Connect with us

What The Fact

9 บทเพลงสร้างพลังใจจากชายที่ชื่อ “ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย”

Published

on

ในวันที่ 25 ธันวาคมที่จะถึงนี้ พี่ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม ตูน Bodyslam ก็จะวิ่งถึงเส้นชัยสุดท้ายในโครงการ “ก้าวคนละก้าว : เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ซึ่งเป็นการวิ่งระดมทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยวิ่งจาก เบตง ถึง แม่สายรวมระยะทางทั้งสิ้น 2191 กม. โดยพี่ตูนเริ่มวิ่งจากวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยตั้งเป้าไว้ที่ 700 ล้านบาทแต่ยอดนี้ยอดเงินบริจาคทะลุ 900 ล้านไปแล้ว น่าซาบซึ้งในน้ำใจของพี่ตูน และน้ำใจของคนไทยทั้งประเทศจริงๆ

การทำเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ย่อมต้องใช้พลังใจที่ยิ่งใหญ่ และในวันนี้พี่ตูนไม่ได้เป็นแค่ศิลปินร็อคที่มาร้องเพลง เล่นดนตรีเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ใช้แรงกายแรงใจสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้แก่สังคมอีกด้วย แต่ในวันที่พี่ตูนรับบทบาทของการเป็นศิลปินนั้น บทเพลงของพี่ตูนและวง Bodyslam ไม่ได้ขับขานออกมาเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่มันยังแฝงไว้ด้วยพลังใจที่สำคัญ หลายบทเพลงทำให้ใครหลายคนมีพลังและลุกขึ้นสู้ต่อ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงอยากย้อนกลับไปดู สิ่งที่พี่ตูนได้สื่อสารผ่านงานเพลงของเขาและวง Bodyslam ว่าที่ผ่านมาพี่ตูนได้พูด ได้ถ่ายทอดสิ่งใดออกมาบ้าง อันสะท้อนให้เห็นถึงแง่คิดมุมมอง อันงดงามและเป็นพลังใจสำหรับเราในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

เรามาเริ่มกันที่เพลงแรกอันเป็นชื่อเดียวกับชื่อวงกันเลยดีกว่าครับ


Bodyslam


ก่อนนี้หลายคนคงเคยรู้จักคำว่า “Bodyslam” จากชื่อท่าหนึ่งในกีฬามวยปล้ำ แต่หลังจากที่เพลง “งมงาย” ได้ออกเผยแพร่ทางหน้าปัดวิทยุทั่วประเทศ คำว่า “Bodyslam” ก็มีความหมายมากกว่านั้น ซึ่งพี่ตูนเคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่เลือกคำนี้มาใช้ตั้งชื่อวง เพราะชอบในความหมายของมันคำว่า Bodyslam นั้นแปลว่า “ทุ่มสุดตัว” ผมไม่แปลกใจ ว่าทำไมพี่ตูนถึงเลือกคำนี้มาใช้ตั้งชื่อวง เพราะสิ่งที่พี่ตูนทำตลอดมาจนถึงวันนี้นั้นไม่ห่างไกลจากคำว่า “ทุ่มสุดตัว” เลย

ซึ่งเพลง “Bodyslam” นี้เป็นเพลงจากอัลบั้มที่สองของวงชื่อว่า “Drive” โดยออกกับทางค่าย มิวสิค บั๊กส์ ในปี 2546 เพลงนี้มาพร้อมท่วงทำนองเร้าใจ เปี่ยมไปด้วยพลังอันพูดถึงการทุ่มเททำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เรารักโดยไม่ย่อท้อ เพราะนี่แหละคือชีวิตที่เราต้องการ

“นี่แหละคือชีวิตที่ต้องการ

  แค่ได้ทำสิ่งนั้นที่ใจฝัน

  ต่อให้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

เราจะสร้างความฝันด้วยตัวเราเอง”


หลังฝน


หลายครั้งที่ชีวิตเราต้องเจอกับปัญหา ที่ถาโถมเข้ามาเหมือนฝนฟ้ากระหน่ำ หลายครั้งต่อให้มีพลังแค่ไหนก็รู้สึกท้อใจ

“หลังฝน” บทเพลงที่ทำให้เรามองเห็นแง่งามของชีวิต ว่าหลังจากฝนซา ฟ้าเปลี่ยนสี อะไรที่ดีๆมักบังเกิด มันทำให้เรามีพลังพอที่จะอดทนรอวันนั้น วันที่ฟ้าสดใส

เพลงนี้มาจากอัลบั้ม “Drive” เช่นเดียวกันครับ เนื้อเพลงของเพลงนี้งดงามมาก อีกทั้งท่วงทำนองที่มาพร้อมลีลาร็อคแบบเรียบง่าย งดงามยิ่งทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่อยู่ในใจใครหลายคน

พายุที่มันพัดผ่าน หอบฝนมา

ฟ้ามืดมนสักเท่าไร

เราอาจจะต้องหนาว ต้องทรมาน

แต่ไม่นานก็คงจางหาย

มันเป็นเหมือนกำลังใจจากฟ้า

ส่งมาให้คนรู้ว่าชีวิตมีค่า แค่อย่าเพิ่งถอดใจ

เริ่มใหม่อีกที ชีวิตไม่มีคำว่าสาย

เมื่อพายุฝนผ่านพ้น ฟ้าจะสดใส และเธอจะได้สุขใจ”


ชีวิตเป็นของเรา


“คนเราจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน เวลามีเหลือกันเท่าไหร่

คนเราจะมีลมหายใจอีกกี่ครั้ง ใครจะรู้”

“ชีวิตเป็นของเรา​“ ขึ้นต้นบทเพลงมาด้วยถ้อยคำตอกย้ำความจริงของชีวิตว่าไม่มีอะไรแน่นอน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเวาชีวิตเราเหลืออยู่อีกเท่าไหร่ อยากทำอะไรให้รีบทำ

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Believe เป็นอัลบั้มแรกที่ออกกับทาง Genie Records ทางวงปรับเปลี่ยนแนวดนตรีจากป้อปร็อคมาสู่ร้อคที่หนักแน่นขึ้น รวมไปถึงมีการปรับเปลี่ยนสมาชิกวงอีกด้วย ทำให้ทางวงพัฒนาไปสู่อีกทิศทางหนึ่ง

เพลงนี้เป็นเพลงแรกเปิดอัลบั้มนี้เลย เหมือนจะเป็นการบอกว่า การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของพี่ตูนและ Bodyslam นั้นคือการเลือกทำในสิ่งที่ “เชื่อ” ในสิ่งที่เป็นตัวเรา นั่นเอง

“ชีวิตจะเป็นแบบไหน คงต้องเลือกเอา

ก็ตัวของเราก็ใจของใครของมัน

ชีวิตที่เป็นแบบนี้ คงไม่ว่ากัน

ก็ชีวิตมันเป็นของเรา”

มีเวอร์ชั่นเรียบเรียงใหม่ เพื่อเล่นในคอนเสิร์ต “Bodyslam นั่งเล่น” เพะราไปอีกแบบ ดนตรีออเครสตรามาเสริมทัพ ทำให้รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเลยจริงๆ ยิ่งใหญ่และงดงามมากครับ


ความเชื่อ


เพลงนี้ได้กลายเป็น signature ของวงไปแล้ว ในตอนนี้คำว่า Bodyslam แทบจะแทนที่ได้ด้วยคำว่า “ความเชื่อ” เลยทีเดียว

เพลงนี้เป็นเพลงจากอัลบั้ม Believe และคำว่า “ความเชื่อ” ก็คือคำแปลภาษาไทยจากคำว่า Believe นั่นเอง เพลงนี้จึงเหมือนกับเป็นเพลงที่สรุปเอาใจความของอัลบั้มนี้ รวมถึงแก่นของสิ่งที่พี่ตูนและ Bodyslam พยายามจะบอกกับเรา นั่นก็คือ พลังนั้นเกิดจากการทำในสิ่งที่เรา​“เชื่อ” นั่นเอง

นอกจากนี้ที่พิเศษสุดเลยก็คือ เพลงนี้ได้ น๊าแอ๊ด คาราบาว ซึ่งมีศักดิ์เป็น อาของพี่ตูนมาร่วมร้องฟีเจอริ่งด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นฟีเจอริ่งแรกของวงด้วย ก่อนที่จะมีฟีเจอริ่งอื่นๆในอัลบั้มต่อมา

ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่

มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป

แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป”


คนมีตังค์


เรื่องเงินอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่มันเป็นเรื่องแรกในเกือบทุกๆเรื่องของชีวิต หลายครั้งเราคิดว่าหากมีเงินมากพอแล้วเราคงจะมีความสุข แต่พี่ตูนและ วงBodyslam บอกกับเราว่า จะมี มีตังค์มาก หรือมีตังค์น้อย ก็ไม่เป็นไรความสุขมันอยู่ที่ใจลองค้นลงไปเดี๋ยวก็เจอ

“คนมีตังค์” เป็นเพลงในอัลบั้ม Save My Life ซึ่งเป็นอัลบั้มที่งานเพลงของ Bodyslam มีความสดใหม่ หากลองกลับไปฟังจะพบว่าอัลบั้มนี้มีเสน่ห์มาก ทั้งเนื้อหา เมโลดี้และท่วงทำนองของแต่ละเพลงล้วนกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี เป็นความตั้งใจอันเกิดจากการอยากลองทำอะไรใหม่ๆของ Bodyslam ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่ได้ พี่โอม เปล่งขำ มือคีย์บอร์ดของวงซึ่งในตอนนั้นยังอยู่ในฐานะแบ็คอัพของวง มาช่วยเติมสีสันให้กับบทเพลงนั่นเอง

เพลงนี้เป็นเพลงที่มีกลิ่นอายและเนื้อหาแตกต่างจากเพลงอื่นๆของ Bodyslam ไม่ได้มีความหนักแน่น หนักหน่วง แต่เป็นเพลงที่มาพร้อมท่วงทำนองสนุกๆ แต่แฝงไว้ด้วยปรัชญาการดำเนินชีวิตที่คมคาย เป็นการบอกให้เรารู้สึก “พอใจ”ในสิ่งที่เรามี “แต่ฉันไม่เดือดร้อน แม้ไม่มีมากมายอย่างใครสักที แม้มีเท่านี้ แต่หัวใจมันก็ยินดี ทุกวัน”

“ชีวิตนี้บางทีก็น้อย คิดไปทำไม

ชีวิตนี้บางวันก็เยอะ ถือเป็นกำไร

ชีวิตเราก็เท่านี้ ความสุขที่หัวใจต้องการ

สุดท้ายมันอยู่ไม่ไกล

ค้นลงไปข้างในจิตใจ ใครๆก็พบมัน”

เพลงนี้เป็นเพลงที่พอเราฟังแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นมาถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินในกระเป๋าเลยก็ตาม เพราะอย่างน้อยเราก็ยังมีชีวิตที่ได้ฟังเพลงดีๆเพลงนี้ เพลงที่มาพร้อมท่วงทำนองสดใสและกำลังใจเปี่ยมล้น


ขอบคุณน้ำตา


“ขอบคุณน้ำตา” เป็นเพลงจากอัลบั้ม Save My Life เช่นกัน เป็นเพลงส่งท้ายอัลบั้ม เหมือนเป็นการสรุปจบเรื่องราวที่ผ่านมาว่า จะสุขบ้าง ทุกข์บ้างก็ไม่เป็นไร มันเป็นธรรมดาของชีวิต จะเสียใจบ้าง ร้องไห้บ้างก็ไม่เป็นไร แทนที่จะจมอยู่กับความเสียใจ เรามาขอบคุณความเสียใจนี้ดีกว่าที่สอนให้เราได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิต

อย่ากลัวที่จะเสียใจ เพราะความเสียใจและหยดน้ำตานี่แหละที่เป็นครูคอยสอนให้เราเรียนรู้ความเจ็บปวดของชีวิต เพื่อที่ในวันพรุ่งนี้เราจะเข้มแข็งและมีพลังใจในการต่อสู้กับชีวิตต่อไป

“ต้องขอบคุณน้ำตาที่สอนให้จำในบทเรียน

น้ำตาที่ไหลรินในวันที่หัวใจอ่อนล้า

วันนี้เพิ่งรู้คุณค่าในช่วงเวลาได้เคยเจ็บ

เคยหวังและไม่เป็นดั่งใจ เรียนรู้และก้าวไป”

พี่ตูนเคยบอกไว้ในคอนเสิร์ต live in ครามว่า เพลงนี้คือเพลงโปรดที่สุดของพี่ตูน ผมเองไม่แปลกใจเลย เพราะเพลงนี้ก็เป็นเพลงโปรดที่สุดของผมเช่นกัน และก็เชื่อว่าคงเป็นเพลงโปรด เพลงในดวงใจของใครอีกหลายๆคน

มันงดงามที่สุดแล้วที่วันหนึ่งเราได้เข้าใจว่า หยดน้ำตาจากความเสียใจเหล่านั้นมีค่ากับชีวิตเรามากแค่ไหน


แสงสุดท้าย


เปิดด้วยเสียงกลองอันหนักหน่วง ตามมาด้วยท่วงทำนองอันหนักแน่น “แสงสุดท้าย” เป็นหนึ่งในเพลงฮิตที่เป็นลายเซ็นของวง ด้วยเนื้อหาที่พูดในสิ่งที่วงพยายามจะพูดมาโดยตลอด นั่นก็คือ การยืนหยัดทำในสิ่งที่เชื่อ ที่รัก ที่ฝัน อดทนสู้ต่อไปจนกระทั่งถึง “แสงสุดท้าย” ที่ใจปรารถนา นั่นเอง

“ในค่ำคืนที่ ฟ้า..นั้นไม่มีดาว

อยู่ตรงนี้ ฉันยังคงก้าวไป

ยังคงมีรักแท้ เป็นแสงนำไป

ในคืนที่หลง..ทาง

กับที่ที่ความฝัน

นั้นพร้อมเป็นเพื่อนตาย เส้นทางนี้

ฉันยังมีจุดหมาย

ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร

จะไปจนถึงแสงสุดท้าย”

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม “คราม” อัลบั้มที่สามที่ออกกับทาง Genie Records อัลบั้มนี้ Bodyslam ยังคงพยายามฉีกตัวเองออกไปจากสิ่งเดิมๆที่เคยทำมา อันจะเห็นได้จากการที่ได้เอาเพลงร็อค มาผสมผสานกับหมอลำในเพลง “คิดฮอด” ที่ได้นักร้องลูกทุ่ง หมอลำชื่อดัง ศิริพร อำไพพงษ์ มาฟีเจอริ่งด้วยนั่นเอง

เพลงนี้มีในเวอร์ชั่นของคอนเสิร์ต Bodyslam นั่งเล่นด้วยครับ เวอร์ชั่นนี้มีกลุ่มเครื่องเป่าและเครื่องสายมาช่วยสร้างสีสันให้กับบทเพลง ดูเปล่งปลั่งมีพลังมากเลยครับ


เรือเล็กควรออกจากฝั่ง


ตอนที่เพลงนี้ออกมา เหมือนเป็นเอะไรที่เซอร์ไพรซ์สำหรับแฟนๆ และคุ้มค่ากับการรอคอย ท่อนอินโทรจากคีย์บอร์ดของพี่โอม ที่อัลบั้มนี้ได้เป็นสมาชิกเต็มตัวของวงแล้ว ช่างแปลกใหม่ และเป็นอะไรที่น่าจดจำ ทางวงมาพร้อมลุคแบบดิบๆ พี่ตูนในเพลงนี้ก็เป็นอะไรที่ฉีกไปจากเดิมแบบสุดๆ เหมือนพี่ตูนจะได้เรียนรู้สิ่งที่มีค่าบางอย่างมาจากการอุปสมบทในช่วงรอยต่อหลังจากจบทัวร์อัลบั้มคราม จนถึงช่วงทำอัลบั้มใหม่ ที่ชื่อสื่อถึงธรรมะมากๆว่า dharmajāti (ดัมมะชาติ)

“เรือเล็กควรออกจากฝั่ง”  มาพร้อมลุคแบบดิบๆ ท่วงทำนองและเนื้อหาที่พูดถึงการกล้าที่จะออกจากฝั่ง หรือ เขตปลอดภัยของชีวิตให้เข้าสู่แดนฝนฟ้าพายุ อันเราจะต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อไปสู่ฝั่งแห่งฝัน และไว้ว่าเรือเราจะเล็กเพียงใด มีพลังน้อยนิดแค่ไหน เราก็ต้องฟันฝ่าไป

“จะออกไปแตะขอบฟ้า สุดท้ายแม้โชคชะตาไม่เข้าใจ

(ภายในใจยังคงเรียกร้อง)

มองไปไม่มีหนทาง แต่รู้ว่าฉันต้องไปต่อไป

ตรงเส้นขอบฟ้าสีคราม ความหวังยังนำทางฉันใช่หรือไม่

(ให้อุปสรรคเปลี่ยนผันเป็นพลัง)

คำตอบอยู่กลางคลื่นลม ชีวิตแม้ต้องล่มลงตรงไหน

แต่ฉันก็ยังยืนยันที่จะไป”

อัลบั้มใหม่นี้ได้ทีม บริษัท ป่าดงดิบ จำกัด มาทำมิวสิควีดิโอให้ ทำให้งานเอ็มวีของวงมีความแตกต่างจากที่เคยเป็นมา อย่างเพลงนี้ก็เป็นเรื่องราวของเด็กนักมวยที่เป็น loser มาโดยตลอดแต่ก็ไม่ย่อท้อ พร้อมที่ยืนหยัดและสู้ต่อไป ตัวเอ็มวีดูเรียลดูจริงมาก เสริมส่งเพลงสุดๆ

หลายคนที่ได้ฟังเพลงนี้ในช่วงจุดเปลี่ยนของชีวิต จุดที่เรากล้าที่จะก้าวไปทำสิ่งใหม่ๆ ที่เราเองอาจยังไม่แน่ใจว่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่งรึเปล่า แต่เราก็เลือกที่จะเสี่ยงและทำมันอย่างตั้งใจ ทุกครั้งที่เสียงอินโทรเพลงนี้ดังขึ้นมา เหมือนบรรยากาศของช่วงเวลานั้นมันจะย้อนกลับมาหาเราทันทีเลย


ชีวิตยังคงสวยงาม


ปิดท้ายกันด้วยเพลงนี้ อีกหนึ่งงานเพลงจากอัลบั้มล่าสุด dharmajāti (ดัมมะชาติ) ที่เหมือนเป็นบทสรุปของเรื่องราวการสู้ชีวิตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันเป็นถ้อยคำของคนที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านสุข ผ่านทุกข์ และพยายามทำความเข้าใจในชีวิต ว่าแท้จริงแล้วชีวิตนี้คืออะไร จนตกตะกอนในความรู้สึก และสามารถอยู่กับชีวิตนี้ได้อย่างมีพลัง ด้วยเหตุที่ได้มองเห็นแล้วว่า ชีวิตนั้นไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ดี ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายหรือดี ชีวิตนี้ก็ยังคงสวยงามอยู่เสมอ

จะยิ้มรับมันวันที่ใจอ่อนแอ แม้ทุกเรื่องราวมันยังคงโหดร้าย

สุขทุกข์ที่เราพบพาน มันคือชีวิตของเรา

แม้ทั้งหัวใจมันยังคงทรมานแม้ว่าน้ำตายังไม่แห้งเหือดไป

กอดไว้ทุกความหมองหม่น ไม่ว่าจะร้ายดี ชีวิตยังคงสวยงาม”


มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับพี่ตูนและร่วมบริจาคให้กับโครงการ “ก้าวคนละก้าว : เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ได้ตามช่องทางนี้เลยครับ

https://www.kaokonlakao.com/howto

 

“เราอยากที่จะ ก้าว ไปให้ถึงที่สุด

เท่าที่พลังของเราและทุกๆ คนจะมี

เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่า

แค่ก้าวเล็กๆ จากทุกคน เมื่อรวมกันแล้ว

มันจะสามารถกลายเป็นก้าวยาวๆ

ขึ้นมาได้จริงๆ”

                                                                           ตูน บอดี้แสลม

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

มูลค่า Netflix พุ่งสูงถึง 1.5 แสนล้านเหรียญ : เกือบเทียบเท่า Disney แล้วในขณะนี้

มูลค่าโดยประมาณของ Netflix อาจเทียบเท่าหรือมากกว่า The Walt Disney Company ได้ในอนาคต

Published

on

เว็บไซต์ Variety ได้รายงานว่า หุ้นของ Netflix ได้ปิดลงในวันนี้ (23 พฤษภาคม 2018) ที่มูลค่า 344.72 เหรียญต่อหุ้น ซึ่งทำให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ Netflix นั้นอยู่ที่ประมาณ 1.528 แสนล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า Comcast ที่มี 1.47 แสนล้านเหรียญ และน้อยกว่า Disney ที่มี 1.533 แสนล้านเหรียญ เพียงแค่ 500 ล้านเหรียญเท่านั้น

หุ้นของ Netflix ได้มีมูลค่าสูงขึ้นถึง 4% ในช่วย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากการประกาศความร่วมมือในการผลิตเนื้อหา (Content) ร่วมกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา และมิเชล โอบามา ภรรยาของเขา

ในปี 2018 นี้ หุ้นของ Netflix ได้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ซึ่งทางบริษัทยังคงเดินหน้าค้นหาไอเดียใหม่ๆในการสร้างเนื้อหาต้นฉบับ (Original Content) อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับศิลปินและผู้สร้างภาพยนตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์สยองขวัญจากไอเดียสุดบรรเจิดของ กีเยร์โม เดล โตโร (The Shape of Water) หรือคอมเมดี้สุดพิเศษของ สตีฟ มาร์ติน และมาร์ติน ชอร์ต ที่หวนกลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Netflix อาจซื้อโรงภาพยนตร์สำหรับฉายภาพยนตร์ของตนเอง เพื่อให้มีสิทธิได้เข้าชิงรางวัลสำคัญอย่างออสการ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความทะเยอทะยานของ Netflix ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี มูลค่าโดยประมาณของ Disney นั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เนื่องจาก Disney มีแผนเปิดตัวบริการสตรีมออนไลน์ในปี 2019 ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยเนื้อหาอันมหาศาล ทั้งภาพยนตร์ (Marvel, Star Wars), ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ (ผลดีจากการเข้าซื้อกิจการของ Fox) ซึ่งอาจกลายเป็นผู้ให้บริการบริการสตรีมออนไลน์รายใหญ่แข่งกับ Netflix ก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[ไปดูดีมั๊ย?] รวมคอนเสิร์ตดีน่าดูในเดือนมิถุนายนนี้

Published

on

เดือนหน้าเป็นอีกเดือนที่มีคอนเสิร์ตดีๆมากมาย ทั้งศิลปินไทยและต่างประเทศ แมสและอินดี้ เพียบไปหมดเลยครับ หากไม่ได้วางแผน คำนวนเวลา คำนวนเงิน (และกันเงินเดือนบางส่วนเอาไว้) อาจจะพลาดอะไรดีๆไปได้ วันนี้ (ก่อนที่เงินเดือนเดือนหน้าจะหมดไป) ผมเลยรวบรวมคอนเสิร์ตดีๆ พร้อมข้อมูลให้ได้พิจารณากันว่าเดือนหน้าเราจะไปเฮกับงานไหนกันบ้าง งั้นเราไปดูกันเลยครับ

2-3 มิถุนายน : Cat T-Shirt 5

เป็นครั้งที่ 5 แล้วนะครับกับ เทศกาลดนตรีและเสื้อยืดประจำปีของ แคท เรดิโอ “Cat T-Shirt 5” ที่มีเสื้อยืดให้ได้ช้อปกันกว่า 200 กว่าร้านค้า กว่า 2,000 ลายใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทั้งจากดีไซเนอร์ ศิลปินเพลงหน้าเก่าหน้าใหม่ ที่มาเป็นพ่อค้าแม่ขายพร้อมแจกลายเซ็นเองกับมือ เป็นงานที่คุ้มมากๆได้ทั้งซื้อเสื้อเท่ๆ พบปะศิลปินที่คุณชื่นชอบและได้ดูคอนเสิร์ตด้วยในงานเดียวเลย

Venue : 2-3 มิถุนายนนี้ แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ สถานีมักกะสัน

Time : 11.00-23.00 น.

Ticket : บัตรราคา 390 บาท ใช้เข้างานได้ทั้ง 2 วัน พร้อมคูปองส่วนลดซื้อเสื้อยืด มูลค่ารวม 600 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/cat-t-shirt5-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด :  บัตรไม่แพง (เพราะต้องมีเงินไว้ช้อป 555) งานมีสองวัน มีเสื้อเท่ๆเพียบ ได้ทั้งช้อป ทั้งชิล ทั้งเฮไปกับคอนเสิร์ตดีๆจากศิลปิน (ที่ต้องมีสักคน)ที่เราชื่นชอบมากมาย

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  : ศิลปินเยอะมากครับ ลองดูรายชื่อกันก่อนว่ามีใครบ้างที่เป็นคนโปรดของเรา และเปิดเพลงฟังอุ่นเครื่อกันเลยครับ !

THE TOYS, SINGTO NUMCHOK, THE PARKINSON, SWEAT16!, POLYCAT, B5, FLURE, V VIOLETTE, THE YERS, BURIN, EARTH PATRAVEE, RASMEE, PHUM, DENIMS (JAPAN), WHAL & DOLPH, BARBIES, PILLS, M YOSS, THE WHITE HAIR CUT, TEMP., BOYJOZZ, 25 HOURS


5 มิถุนายน : Boyce Avenue Live In Bangkok with Special Guest Room39

Boyce Avenue (บอยซ์ อเวนิว) เป็นวงคัฟเวอร์ระดับโลกจากฟลอริด้า ที่สร้างกระแสการตอบรับที่ดีจากแฟนๆทั้งในและต่างประเทศ จนได้ออกทัวร์ไปทั่วโลกและมีงานเพลงเป็นของตัวเอง

Boyce Avenue ประกอบด้วยสามพี่น้องหน้าตาดีระดับบอยแบนด์แห่งบ้าน แมนซาโน่ ได้แก่ อเลฮานโดร (ร้องนำ, กีตาร์, เปียโน), เฟเบียน (กีตาร์, ร้อง) และ แดเนียล (เบส, เพอร์คัชชัน, ร้อง) ทั้งสามฟอร์มวงขึ้นในปี 2004 แจ้งเกิดจากการร้องคัฟเวอร์เพลงดังลงยูทูป ด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติกเรียบง่ายเพียงไม่กี่ชิ้น ผสานกับเสียงร้องอันแสนไพเราะและมีเอกลักษณ์ ขับกล่อมประสานกันอย่างยอดเยี่ยมลงตัว จนมีฐานแฟนเพลงมหาศาลทั่วโลก และทำให้พวกเขาได้กลายเป็นวงดนตรีอิสระระดับโลกไปในที่สุด การันตีความเพราะขั้นเทพด้วยยอดวิวบนยูทูปเกิน 3.7 พันล้านวิว! และมีสมาชิกติดตามถึง 10.6 ล้านคนในยูทูป !!!

นอกจากนี้ในงานยังมีวงเปิดเป็นวง Room39 ที่ก็เป็นวงที่โด่งดังจากการคัฟเวอร์เพลงด้วยเช่นกัน จนตอนนี้เป็นศิลปินที่มีงานเพลงเป็นของตนเอง และยังคงสร้างงานเพลงดีๆออกมาอย่างต่อเนื่อง

Venue : บีซีซี ฮอลล์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Time : 19.00 น.

Ticket : 2,800 / 2,300 / 1,800 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/boyce-avenue-with-special-guest-room39-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ถึงแม้ราคาบัตรออกจะหนักเสียหน่อย (ถูกสุด 1,800 บาท) แต่ถ้าเทียบระดับความคุ้มกับการได้ดูวงระดับโลกที่การันตีความไพเราะ นุ่ม เนี๊ยบ เหมาะแก่การไปฟังสดๆสุดๆ อีกทั้งเป็นครั้งแรกกับการมาเยือนไทย แถมยังมีวงเปิดเป็นวง Room39 ที่ไม่น่าพลาดกับการฟังสดจริงๆ จึงไม่น่าจะมีเหตุผลใดที่ควรพลาดเลยครับ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


9 และ 10 มิถุนายน : JAZZin’ it up with Smiles – No.1

งานรวมพลคนสายแจ๊ซ รวมนักดนตรีสาย JAZZ ที่มีประสบการณ์บนถนนดนตรีมาอย่างโชกโชน  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในสายดนตรีมามากมาย มาไว้ในงานเดียวกัน งานนี้จัดขึ้นโดย บอย โกสิยพงษ์ และ นภ พรชำนิ จาก เลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ซึ่งรายชื่อศิลปินที่มาร่วมงาน ประกอบไปด้วย Nop Ponchamni & The Groovetomatix Band Featuring The Groove Riders – Trio , The Pomelo Town , Mellow Motif , Sunny Trio & Natt Buntita , Snapper Town , Siam Jazz Orchestra , College of Music – BSRU , RSU Quintet  and Special Guest Singers

ถือได้ว่าเป็นระดับเซียนแจ๊ซกันทั้งนั้น หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหล่าอัศวินสายแจ๊ซได้เลยครับ

Venue : โรงละครอักษรา ศูนย์การค้า คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ

Time : 16.30 น.

Ticket : Early bird  ระหว่างวันที่ 19 – 25 พฤษภาคมนี้  ราคาเริ่มตันที่ 1,500 / 1,700 / 1,900 บาท  จากปกติราคา 1,800 / 2,000 / 2,200 บาท (ถ้าซื้อตั้งแต่วันที่ 26 จะราคานี้ครับ)  งานมีสองรอบรอบวันที่ 9 และ 10 รอบละ 500 ที่นั่งครับ

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/jazzin-it-up-with-smiles-no1-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : หากคุณเป็นคนที่รักในดนตรีแจ๊ซ คิดถึง นภ พรชำนิ คิดว่างานนี้คุ้มค่ามากๆและไม่ควรพลาดครับ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


9 มิถุนายน : Lula First Solo Concert

หากให้นึกถึงศิลปินหญิงสักคนหนึ่งในบ้านเรา เชื่อได้ว่าชื่อแรกๆที่ใครหลายคนจะต้องนึกถึงจะต้องเป็นเธอคนนี้ “ลุลา” เจ้าของน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และงานเพลงสุดละมุน ไพเราะชวนเคลิบเคลิ้ม และอ่อนไหวไปกับความรู้สึกและเรื่องราวในบทเพลงเหล่านั้นอาทิ ตุ๊กตาหน้ารถ , เรื่องที่ขอ , ทะเลสีดำ ,รักปาฎิหารย์ ซึ่งเป็นเพลงโปรดในดวงใจของใครหลายคน

คราวนี้เธอมาพร้อมกับ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบสิบปีของเธอ  พร้อมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษอีก 3 ชีวิต!!  ที่จะมาสร้างความสนุก เสริมสร้างบรรยากาศในแบบ LITTLE MISS LULLABY สร้างสรรค์ Production Design โดยกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ DUCKUNIT ที่กล้าการันตีได้เลยว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไม่ธรรมดา

Venue: GMM Live House @ Central World Fl.8

Time : 19.00 น.

Ticket : 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/lula-first-solo-concert-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของลุลา ที่จะได้ฟังลุลาร้องเพลงให้ฟังแบบเต็มๆยาวๆสดๆ ท่ามกลางโปรดักชั่นดีๆที่มีธีมน่ารัก

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


12 มิถุนายน : Mr.Big Live In Bangkok

Mr.Big คือวงระดับตำนาน เป็นSupergroupจากLos Angeles สหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งวงในปีค..1988. สมาชิกดั้งเดิมที่เริ่มก่อตั้งประกอบไปด้วย Eric Martin (ร้องนำ), Paul Gilbert (กีต้าร์), Billy Sheehan (เบส), and Pat Torpey (กลอง)(1988-2018)  (ต่อมา Matt Starr มาร่วมตีกลองแทน Pat ตั้งแต่ปี 2014) ซึ่งแต่ละคนเรียกได้ว่าเป็นตัวเทพในแต่สาย อย่าง Paul Gilbert ก็เป็นกีตาร์ฮีโร่ในดวงใจของใครหลายคน Billy Sheehan ก็คือไอดอลสายเบส นอกจากนี้ยังมี Richie Kotzen สุดยอดมือกีตาร์ระดับเทพอีกคนที่มาร่วมงานแทน Paul ในช่วงปี 1999-2001 ก่อนที่ Paul จะกลับมารับหน้าที่มือกีตาร์อีกครั้ง

พวกเขามีชื่อเสียงในด้านของความเป็นนักดนตรี มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการร้องประสานในบทเพลง การเรียบเรียงและการเล่นที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพตัวจริงทำให้บทเพลงของเขาสามารถเข้าถึงผู้คนได้จนถึงทุกวันนี้

Venue : GMM Live House @ Central World Fl.8

Time : 20.30 น.

Ticket : 3,000 / 2,000 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/mr-big-live-in-bangkok-2018-th.html

https://www.ticketmelon.com/pmg/mrbigliveinbangkok

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นวงขั้นเทพสายร็อคที่โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ แถมราคาบัตรไม่แพงจนเกินไป หากเทียบกับความเทพของวง

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


13 มิถุนายน : Extreme Asia Tour 2018 Bangkok

เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของหนึ่งวงร็อคระดับตำนาน Extreme ที่ก่อตั้งวงโดย Gary Cherone (ร้องนำ) และNuno Bettencourt (มือกีตาร์) ตั้งแต่ปี 1985

Extreme คือวงที่สามารถจัดได้ว่าเป็นประเภทเดียวกับวงระดับตำนานอย่าง Van Halen,Queen,Aerosmith,Mr.Big หรือLed Zeppelin โดยพวกเขาได้ให้คำจำกัดความแนวดนตรีของตัวเองว่าเป็น”Funky Metal”และ ได้พัฒนามาเรื่อยๆ โดยดึงเอาแรงบันดาลใจจากหลายๆแนว เช่น Classic rock มาผสมกับแนวอย่างPost-Grunge และAlternative rock

Nuno Bettencourt นักแต่งเพลงลูกครึ่งอเมริกันโปรตุเกต เป็นสมาชิกวงที่โด่งดังมาก ด้วยความหล่อเหลาและฝีมือขั้นเทพ เขาเป็นเค้าเป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในสุดยอดมือกีต้าร์ของวงExtreme  นอกจากนั้นยังมีผลงานเดี่ยวของตัวเอง และร่วมวงกับศิลปินอื่นๆอีกมากมาย

Venue : GMM Live House @ Central World Fl.8

Time : 20.00 น.

Ticket : 3,000 / 2,000 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/extreme-asia-tour-2018-Bangkok-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟน Mr.Big ก็จะเป็นแฟน Extreme ด้วย ถ้ามีเวลาและทุนทรัพย์ก็คิดว่าควรจัดทั้งสองงานเลย (แถมงานจัดขึ้นที่เดียวกัน ราคาบัตรเท่ากัน วันเล่นต่อกันอีกต่างหาก) เหตุผลที่ไม่ควรพลาดสำหรับ Extreme ก็เช่นเดียวกัน วงระดับตำนาน กับงานเพลงคุณภาพ ในราคาที่ไม่แพงมากนัก

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


คราวนี้เรามาดูคอนเสิร์ตสายอินดี้กันดูบ้างครับ

9 ,15 และ 23 มิถุนายน : Fungjai Lab

Tiger presents “Fungjai Lab” ซีรีส์ 3 งานคอนเสิร์ตจากฟังใจเปิดประสบการณ์การฟังเพลงด้วยแนวเพลงที่หลากหลายให้คุณได้มาร่วมกันพบสมมุติฐานความสนุกจากห้องทดลองแลปทั้งสามวิชาแบบนอกหลักสูตร

โดยสามารถเลือกเรียนวิชาที่ชอบหรือเทคคอร์สทั้งหมดสามวิชาได้เลย!!! โดยวิชาทั้งสามประกอบไปด้วย

EP1. Psychedelic 101

วิชาที่จะพาผู้ชมทุกท่านไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ในการดูดนตรีผ่านจิตใต้สำนึกของคนดู 

 คาบเรียน: 9 มิ.. 2018  

 ตัวแปรต้น: Diaries  

 ตัวแปรตาม: Cloud Behind  

 ตัวแปรแทรกซ้อน: Chladni Chandi  

 ตัวแปรควบคุม: Buddhist Holiday  

EP2. Electronic 101

วิชาที่จะรวมจังหวะทุกจังหวะแสดงร่วมกับแสงสีสร้างประสบการณ์ร่วมให้เสมือนเราเป็น 

ส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับบทเพลงและเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ไปกับวงดนตรี 

คาบเรียน: 15 มิ.. 2018  

ตัวแปรต้น: Telex Telexs  

ตัวแปรตาม: DCNXTR  

ตัวแปรแทรกซ้อน: S.O.L.E.  

ตัวแปรควบคุม: Cyndi Seui  

EP3. Thai Fusion 101

วิชาที่นำเสนอสิ่งที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนไทยเพราะความเป็นไทยไม่เคย มีกฎเกณฑ์หรือคำจำกัดความแต่มันอยู่กับเราทุกที่ทุกเวลาผสมผสานไปกับการใช้ชีวิตของเรา 

คาบเรียน: 23 มิ.. 2018  

ตัวแปรต้น: Isanjah  

ตัวแปรตาม: Boyjozz  

ตัวแปรแทรกซ้อน: ไปส่งกู๊บขส.ดู๊ 

ตัวแปรควบคุม: Srirajah Rockers 

Venue: Glowfish (สาธร)

Time : 18.00 .

Ticket : หากซื้อก่อน 2 มิ.ย. จะราคางานละ 200 บาท (จากนั้นจะปรับเป็น 350 บาท)

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/864/fungjailab

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นงานรวมเหล่าศิลปินอินดี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยมีมา โดยสามารถเลือกกลุ่มศิลปินที่ชื่นชอบ และไปร่วมสนุกในแลปความมันส์และสร้างสรรค์นี้กันได้เลย นอกจากนี้ราคาบัตรยังบอกได้เลยว่า ถูกมาก บอกได้คำเดียวครับว่า คุ้ม !!!

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :  ผมจะเอาตัวอย่างงานเพลงจากศิลปินในแต่ละวิชามาให้ฟังกันดูนะครับ

วิชา Psychedelic 101

วิชา Electronic 101

วิชา Thai Fusion 101


9 มิถุนายน : Standing Egg

Standing Egg คือที่สุดของวงดนตรีสายชิล จากเกาหลีใต้ ที่มีผลงานเพลงเพราะๆมากมาย ต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี 2010

เสน่ห์ของ Standing Egg คือ เพลงเพราะ ฟังเพลินในสไตล์อะคูสติคป็อปผสานเสียงร้องนุ่มละมุนหู อีกทั้งในแต่ละอัลบั้มยังมีศิลปินรับเชิญสายชิลมาร่วมแจมมากมาย

Standing Egg มีสมาชิกหลัก 3 คนประกอบด้วย Egg1, Egg2 และ Egg3  (เก๋ป่ะเล่า 555) มีผลงานออกมาแล้วทั้งหมด 5 อัลบั้ม 7 อีพี และ 1 สเปเชี่ยลอัลบั้ม ซึ่งงานเพลงจากอัลบั้มเหล่านี้ได้เป็นเพลงในดวงใจและอยู่ในเพลย์ลิสต์ฟังเพลินของใครหลายคน

Venue:  Voice Space (วิภาวดีรังสิต)

Ticket: 2,400 / 2,000 / 1,600 บาท

Time: 18.00 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/standingeggbkk2018

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานสำหรับแฟนๆ Stanging Egg ส่วนใครที่เป็นแฟนเพลงใหม่หรือยังไม่คเยฟัง อยากให้ลองฟังเพลงของพวกเขาดูแล้วคุณจะรู้เลยว่าทำไมถึงไม่ควรพลาด

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


14 มิถุนายน : Se So Neon

คอนเสิร์ตแรกในเมืองไทยของวงอินดี้หน้าใหม่จากแดนโสม “Se So Neon”  วงอินดี้ร็อคเจ้าของรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม Rookie of The Year จากงาน Korean Music Awards 2018

Se So Neon  (새소년)  เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า “คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นชื่อนิตยสารวัยรุ่นที่ตีพิมพ์ในปีช่วงปี 60-80  ที่พวกเขาไปเจอมาในร้านหนังสืออิสระ ด้วยความถูกใจก็เลยนำมาตั้งชื่อวงเลย

Se So Neon มีสมาชิก 3 คนประกอบไปด้วย Hwang So-Yoon (ร้องนำ กีตาร์), Moon Fancy (เบส), และ Gang To (กลอง)

Venue: PLAY YARD by Studio Bar (ลาดพร้าวซอย 8)

Ticket: 400 บาท (หน้างาน 500 บาท)

Time: 19.00 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/sesoneonliveinbkk

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ถึงแม้จะเป็นวงหน้าใหม่ แต่ฝีมือนั้นไซร้ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งยังมีวงเปิดเป็นวงอินดี้คุณภาพอย่าง FWENDS และ Folk9 อีกด้วย  เป็นความคุ้มในราคา 400 บาทที่คุ้มแสนคุ้มเลยจริงๆ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :

 


20 มิถุนายน : Suuns

พบกับ SUUNS วงอิเล็กทรอนิกอาร์ตร็อก จากมอนทรีอัลแคนาดา ที่จะทำให้ฟลอร์เต้นรำสะเทือนไปกับเสียงเบส แสงไฟ และเมโลดี้ลึกลับเกินคาดเดา แต่ขณะเดียวกันก็อัดแน่นไปด้วยบีตสุดมันที่พร้อมกระตุกต่อมแดนซ์ในตัวคุณให้ดิ้นแบบหยุดไม่อยู่ !!!

เสน่ห์ของวง SUUNS คือการหยิบจับดนตรีแนวต่าง มาใส่เข้าไปในบีต รวมถึงซาวด์อิเล็กทรอนิกที่สร้างสรรค์ขึ้นมาก็ทำได้อย่างแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ฮิปฮอปดาร์ก ดีพเฮาส์ลอย ๆ , ดนตรีอิเล็กทรอนิกใต้ดินจากยุค 90s ที่ได้อิทธิพลกลองสไตล์แบ็กกี้, หรือหยิบเอาเมโลดี้กีตาร์หรือซาวด์กลองที่ใช้ในเพลงไซคีเดเลียปลายยุค 60s มาใส่ในเพลงได้อย่างน่าสนใจ 

Venue: De Commune

Ticket: 1,300 บาท

Time: 21.30 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/hyhbkk/suuns

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : งานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แดนซ์บีตแบบหน่วงๆ พร้อมปล่อยใจไปล่องลอยกับบทเพลงไร้ขีดจำกัด  ใครมาสายนี้ต้องไม่พลาด ! 

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


24 มิถุนายน : Siamese Cats

พบกับอินดี้รุ่นเก๋าจากแดนปลาดิบ ที่มีชื่อเป็นแมวไทยว่า “Siamese Cats”  ซึ่งเป็นหนึ่งในวงอินดี้ที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง งานเพลงคุณภาพสะใจสายอินดี้แน่นอน

เพลงของพวกเขามีความเป็น Alternative Rock ที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไป ผสมผสานเสียงร้องเท่ๆจนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทางวงมีผลงานออกมาแล้ว 4 อัลบั้ม โดยมีเพลงฮิตอย่าง “Girl at The Bus Stop” และ“Travel Agency”

นอกจากนี้ยังวงเปิดเป็นวงที่พวกเขาเรียกตัวเองว่าโอตาคุป็อปแบนด์นั่นคือ  ”Seal Pillow”   และยังมีวง Costlywood อินดี้ป๊อปหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง

Venue: PLAY YARD by Studio Bar (ลาดพร้าว ซอย 8)

Ticket: 400 บาท (หน้างาน 500 บาท)

Time: 21.00 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/siamesecats

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : แค่ฟัง Siamese Cats ก็คุ้มสุดๆแล้ว 400 บาทได้ฟังวงอินดี้ระดับนี้เรียกได้ว่า ไม่น่าลังเลเลยอีกทั้งยังมีวงเปิดมาอุ่นเครื่องความเพลินอย่าง Seal Pillow กับ Costlywood อีกต่างหาก รับรองฟิน !!!

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

Paramount เลื่อนกำหนดฉาย Transformers 6 : เหลือไว้แค่ภาคแยก Bumblebee

อนาคตของแฟรนไชส์ Transformers เริ่มไม่แน่นอน หลังจากที่ Paramount Pictures ได้เลื่อนกำหนดการฉายของ Transformers 6 ออกกำหนดการเดิมในปี 2019

Published

on

เว็บไซต์ The Wrap ได้รายงานว่า Paramount Pictures ได้ถอดกำหนดการฉาย Transformers 6 ในปี 2019 ออก โดยเหลือเพียง Bumblbee เป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวในแฟรนไชส์ โดยมีกำหนดฉายในเดือนธันวาคม 2018 และกำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้

เดิมที Paramount Pictures ได้วางกำหนดการฉาย Transformers 6 ไว้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2019

Bumblebee

ก่อนหน้านี้ในงาน Toy Fair เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา ได้มีรายงานจากสายงานการลงทุนของ Hasbro เจ้าของลิขสิทธิ์ของเล่น Transformers ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์โดย Paramount Pictures ว่าจะทำการ “ยกเครื่อง” เรื่องราวของแฟรนไชส์ใหม่ทั้งหมด หลังจากที่ Bumblebee ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น Paramount Pictures ก็กำลังยกเครื่องแฟรนไชส์ Terminator ใหม่ทั้งหมดอีกด้วย หลังจากความล้มเหลวของ Terminator: Genisys เมื่อปี 2015

ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับ Transformers 1 – 5

ไมเคิล เบย์ ได้เริ่มกำกับภาพยนตร์ Transformers ภาคที่ 1 เมื่อปี 2007 มาจนถึง Transformers 5: The Last Knight เมื่อปี 2017 โดยเริ่มปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องของ Transformers ให้ไปในทิศทางอื่นใน Transformers 4: Age of Extinction และ Transformers 5: The Last Knight ซึ่งทั้ง 2 เรื่องต่างก็ได้รับคำวิจารณ์ในด้านลบจากนักวิจารณ์และผู้ชม

Transformers 5: The Last Knight

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!