Connect with us

News

BB แยกแบรนด์ BBM, BES ออกจากธุรกิจ

John Chen ซีอีโอของ BlackBerry ให้สัมภาษณ์กับ CrackBerry

ย้ำทิศทางใหม่ของบริษัทที่กระจายตัวออกมาทำ 4 ธุรกิจ

ต่างไปจากเดิมที่เกาะกับธุรกิจการขายเครื่องโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

รายละเอียดของแต่ละธุรกิจมีดังนี้

BlackBerry Enterprise Server (BES)

เขาบอกว่าธุรกิจองค์กรเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการพลิกฟื้นกิจการของ BlackBerry

ในปีนี้ โดยเป้าหมายเร่งด่วนของบริษัทคือทำให้ลูกค้าองค์กรกลับมาสนใจ Solution ของ BlackBerry อีกครั้ง

โดยระบบความปลอดภัยของ BlackBerry ถือว่าเหนือกว่าคู่แข่ง

และ Chen บอกว่า Solution องค์กรของบริษัท (BES) เดิมทีนั้นผูกกับองค์กรที่ใช้มือถือ BlackBerry

แต่ต่อจากนี้ไปจะต้องพยายามแยก BES กับ BlackBerry ออกจากกัน และโฆษณาว่า BES

สามารถใช้กับมือถือ Android, iPhone ได้

(เขาบอกว่าจะพัฒนา BES ให้ใช้กับ Windows Phone ด้วยในอนาคต)

ตอนนี้ BES เป็นธุรกิจที่มีกำไรแล้ว และ Chen จะเน้นการขาย BES ในธุรกิจเฉพาะทาง (เช่น

การเงิน ประกันภัย สาธารณสุข หน่วยงานรัฐบาล) โดยตั้งทีมขายมาเจาะตลาดเหล่านี้

BlackBerry Messaging (BBM)

Chen บอกว่าแผนการของ BBM ที่ขยายออกไปยัง Android และ iOS

นั้นประสบความสำเร็จตามที่เขาหวัง โดยตอนนี้ BBM มีผู้ใช้งานบน BlackBerry จำนวน 45

ล้านราย และบน Android/iOS อีก 40 ล้านราย

ทำให้มันกลายเป็นแพลตฟอร์มแชทที่มีคนใช้รวมกันมากกว่า 85 ล้านราย

ตอนนี้ BBM ยังไม่มีรายได้ใดๆ แต่ BlackBerry ได้มองว่าเป็นการลงทุนเพื่อสร้างแพลตฟอร์มในระยะยาวมากกว่า

BlackBerry Devices

เขายืนยันว่าบริษัทจะไม่ทิ้งธุรกิจการขายฮาร์ดแวร์มือถือเด็ดขาด ถึงแม้จะมีสัญญากับ

Foxconn ช่วยจ้างผลิต แต่บริษัทจะยังเป็นคนออกแบบตัวเครื่องมือถืออยู่เหมือนเดิม

โดยเฉพาะมือถือตลาดบนที่บริษัทจะยังทำเองทั้งหมด

บริษัทจะยังยึดกับแพลตฟอร์ม BB10 ต่อไป และพยายามพลิกธุรกิจนี้ให้กลับมาทำกำไรให้ได้

ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การจับมือกับพาร์ทเนอร์ (เขาบอกว่าอาจมีรายอื่นนอกจาก

Foxconn) และการกระจายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังประเทศต่างๆ นอกจากนี้เขายังดึงตัว

Ron Louks อดีตผู้บริหารของ Sony Ericsson และ HTC

ซึ่งมีประสบการณ์ด้านมือถืออย่างโชกโชนมาคุมธุรกิจนี้ด้วย

QNX

QNX เป็นระบบปฏิบัติการที่ไปได้ดีในตลาดเฉพาะทางหลายๆ ด้าน (เช่น รถยนต์) และ BlackBerry

จะหันมาให้ความสำคัญกับ QNX มากขึ้น ปัจจุบัน QNX เป็นธุรกิจที่ทำกำไรแม้จะไม่เยอะนัก

แต่บริษัทก็หวังว่ามันจะโตขึ้นอีกมากในอีก 3 ปีข้างหน้า

Chen ได้ปิดท้ายการสัมภาษณ์โดยบอกว่าเป้าหมายอันดับหนึ่งคือทำให้บริษัทกลับมามีกระแสเงินสดอีกครั้ง

และพยายามลงทุนในธุรกิจต่างๆ ข้างต้น เขายกคำพูดของสตีฟ จ็อบส์

ตอนที่กลับมาคุมแอปเปิลอีกรอบว่า ลูกค้าเดิมของเขา (ที่เป็นแฟนเหนียวแน่นของบริษัท)

จะกลายเป็นคนสำคัญอีกครั้ง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการเกม

อดีตทีมงาน Platinum Games โต้ “ไม่เคยรู้เรื่องการนำ Scalebound กลับมาอีกครั้ง เเละจะวางจำหน่ายให้กับ Nintendo Switch เลย”

อดีตทีมงาน Platinum Games โต้ “ไม่เคยรู้เรื่องการนำ Scalebound กลับมาอีกครั้ง เเละจะวางจำหน่ายให้กับ Nintendo Switch เลย”

Published

on

เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวลือหนาหูพอสมควร ว่า Scalebound เกมที่ถูกทาง Microsoft ยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย กำลังฟื้นจากความตายกลับมาอยู่ในอ้อมอกของ Nintendo วางจำหน่ายให้กับ Nintendo Switch

ข่าวลือมันเริ่มมาจากการที่บรรณาธิการของ Game Informer คุณ Imran Khan ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Kinda Funny Games ตัวเขาเองได้ยินว่าจะมีการนำ Scalebound กลับมาอีกครั้ง เเละมีการต่ออายุเครื่องเกมการค้าของเกมนี้ ในไม่ช้าก็ถูกยกเลิกไป ก็ไม่รู้ว่า Microsoft กำลังทำอะไรกันอยู่ ไหนความสัมพันธ์ระหว่าง Nintendo กับ Platinum Games ก็ดีพอสมควร อาจมีความเป็นไปได้ที่นำเครื่องหมายการค้านี้ไปใช้งานต่อ

เเต่สุดท้ายฝันร้ายก็ต้องมาเยือน เมื่อคุณ Jean Pierre Kellams อดีตทีมงานของ Platinum Games ปัจจุบันย้ายมาทำงานให้กับ EA ออกมาทวิตข้อความข่าวลือของ Scalebound ที่ดูจะไม่เป็นความจริงเอาซะเลย

“บ้าอะไรเนี่ย! ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมไม่ได้ทำงานที่นั้นมานานเเล้ว เเละไม่ได้คุยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เเต่มันก็น่าสงสัยถึงเรื่องนี้นะว่ามายังไง”

Scalebound ได้รับการพัฒนาโดย ทีมพัฒนา Platinum Games เเละเป็นเกมที่จะวางจำหน่ายเฉพาะ Xbox One เป็นเกมที่ผู้เล่นจะได้เป็นคู่หูกับมังกร มีความเเฟนตาซีผสมกับความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เฉพาะได้รับการดูเเลจากคุณ Hideki Kamiya ผู้อยู่เบื้องหลังเกมดังมากมายของ Platinum Games

เเต่เมื่อปี 2017 Microsoft ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาเกมนี้ เนื่องจากการพัฒนาที่ล้าช้ากว่ากำหนด เปิดตัวเมื่อปี 2014 คาดว่าจะวางจำหน่ายในปี 2016 สุดท้ายการพัฒนาก็ไม่คืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทีมพัฒนา Platinum Games สมัยนั้นยังเป็นเพียงเเค่ทีมพัฒนาที่ต้องใช้เงินทุนจากบริษัทอื่นๆ อยู่ จนในที่สุดด้วยความล่าช้าเเละงบประมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้ Microsoft ตัดสินใจไม่ขอเดินหน้าต่อกับ Scalebound

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

Apple “ร่วง” มาอยู่อันดับที่ 14 ของ “บริษัทพัฒนานวัตกรรมสูงสุด ปี 2019” : จากการจัดอันดับโดย Fast Company

Published

on

นิตยสาร Fast Company ได้จัด 50 อันดับ บริษัทที่พัฒนาด้านนวัตกรรมสูงสุดของโลก ประจำปี 2019 โดย Apple ซึ่งเคยอยู่อันดับที่ 1 เมื่อปี 2018 นั้น ได้ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 14 ในปีนี้

เป็นที่รู้กันดีว่า Apple เคยเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น iPhone รุ่นแรก และ iPod ที่กลายเป็นหมุดมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนในยุคต่อมา

เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Apple ก็ได้ติดอันดับที่ 1 ของบริษัทที่พัฒนาด้านนวัตกรรมสูงสุด จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Fast Company จากการเปิดตัวหูฟังไร้สาย AirPods และ iPhone X ที่มีดีไซน์ไร้ขอบ (เปิดตัวเมื่อปลายปี 2017) และการปรับเปลี่ยนมาใช้ FaceID อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูงสุดด้วย

เมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iPhone XS ที่เน้นพัฒนาประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง พร้อมด้วยชิปเซ็ต A12 Bionic ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดในยุคปัจจุบัน และ Apple Watch Series 4 ก็มาพร้อมฟีเจอร์ ECG สแกนคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

แต่นั่นก็ยังไม่ชัดเจนมากพอจะส่งให้ Apple ครองอันดับที่ 1 ในการจัดอันดับบริษัทในปี 2019 โดย Fast Company ได้

สำหรับบริษัทที่ติดอันดับที่ 1 และ 2 คือ Meituan Dianping และ Grab ซึ่งแอปของทั้ง 2 ให้บริการในหลากหลายด้าน เช่น บริการแท็กซี, บริการขนส่งสินค้า, บริการซื้อตั๋วภาพยนตร์ หรือบริการโอนเงิน เป็นต้น โดยมีผู้ใช้ในเอเชียจำหนวนหลายล้านคนเลยทีเดียว


อันดับที่ 3 คือ NBA ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายมาจัด eSport และพัฒนาบริการสตรีมออนไลน์

คาดว่า Apple จะพยายามนำพาบริษัทกลับมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ให้ได้อีกครั้ง ซึ่งต้องรอดูว่าการเปิดตัวบริการใหม่ในวันที่ 25 มีนาคม 2019 นี้ จะช่วย Apple ได้มากน้อยเพียงไร

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

News

Xiaomi Mi 9 รุ่นฝาหลังโปร่งแสงสุดพรีเมียม จะมีกล้องเลนส์ 7P, รูรับแสง f/1.47

Published

on

Xiaomi ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง Xiaomi Mi 9 เพื่อแข่งกับ Samsung Galaxy S10 โดยมีรุ่นฝาหลังโปร่งแสงสุดพิเศษซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะในจีนเท่านั้นตอนนี้

Xiaomi Mi 9 รุ่นพิเศษนี้ มีแรมสูงสุดถึง 12 GB และความจุภายในตัวเครื่องถึง 256 GB พร้อมด้วยดีไซน์ด้านหลังโปร่งแสง เห็นกลไกภายในตัวเครื่อง ราวกับได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Alita: Battle Angel ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างจาก Xiaomi Mi 9 รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ จากสไลด์โชว์ภายในงานเปิดตัวนั้น แสดงให้เห็นว่า Xiaomi Mi 9 รุ่นฝาหลังโปร่งแสงนี้ (อาจเรียกว่า Mi 9 Explorer) มีกล้องหลัง 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นกล้องสุดพิเศษ เลนส์ 7P พร้อมรูรับแสง f/1.45 (คาดว่าจะเป็นเลนส์หลัก) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586

Xioami Mi 9 รุ่นโปร่งแสงสุดพิเศษนี้ มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 3,999 หยวน (ประมาณ 18,600 บาท) โดยทาง Xiaomi ยังมิได้แจ้งกำหนดการจำหน่ายในตลาดประเทศอื่น ๆ แต่อย่างใด

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!