรเจคไปแล้วพิกซาร์ไปควานหาผู้กำกับมาแทนได้ ซึ่งก็คือ Peter Sohn (ทั้งชื่อรวมกันคล้ายๆนามสกุลผู้กำกับเดิมเลย 555) ซึ่งก็คือผู้กำกับอนิเมชั่นขนาดสั้นก้อนเมฆกับนกกระสาในเรื่อง Partly Cloudy (2009) ที่ฉายเปิดหัวเรื่องคุณปู่ซ่าของบ็อบนั่นเอง

ฉากโชว์เลือดในหนังอนิเมชั่นเด็กครั้งแรกๆ ในเรื่อง Up (2009)

ฉากโชว์เลือดในหนังอนิเมชั่นเด็กครั้งแรกๆ ในเรื่อง Up (2009)

การมาของผู้กำกับใหม่ ได้เปลี่ยนตัวเอกให้เป็นเด็กลง และเปลี่ยนปมปัญหาในเรื่องให้เป็นการต่อสู้กับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมแทน โดยว่าด้วยธีมของการก้าวข้ามความกลัว การเรียนรู้ความเจ็บปวดของชีวิตที่เรียกว่าการเติบโตของตัวละคร ซึ่งก็เป็นไปตามเวอร์ชั่นที่ฉายจริงที่เราได้ดูนี่เอง ซึ่งส่วนตัวผมแม้ไม่ทราบเนื้อเรื่องฉบับแรก แต่คิดว่าการเปลี่ยนหลายๆอย่างน่าสนใจมาก โดยอดีตผู้ให้เสียงตัวละครหนึ่งที่ได้อ่านบทใหม่ก็บอกว่ามันดีกว่าที่เขาคิดไว้เยอะทีเดียว

ธรรมชาติเป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง ในการที่ตัวเอกจะต้องก้าวข้ามความกลัวไปให้ได้

ธรรมชาติเป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง ในการที่ตัวเอกจะต้องก้าวข้ามความกลัวไปให้ได้

สิ่งที่น่าสนใจมากๆสำหรับหนังเรื่องนี้ในความคิดผมคือ ความกล้าในการทลายขนบหลายๆอย่างของสตูดิโอเอง ถ้าอัพแสดงเลือดให้เห็นเป็นครั้งแรก อินไซด์เอ้าท์ยืนตัวเป็นการ์ตูนเด็กเพื่อผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์ กู้ดไดโนซอร์ก็เป็นการตบหน้าพวกบอกว่าการ์ตูนพิกซาร์เป็นงานของเด็กและเน้นโลกสวยฟีลกู้ดในหลายๆแง่ทีเดียว

ทั้งยังเป็นงานที่ใช้คอนทราสต์ในด้านต่างๆทั้งโปรดักชั่นและการเล่าเรื่องได้ดีมากๆด้วย

1.งานภาพของหนังพุ่งทะยานไปอีกหลายๆของหลายๆขั้นในแง่ระดับของซีจีทีเดียว แม้จะออกแบบตัวละครได้แบบการ์ตู๊นการ์ตูน แต่ฉากแวดล้อมนี่งดงามจนหลายฉากคิดว่าไปถ่ายของจริงมาหรือเปล่าเลยด้วยซ้ำ ซอฟท์แวร์ที่เอามาทำสภาพแวดล้อมนี่เรียกว่าสมบูรณ์มากๆ และที่แปลกคือการตัดกันระหว่างความสมจริงของฉากกับการตัดทอนรายละเอียดแบบการ์ตูนกลับอยู่ด้วยกันไปได้โดยไม่ขัดเขินเลย (ซึ่งงานภาพกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนอึ้งตั้งแต่เทรลเลอร์ปล่อยออกมา และพอได้ดูหนังจริงก้ต้องยอมรับว่าพี่เทพจริงๆ)

ฉากภูเขา ท้องฟ้า ต้นไม้ และน้ำ ที่งามหมดจดจริงๆ

ฉากภูเขา ท้องฟ้า ต้นไม้ และน้ำ ที่งามหมดจดจริงๆ

2.การเล่าเรื่อง แม้จะไม่มีอะไรใหม่ เป็นเพียงการจับซีนดราม่าที่เคยได้ผลมาปรับมาขยี้ด้วยกิมมิคหลายอย่าง เช่น การประทับรอยเท้า การสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูดเพื่อแสดงความหมายของครอบครัว เป็นต้น อย่างได้ผล ส่งผลให้เป็นงานที่สะเทือนความรู้สึกในหลายๆฉาก ทั้งนี้ยังเป็นการก้าวออกจากคอนฟลิกแบบใสๆไปสู่ดราม่าหนักๆที่ไม่ค่อยเจอในงานการ์ตูนที่หน้าหนังแบ๊วๆแบบนี้ด้วย คือโดนหน้าหนังหลอกไปหลายอณูอยู่เหมือนกันว่าน่าจะหนักทางฟีลกู้ดคอมเมดี้คัมมิ่งออฟเอจ แต่ดันไปเจออะไรที่เกินคาดหลายอย่าง

รอยเท้า คือกิมมิคสำคัญในการเดินทาง และก้าวข้ามความกลัว และเป็นสิ่งยืนยันการมีตัวตนด้วย ซึ่งปรากฏมาตั้งแต่ในโปสเตอร์หนังทีเดียว

รอยเท้า คือกิมมิคสำคัญในการเดินทาง และก้าวข้ามความกลัว และเป็นสิ่งยืนยันการมีตัวตนด้วย ซึ่งปรากฏมาตั้งแต่ในโปสเตอร์หนังทีเดียว

3.ดีเทลในการเล่าเรื่อง ทำลายเซ็นส์ของความคาดหวังได้แบบ อึ้งชนิดไม่ทันตั้งตัว (เชื่อว่าฉากหาอาหาร กับฉากเปิดตัวกลุ่มนกน่าจะทำเอาทั้งโรงเงียบกริบได้ไม่ยาก เช่นเดียวกันกับฉากบทสนทนายามค่ำคืนเรื่องครอบครัว และการพบกันในฝัน ที่จะทำเอาน้ำตารื้นเอาได้ง่ายๆเลย)

video.yahoomovies.com@20efb7b0-9cda-3dd7-812e-e0bb9b16a19c_FULL
และยังใช้การสลับการรับรู้ ทั้งหน้าตาตัวละครที่น่ารักก็อาจไม่ดี น่าเกลียดก็อาจจะดี ไดโนเสาร์ที่ใส่ความเป็นคน ส่วนคนใส่ความเป็นสัตว์ลงไป (คือเปลี่ยนโมเดลเป็นหมาแทนก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างเดิมเลย และเป็นตัวละครที่แย่งซีนไดโดนเสาร์ทั้งเรื่องแบบขาดลอย น่ารักน่าชังน่าสงสาร และเชื่อว่าจะเป็นตัวละครที่คนดูจดจำไปนานแน่ๆ)

good-dinosaur-tv

การสร้างตัวละครร้ายให้เป็นสภาพแวดล้อมและตัวละครบางตัวทำได้อย่างแนบเนียน อย่างโหดร้าย และทำให้เรารู้สึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิตที่อาจเผชิญได้ ทั้งยังหลอกล่อได้ดีมากตั้งแต่การนำเสนอตัวละครประกอบมาหลอกล่อให้ตายใจในตอนต้น หรือแม้แต่ชื่อหนัง ที่ทำให้เรารู้สึกถึงความโลกสวย ฟีลกู้ดแบบเซฟโซนเอฟเวรี่แวร์ เพื่อทำลายเซ้นส์ความระมัดระวังของเราไป แล้วค่อยๆตบหน้าเราไปทีละนิดทีละนิด จนคิดไปว่าไอ้คนทำเรื่องนี้โรคจิตชะมัดที่ทำร้ายดวงใจใสๆวัยเด็กของเราขนาดนี้ (ซึ่งทั้งหมดก็เพราะคาดหวังตามหน้าหนัง ถ้าใครอ่านแล้วคิดว่าไปเจอโหดหินฉิ่งถามฐาน ก็บอกว่าไม่ได้โหดขนาดนั้นนะ)good-dinosaur-t-rex-butch-arlo

สรุป นี่เป็นหนังภาพเด็ก เนื้อหาแบบเด็กโต หวังให้ทำงานกับครอบครัวพ่อแม่ลูก และจงใจขยี้คนดูที่เป็นผู้ใหญ่หัวใจเด็ก

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!