Audi เปิดตัวปลั๊กอินไฮบริด 2 รุ่น A7 ราคา 4.799 ล้านบาท และ A8 ราคา 7.199 ล้านบาท

Audi Thialand ตอกย้ำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนด้วยการเติมรถปลั๊กอินไฮบริดในพอร์ตยนตรกรรมพลังงานทางเลือกด้วย Audi A7 2 รุ่นย่อยและ Audi A8 จุดเด่นของอาวดี้ปลั๊กอินไฮบริด คือ Electric
Drive ที่นำข้อดีของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแบบสันดาปมารวมกัน

Audi วางแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกเต็มรูปแบบกว่า 10 รุ่น ภายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็นเซกเมนต์รถสปอร์ต พรีเมียม ไปจนถึงรถขนาดเล็กใช้งานในเมือง ประเดิมด้วย Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S Line ซีดานปลั๊กอินไฮบริดสุดหรูสำหรับผู้บริหาร พร้อมประสบการณ์เดินทางอันยอดเยี่ยม ทั้งการออกแบบภายในห้องโดยสาร การควบคุมและฟีเจอร์ภายในรถ

Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S Line มาพร้อมหน้าจอส่วนตัวหลังเบาะที่นั่งแถวหน้าเป็นจอสัมผัส OLED ขนาด 5.7 นิ้ว ที่สามารถแคสหน้าจอจากสมาร์ตโฟนขึ้นไปโชว์บนจอได้เลย รองรับทั้งแนวตั้งแนวนอน พร้อมระบบเสียงเดียวกับตัวรถ ให้ความกระหึ่มเหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์

มาพร้อมเบาะหลังแยกส่วนตัว ที่มีแผงควบคุมแบบสัมผัสตรงกลาง สามารถเลือกปรับนั่ง เอนนอน ไปจนถึงปรับที่นั่งของเบาะแถวหน้าได้ด้วย รวมถึงที่วางเท้าแบบอุ่นร้อนและฟังก์ชันนวดเท้า (เฉพาะด้านซ้ายให้สมกับผู้บริหาร) อีกทั้งยังให้หลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ไปจนถึงม่านบังแดดระหว่างเดินทาง

Audi A8 L 60 TFSI e quattro ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ในโหมด EV สูงสุด 52 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) เครื่องยนต์ V6 3.0 TFSI ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดถึง 462 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. / ชม. ภายใน 4.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กม. /ชม.

ในขณะที่ Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro มีมาอวดโฉม 2 รุ่นย่อย ต่างกันที่ออปชันตกแต่ง ซึ่งเป็นรถ Gran Turismo 4 ประตู พร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro Ultra ให้กำลังรวม 367 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. / ชม. ภายใน 5.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 250 กม. /ชม. เช่นกัน รองรับการขับขี่ในโหมด EV ได้ไกล 69 กม. (มาตรฐาน WLTP)

ภายในห้องโดยสารเสริมลุคสปอร์ตด้วยชุดแต่ง S line Black Edition เบาะหนังสปอร์ตคู่หน้าหนัง Valcona ตกแต่งด้วยลาย Diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ที่นั่งแถวหลังเพิ่มระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ พร้อมช่อง USB-C สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง

A7 Sportback 55 TFSI e quattro ราคา 4,799,000 บาท และชุดแต่ง S line Black Edition ราคา 5,099,000 บาท รวมถึง Audi A8 L 60 TFSI e quattro Prestige S line ราคา 7,199,000 บาท

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส