The Hateful Eight : 8 พิโรธโกรธแล้วฆ่า

ต้องยอมรับว่าหลุดไปอีกขั้นแล้วสำหรับ เควนติน ตารันติโน่ ที่สามารถเขียนเรื่องราวแบบนี้ออกมาได้ คิดเรื่องเอง กำกับเอง ได้ในคนเดียว รู้สึกแปลกใจตั้งแต่ตอนเห็นตัวอย่างแล้วว่าหนังมันต้องซุกซ่อนอะไรไว้มากกว่าที่เห็นในตัวอย่างแน่ หนังเผยเนื้อหาออกมาเพียงว่า คนแปลกหน้า 8 คนในกระท่อม 1 หลัง แต่แล้วสิ่งที่ซ่อนไว้อยู่นั่นล่ะ คือไม้เด็ดของหนังที่สมควรแล้วว่าไม่ควรเล่าออกมาเลย ที่เราเห็นในตัวอย่างกัน แค่ส่วนหนึ่งในชั่วโมงแรกของหนังเท่านั้น

hateful-eight-tv-spot

ตามสไตล์หนังของเควนติน คือเน้นหนักด้วยบทสนทนา คมคาย และหยาบคาย คนไม่เคยดูหนังเควนตินสมควรที่จะอึดอัดกับชั่วโมงแรกของหนังที่หมดไปกับการพูดคุยของ 4 ตัวละครหลัก ผ่านไปเป็นชั่วโมงกว่า 8 ตัวละครตามชื่อเรื่องถึงได้พร้อมหน้ากัน และเมื่อศพแรกเกิดขึ้นเท่านั้นล่ะหนังถึงเดินหน้าไปกับบรรยากาศที่หนักหน่วง พลิกอารมณ์ไปอย่างรู้สึกได้ ผ่านเข้าชั่วโมงที่ 2 ถึงได้เผยประเด็นและทิศทางของหนังที่ออกมาในแนวสืบสวน ชวนให้ดูไปคิดวิเคราะห์ตามไปด้วย ว่าใครคือคนร้าย แล้วที่ชอบมากคือการใส่เหตุการณ์รุนแรงไม่คาดฝัน ให้ชวนร้อง “เฮ้ย!!”อยู่ได้หลายครั้ง ที่ชอบอีกอย่างก็คือเส้นเรื่องที่ขมวดประเด็นของเรื่องเสียจนตึงเครียดสุด แล้วค่อยเฉลยแบบคลี่คลายหมดจดก่อนจะพาอารมณ์คนดูไปสู่ฉากจบไคลแมกซ์แบบยิงกันสะใจ

เควนติน เผยแรงบันดาลใจในการสร้าง Hateful Eight มาจาก The Thing (1982) เขาได้จำลองอารมณ์ตึงเครียดในเคบินกลางพายุหิมะมาประยุกต์ให้กลายเป็นเรื่องราวของคน 8 คนที่ต้องติดอยู่ในที่จำกัดด้วยกัน ต่างคนต่างก็ไม่รู้ที่มาและไว้ใจใครไม่ได้ และน่าจะเป็นเหตุผลที่ เควนติน ถึงเลือก เคิร์ต รัสเซล จาก The Thing มารับบทนักล่าค่าหัวแทน คริสตอล์ฟ วอลทซ์ ขาประจำใน 2 เรื่องหลังของเขา ซามูเอ็ล แอล.แจ็คสัน ขาประจำของ เควนติน กลับมาร่วมงานเป็นเรื่องที่ 6 และรอบนี้ได้บทเด่นสุดล่ะ เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ ได้บทที่ส่งเธอมาก ได้เข้าชิงเป็นสิบเวทีจากบทนี้ เดซี่ เดอร์มากู นางโจรร้ายลึก แสยะยิ้มแต่ตาซ่อนความแค้นและเจ้าเล่ห์ไว้ตลอด ดูแล้วก็สมควรล่ะครับที่ได้เข้าชิงเล่นแบบไม่ห่วงสวยเลย

hateful-eight-02-612x394

แฟนเก่าที่เคยสะใจกับฉากโหด ๆ ของเควนติน จาก Kill Bill เรื่องนี้ล่ะกลับมาโหดแล้ว ย้ำว่า โหดมาก เลือดท่วมจอ ยิงกันหัวกระจุยสมองกระจาย ชวนแหวะด้วย แต่ที่ขาดไปคือซีนทรงพลังแบบที่เคยประทับใจกันจาก ฉากเปิดตัว คริสตอล์ฟ วอลทซ์ ใน Inglourious Basterds หรือ ฉากลีโอนาร์โด บนโต๊ะอาหาร ใน Django Unchained ในเรื่องนี้ก็ดูว่าพยายามให้มีนะกับฉาก มาร์ควิส ที่เล่นสงครามประสาทกับนายพลแซนดี้  แต่อารมณ์บวกความกดดันยังไปไม่ถึงและไม่ชวนให้จดจำเท่า เควนติน ยังคงใส่ลูกเล่นกวน ๆ อยู่หลายครั้ง ฉากเครียด ๆ ก็ใช้เสียงเปียโนกุ๊งกิ๊งคลอ ฉากตัวร้ายตามล่าเหยื่อบาดเจ็บก็ใช้ดนตรีประกอบน่ารัก หรืออยู่ดี ๆ ก็มีเสียงบรรยายเรื่องราวขึ้นมาซะงั้น

เป็นการเว้นช่วงที่พอเหมาะพอเจาะ 3 – 4 ปีออกมาสักเรื่องแล้วเป็นงานที่พิถีพิถัน แฟนเก่าพอใจและรู้สึกคุ้มค่าการรอคอย ผ่านชั่วโมงแรกของหนังให้ได้ครับ แล้วที่เหลือจะสนุกมาก หนังยาวถึง 2 ชั่วโมง 47 นาทีเลยนะครับ ชอบชื่อไทยของเรื่องนี้นะ คล้องจองและเข้ากับเนื้อหาดี