Massive fuel leak contaminates Arctic river
Massive fuel leak contaminates Arctic river

วิกฤตน้ำมันรั่วครั้งใหม่ทางตอนเหนือของรัสเซีย ที่อาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการฟื้นฟู

ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนปีนี้ (วันที่เผยแพร่ข่าวนี้) ดูเหมือนว่า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมเท่าที่ Beartai รายงานอยู่ตลอดของปีนี้จะไม่ได้อยู่ในสถานะที่ดีนัก เพราะมีวิกฤตหลาย ๆ อย่างที่เกิดจากมนุษย์ ทั้งมลภาวะที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธรรมชาติ (อาจดีขึ้นหน่อยช่วงโควิด-19 ที่กิจกรรมทางสังคมของมนุษย์ลดลงบ้าง แต่ก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้นแล้วในหลายประเทศ) ภาวะโลกร้อน ภาวะขยะในทะเลและแหล่งธรรมชาติโดยเฉพาะพลาสติกก็ยังเป็นปัญหาที่แก้กันไม่ตก ล่าสุดก็มีวิกฤตจากฝีมือมนุษย์เหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นและส่งผลเสียหายต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติแบบทันทีไม่ต้องรอนาน

เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการถ่ายทอดสดการประชุมด่วนระหว่าง วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซียกับบริษัท Nornickel บริษัทเหมืองแร่และโลหะ ผู้ผลิตนิกเกิลและแพลเลเดียมชั้นนำของประเทศรัสเซีย หลังจากทางบริษัทไม่ได้รายงานเรื่องสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลในแม่น้ำทางตอนกลางของขั้วโลกเหนือ

(ภาพจาก BBC)
จุดที่มีการรั่วไหลของน้ำมันในประเทศรัสเซีย (ภาพจาก BBC)

โดยเหตุน้ำมันรั่วไหลครั้งนี้ เกิดจากถังน้ำมัน NTEK ในโรงงานไฟฟ้าใกล้กับเมือง Norilsk แถบไซบีเรียพังลงเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ทำให้มีน้ำมัน 20,000 ตันหรือประมาณ 24 ล้านลิตร คิดเป็นความเสียหายมูลค่าราว 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่หากประเมินความเสียหายทางธรรมชาติเป็นมูลค่าแล้ว จะอยู่ที่ราว ๆ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

น้ำมันดิบได้รั่วลงแม่น้ำ Ambarnaya ซึ่งมีโรงงานหลายแห่งในพื้นที่รอบแม่น้ำ Yenisel ในเมือง Norilsk และ Talnakh ทางตอนกลางของขั้วโลกเหนือ และกระจายไปไกลจากที่เกิดเหตุกว่า 12 กิโลเมตร เปรียบเทียบแล้ว เป็นกรณีที่ร้ายแรงกว่าน้ำมัน 5,000 ตันที่รั่วในปี 2007 ที่ช่องแคบ Kerch โดย World Wildlife Fund บอกกับสำนักข่าว AFP ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ถือว่าเป็นอุบัติเหตุน้ำมันรั่วที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์รัสเซียสมัยใหม่ นักสิ่งแวดล้อมจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูราว ๆ 5-10 ปี กว่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิม

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ประชุมออนไลน์กับบริษัท Nornickel ต้นเหตุที่ทำให้น้ำมันรั่วไหลครั้งใหญ่ (ภาพจาก The Guardian)

ประธานาธิบดีปูตินแสดงอาการไม่พอใจต่อบริษัทอย่างมาก เนื่องจากทางบริษัทใช้เวลาถึงสองวันหลังจากน้ำมันรั่วกว่าจะออกมารายงานสถานการณ์น้ำมันรั่ว ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่า บริษัทอาจมีเจตนาปกปิดเหตุการณ์ดังกล่าวก่อนที่ประชาชนรัสเซียจะรับทราบถึงเหตุการณ์นี้และแชร์ข่าวสารออกทางโลกออนไลน์ ในการประชุมออนไลน์เมื่อวันพุธ “พวกเราจะรู้เรื่องนี้ได้จากสื่อโซเชียลมีเดียหรือ?” ในขณะนี้ Vyacheslav Starostin ผู้อำนวยการของโรงงานแห่งนี้ได้ถูกควบคุมตัวโดยรัฐจนถึง 31 กรกฎาคม แต่ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

Vyacheslav Starostin ผู้อำนวยการของโรงงานถูกควบคุม (ภาพจาก BBC)

ปูตินสอบถามและได้ตำหนิหัวหน้าบริษัทเรื่องความล่าช้าในการแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัท Nornickel ทำน้ำมันที่รั่วลงแม่น้ำ เพราะในปี 2016 ทางบริษัทก็เคยออกมายอมรับว่า อุบัติเหตุจากโรงงานมีส่วนทำให้แม่น้ำ Daldykan กลายเป็นสีแดง

ภาพแม่น้ำที่กลายเป็นสีแดง และด้วยความตื้นเขินก็ทำให้การเข้าไปจัดการปัญหาค่อนข้างยากลำบาก (ภาพจาก BBC)

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ในตอนแรกที่บริษัทคิดว่าการรั่วไหลในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเหตุที่เกิดจากบริษัทเพราะว่า พวกเขาเชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่นักวิทยาศาสตร์เตือนมาหลายปีแล้วว่า การละลายน้ำแข็งบนพื้นดินที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้ (ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของประเทศรัสเซียอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่ง) อาจส่งผลกระทบต่อท่อส่งก๊าซและน้ำมันได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ประธานาธิบดีปูตินจึงได้ประกาศสภาวะฉุกเฉิน เพื่อที่จะระดมภาครัฐและภาคประชาชนช่วยกันจัดการพื้นที่ประสบปัญหาน้ำมันรั่วไหลครั้งใหญ่ในครั้งนี้ และสั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนของรัสเซียเข้าทำการตรวจการทำงานของโรงงาน พร้อมสั่งพักงานผู้จัดการสาขาเป็นที่เรียบร้อย โดย

อุปสรรคและปัญหาสำคัญของการรับมือวิกฤตครั้งใหม่นี้อยู่ตรงที่น้ำมันดีเซลนั้นเบากว่าน้ำมันดิบประเภทอื่น ๆ ดังนั้น แม้น้ำมันดีเซลจะไม่จมลงไปในน้ำ แต่การระเหยของน้ำมันประเภทนี้จะส่งผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมและกำจัดให้หมดไปได้ยากกว่า

แม่น้ำ Ambarnaya ถูกย้อมจนเป็นสีแดงเป็นแนวยาวกว่า 12 กิโลเมตร และได้สร้างความเสียหายและมลพิษเป็นวงกว้างกว่า 350 ตารางกิโลเมตร นอกจากนั้นแม่น้ำแห่งนี้ที่รับการรั่วไหลของน้ำมันรั่วครั้งนี้ไปแบบเต็ม ๆ มีลักษณะตื้นเขินเกินกว่าที่จะใช้เรือเข้าไปช่วยทำความสะอาด แถมยังอยู่ห่างไกลจากถนนหลัก ทำให้ ไม่มีถนนที่จะให้เจ้าหน้าที่เดินทางนำรถเข้าไปจัดการสถานการณ์นี้ได้สะดวก Dmitry Kobylkin รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม เสริมว่า การจัดการโดยการเผาเชื้อเพลิงอย่างที่หลายคนเสนอมานั่นถือว่ายังเสี่ยงเกินไป

View this post on Instagram

🤯🤯🤯🥺🥺🥺😱😱😱#амбарка #чп #россия #Норильск #нефть #природа #краснодарскийкрай #новоросс #Новороссийск #nvrsk #река #москва #питер #nature #moscow #рыбалка #fishing #fish #спиннинг #sos #help #russia #всемвсем #внисание #черезвычайноеположение #краснодар#самара#владивосток#урал May 29 at the Nadezhdinsky plant owned by OAO GMK Norilsk Nickel, there was a spill diesel fuel in the soil and the water got more 21 thousand tons of oil products. This is the first accident such a large scale in the polar Arctic. In the country declared a state of emergency at the Federal level. The disaster in Norilsk showed irresponsible attitude of large companies to our nature, this will not continue it can! Environmental control should be enhanced, and the operation of facilities should take place under special control for warnings accidents, especially in the conditions of melting eternal permafrost due to global climate change. I however the opposite is happening now the situation in which Industrialists seek a moratorium on certain environmental restrictions requirements under the pretext of fighting economic crisis. We need to prevent the destruction of our nature and force the Russian Government to go on the way to support new green technologies and fight climate change and don't go along with it the "dirty" business. @greenpeaceru @greenpeace

A post shared by Илья (@ilya_torgonskyi) on

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส