Connect with us

ภาพยนตร์

Hana’s Miso Soup: ร้องไห้น้อยกว่าที่คิด ยิ้มมากกว่าที่เคย

Hana’s Miso Soup (はなちゃんのみそ汁, Hanachan no Misoshiru) หรือชื่อไทยตรงตัวว่า มิโซะซุปของฮานะจัง สร้างจากเรื่องจริงที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อเดียวกันในปี 2012

Hana’s Miso Soup (はなちゃんのみそ汁, Hanachan no Misoshiru) หรือชื่อไทยตรงตัวว่า มิโซะซุปของฮานะจัง สร้างจากเรื่องจริงที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อเดียวกันในปี 2012

หนังเล่าเกี่ยวกับ จิเอะ (แสดงโดย เรียวโกะ ฮิโรสึเอะ) หญิงสาวที่รู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็ง แต่ ชินโกะ (แสดงโดย เคนอิจิ ทาคิโตะ) คนรักของเธอยังตัดสินใจขอเธอแต่งงาน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่นาน หลังแต่งงานจิเอะพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยรู้ถึงความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่ไปทั้งตัวจากการคลอดลูก แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจมีลูก และเริ่มต้นเขียนบันทึกข้อความและเมนูอาหา­รต่างๆ ให้กับลูกสาว ฮานะ (แสดงโดย อิมินะ อกามัตสึ) ด้วยความหวังว่าความรักและพลังใจต่างๆ ที่เธอบันทึกไว้ตลอด 11 ปี จะทำให้ลูกสาวเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่เข้มแข­็ง แต่หลังจาก จิเอะ รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 ปี เธอจึงเริ่มสอนฮานะทำ มิโซะซุป เมนูโปรด เมนูที่ฮานะพูดเสมอว่าสักวันหนึ่งหนูจะทำให้เหมือนของแม่ และให้แม่ได้ชิมคนแรก

ชินโกะ และฮานะ ตัวจริง กับหนังสือที่พวกเขาทั้งสองคนช่วยกันเขียน ร่วมกับจิเอะที่ไม่อยู่แล้ว

ชินโกะ และฮานะ ตัวจริง กับหนังสือที่พวกเขาทั้งสองคนช่วยกันเขียน ร่วมกับจิเอะที่ไม่อยู่แล้ว

ว่ากันตามพล็อตนี่ เรียกว่าหนังเตรียมพรากน้ำตาเรากันเต็มที่เลยทีเดียว แต่ด้วยความที่จิเอะ และชินโกะ ต่างมองโลกในแง่บวก ทำให้หนังสือที่พวกเขาร่วมกันเขียนมีอารมณ์ที่ไม่ได้โศกเศร้ามากนัก เหมือนว่าเธอจะยิ้มให้คนที่รักแม้ในวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งในมุมหนึ่งมันก็น่าสะเทือนใจเหมือนกันนะ (จิเอะเขียนบันทึกลงบล็อกส่วนตัวไว้ในช่วงท้ายของชีวิต ในขณะที่ชินโกะเองทำงานหนังสือพิมพ์ก็ได้นำบล็อกของจิเอะมาประกอบกับความทรงจำของเขากับลูกสาว เขียนออกมาเป็นหนังสือ)

จิเอะ ตัวจริง กับคำพูดติดปากในหนังที่ว่า Risk a life to make a life.

จิเอะ ตัวจริง กับคำพูดติดปากในหนังที่ว่า Risk a life to make a life.

จิเอะเขียนในบล็อกของเธอไว้เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2008 ก่อนวันเกิดปีที่ 5 ของลูกสาวเธอ โดยพูดถึงการตัดสินใจมีลูกและยอมรับความเสี่ยงที่จะตายในก่อนหน้านั้นไว้ว่า “ไม่ว่าฉันจะเป็นมะเร็งหรือไม่ สักวันฉันก็ต้องตายอยู่ดี นี่คือวิธีที่ฉันจะตายจากไปโดยไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด” จิเอะเชื่อในการรักษาสุขภาพที่ดีด้วยการกินอยู่ที่ดี นั่นจึงเป็นที่มาของการสอนฮานะทำอาหารและเขียนบล็อกของเธอ ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าลูกของเธอต้องเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งและแข็งแรง จิเอะ เสียชีวิตในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ในวัย 33 ปี โดยมีครอบครัวและคนที่รักเธออยู่ข้างๆกายอย่างมีความสุข ซึ่งนั่นคือสารสำคัญที่หนังต้องพาเราไปถึง

หนังเล่าเรื่องด้วยตัวละครที่มีสีสันอย่างมากอย่าง ชินโกะ ที่ออกจะซื่อและเปิ่น ประกอบการแสดงแอกติ้งแบบญี่ปุ่นของทาคิโตะก็ทำให้ ตัวละครที่หาความหล่อยากเย็นอย่างเขามีสเน่หืจับใจคนดูมากทีเดียว เรียกว่าเขาคือโครงกระดูกหลักของเรื่องเลยล่ะ ทั้งยังทำให้บรรยากาศไม่ทึมเศร้าเกินไปด้วย แต่พอจะเข้าโหมดโศกเขาก็ทำได้น่าเชื่อ อย่างที่เราเคยได้ยินว่าคนที่เห็นยิ้มง่ายๆนั้นในใจปวดร้าวเพียงไหนไม่อาจทราบได้ ซึ่งตรงนี้ทาคิโตะเก็บได้หมดอย่างน่าชื่นชม

hana-miso-soup

ในขณะที่ด้าน ฮิโรสึเอะ ที่ชื่อชั้นรับประกันอยู่แล้วนั้นเรียกว่าหายห่วง แม้อายุอานามจะเกินตัวละครไปมากแต่เธอก็รับบทเด็กสาวอายุ 23 ปีที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง จนถึงคุณแม่วัยสามสิบกว่าปีที่รู้ตัวว่ากำลังจะตายและอยากทำอะไรทิ้งไว้ให้คนที่เธอรัก ได้อย่างที่เรียกว่าเล่นน้อยได้มาก ยิ่งทำให้หนังดูสมจริงด้วย และแน่นอนหน้าสวยๆ ของเธอก็พยุงให้เรามองอะไรงามๆ ได้เรื่อยๆ เช่นกันแม้แต่ยามเธอเล่นบทป่วยขนาดไหนก็ตาม

ปิดท้ายด้วย อิมินะจัง ที่รับบทฮานะ ก็เล่นได้เป็นธรรมชาติ น่ารักน่าชัง พูดได้ว่าเป็นแคสติ้งที่โอเคเลยทีเดียว

ชินโกะ และฮานะ ตัวจริง กับซุปมิโซะสูตรคุณแม่เธอ

ชินโกะ และฮานะ ตัวจริง กับซุปมิโซะสูตรคุณแม่เธอ

หนังดูเพลินมากด้วยภาพอุ่นๆ และบรรยากาศของเรื่องที่เริ่มอย่างสดใส โปรยมุก จนเราอมยิ้มได้ตลอดเวลา ก่อนจะค่อยๆ หม่นลงตามเหตุการณ์จริง แต่ไม่ถึงกับปล่อยให้ผู้ชมจิตตก ก็กลับมาเปล่งประกายในตอนท้ายเพื่อแสดงถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่รัก ตามวัตถุประสงค์ของหนังสือเดิมอย่างครบถ้วน นี่จึงเป็นหนังที่ไม่เพียงพาเราไปเสียน้ำตาเล็กๆ และยิ้มใหญ่ๆ แต่ยังให้เราได้ทบทวนมองความสำคัญของคนข้างๆ และการเตรียมใจไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร การมีมือของคนที่เรารักจับไว้นั้นสำคัญที่สุด

หนังเข้าฉาย 17 มีนาคมนี้

หนังเข้าฉาย 17 มีนาคมนี้

ข้อเสียอย่างเดียวของหนังน่าจะเป็นการเล่าเรื่องในช่วงกลางค่อนปลายที่รักษาระดับการบิ้วอารมณ์ไว้ไม่ได้ จนออกจะยืดยาวไปสักนิด แต่กระนั้นบทสรุปก็ยังสวยงาม จนเราพอจะไม่ใส่ใจมันไปได้เพราะมันเล็กน้อยมากทีเดียว

มิโซะซุปนั้นแม้จะออกเค็มแต่ก็อร่อยกลมกล่อม เหมือนน้ำตาของคนเราที่เค็มแต่ก็เปี่ยมสุข หนังอิ่มและอุ่นมากๆ เหมือนดูไปพร้อมกินมิโซะซุปร้อนๆอร่อยๆไปด้วยจริงๆครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก The Asahi Shimbun

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!