สรุปเนื้อหาจากเวิร์คช้อป หนึ่งวันสมาร์ทไลฟ์กับสมาร์ทโฟนของคุณ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 เว็บแบไต๋จัด Workshop “หนึ่งวันสมาร์ทไลฟ์กับสมาร์ทโฟนของคุณ” โดยหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์นำทีมให้ความรู้กับผู้ร่วมกิจกรรมทั้ง 10 รายที่ร่วมสนุกผ่านแฟนเพจแบไต๋ ที่ HUBBA-TO ในโครงการ Habito โดยได้รับการสนับสนุนสมาร์ทโฟน Huawei P9 เพื่อใช้ในการเวิร์คช้อปจาก Huawei Consumer Business Group ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เทคนิคการใช้งานในชีวิตประจำวันจากเครื่องจริง

ซึ่งถึงกิจกรรมนี้จะจบไปแล้วด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน แต่เราก็ขอสรุปเนื้อหาในงานวันนั้นเพื่อให้สมาชิกแบไต๋ท่านอื่นๆ ได้ความรู้ไปด้วยครับ

การใช้งานในช่วงเช้า หลังตื่นนอน

Beartai-SmartlifeWorkshop.003

ผมเชื่อว่าทุกวันนี้สิ่งแรกที่หลายคนทำกันหลังจากลืมตาตื่นนอนคือไถหน้าจอมือถือครับ! มือถือชาร์จอยู่ข้างเตียงนี้แหละ หยิบขึ้นมาไถเลย และผมก็เชื่ออีกว่าแอปที่ทุกคนเปิดตอนเช้าคือ facebook ครับ ตื่นมาเสพข่าว เสพดราม่ากันแต่เช้านี่แหละ เรื่องแรกที่ผมอยากจะแนะนำในคือการปรับแต่ง News feed ให้ตรงใจมากขึ้น เห็นคนหรือเพจที่อยากเห็นมากขึ้น แต่ซ่อนคนที่ไม่อยากเห็นโดยที่ไม่ต้อง unfriend

Huawei Workshop Pics_5382

วิธีง่ายๆ คือเข้าแอป facebook ไป แล้วเลือกปุ่มสุดท้ายที่เรียกว่า Hamberger menu แล้วกดที่ News Feed Preferences ก็จะเห็นปูน้อยน่ารัก พร้อมให้เราจัดการปรับแต่ง newsfeed ของเรา

  • ตัวเลือกแรกคือ เลือกคนสำคัญ หรือเพจสำคัญที่ต้องการให้แสดงก่อนในฟีด แน่นอนว่าผมแนะนำให้ทุกคนเลือกเพจแบไต๋ของเราให้เป็นเพจสำคัญครับ ฮา
  • ตัวเลือกต่อมาคือซ่อนคนที่เป็นเพื่อน แต่ไม่อยากเห็นโพสต์ของเขา และไม่อยาก unfriend ให้เสียเพื่อนด้วย จัดไปเลยครับ
  • ส่วน 2 ตัวเลือกข้างล่างนี้ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว ตัวเลือกที่ 3 คือนำคนที่เคยซ่อนกลับมา ส่วนตัวเลือกที่ 4 คือหาเพจใหม่ๆ ที่น่าจะสนใจ

หลังจากคุณจัดการ news feed เสร็จแล้ว ก็อ่านฟีดได้สบายใจขึ้น และพร้อมจะลุกขึ้นใช้ชีวิตต่อไปแล้ว (สิริเวลาอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงเป็นชั่วโมง ฮา)

การใช้งานระหว่างวัน

Beartai-SmartlifeWorkshop.005

มือถือนั้นเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ติดตัวเราแทบทั้งวันนะครับ ในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ๆ จึงมีฟีเจอร์สุขภาพติดมาทั้งนั้น อย่าง Huawei P9 ก็มีฟีเจอร์นี้อยู่ในส่วน Health ของเครื่อง ที่จะตรวจจับก้าวเดินของเราตลอดเวลาที่เราพกมือถือติดตัว ส่วน iPhone ก็จะแสดงอยู่ในแอป Health ที่บอกจำนวนก้าวเดินและระยะทางตลอดอยู่แล้ว และซัมซุงก็จะมีส่วนของ S Health ที่ทำหน้าที่นี้

นอกจากจะนับก้าวเดิน สมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์สุขภาพก็มักจะกำหนด Goal คือเป้าหมายในแต่ละวันได้ด้วย เช่นตั้งเป้าว่าเดินกี่ก้าว หรืออยากให้น้ำหนักลดลงเหลือเท่าไหร่ เพื่อระบบจะได้แนะนำการออกกำลังกาย และก่อนเริ่มออกกำลังกายเราก็สามารถสั่งให้แอปบันทึกการออกกำลังกายอย่างละเอียดก็ได้

พอมีข้อมูลเหล่านี้มานั่งดูภายหลัง ก็ทำให้มีกำลังใจในการออกกำลังกาย หรือขยันหาเรื่องเดินในแต่ละวันมากขึ้น

การรักษาความปลอดภัยเครื่อง

Beartai-SmartlifeWorkshop.006

เรื่องหนึ่งที่อยากจะเน้นย้ำผู้ใช้ Smartphone ทุกคนคือการตั้งรหัสเครื่องครับ เพราะเจ้า pin code 4 หลัก, 6 หลัก หรือการลากรูปร่างก่อนเข้าเครื่องนี้จะเป็นปราการด่านสุดท้ายของข้อมูล ถ้าไม่ได้ตั้งรหัสไว้หมายถึงว่าคนอื่นก็สามารถใช้เครื่อง ดึงข้อมูลส่วนตัว ดึงรูปออกไปได้ง่ายๆ

แต่สำหรับใครที่คิดว่าการตั้งรหัสเข้าเครื่องมันทำให้ชีวิตยุ่งยากเกินไป ก็ลองมองหาสมาร์ทโฟนที่มีตัวอ่านลายนิ้วมือครับ อย่าง Huawei P9 จะมีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมืออยู่ด้านหลัง ซึ่งทดลองใช้งานได้เลย เข้า Settings ของเครื่องแล้วเลือกที่ fingerprint ID กด fingerprint management เพื่อตั้ง pin และเพิ่มลายนิ้วมือของตัวเองเข้าไปได้เลยครับ แตะย้ำรอบๆ นิ้วให้เครื่องบันทึกลายนิ้วมือ ลองกดปิดจอ แล้วเอานิ้วมือแตะที่ตัวอ่านได้เลย ไม่ต้องเปิดจอ เครื่องก็จะปลดล็อกแล้ว แถมยังใช้ถ่ายรูป ใช้รับโทรศัพท์ได้ด้วย

Huawei Workshop Pics_3647

นอกจากนี้ บางแอปอย่าง 1Password ที่ใช้บันทึกรหัสผ่านยากๆ เก็บไว้ภายในแอปเดียว ก็สามารถใช้ลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกแอปได้ด้วย ลายนิ้วมือจึงไม่ใช่แค่ใช้เพื่อปลดล็อกเครื่องได้อย่างเดียวนะครับ

การถ่ายภาพ

Beartai-SmartlifeWorkshop.007

เทคนิคการถ่ายรูปให้สวยนั้นมีหลายเทคนิคนะครับ อย่างเรื่องจุดตัด 9 ช่อง ที่แนะนำให้วางจุดเด่นของภาพไว้ที่จุดตัดทั้ง 4 ของภาพ ซึ่งสมาร์ทโฟนหลายตัวก็เปิดโหมดนี้ขึ้นมาได้ ถึงจะดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็ทำให้ภาพสวยขึ้นมานักต่อนักแล้ว

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ก็มีฟังก์ชั่นช่วยให้ถ่ายรูปสวยได้หลายโหมด ซึ่ง Huawei P9 ที่ระบบกล้องได้ Leica ร่วมพัฒนาก็เน้นเรื่องการถ่ายภาพมากมาย เช่นโหมดหน้าชัดหลังเบลอ ที่กดปุ่มรูปกล้องด้านบนนี้ แล้วเวลาโฟกัสวัตถุต่างๆ ด้านหลังจะเบลอเป็นพิเศษด้วยซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถปรับระดับความเบลอได้ (แต่เบลอมากไปอาจจะดูไม่เนียนได้)

Huawei Workshop Pics_7563

แต่ถ้าอยากถ่ายหน้าชัดหลังเบลอด้วยสมาร์ทโฟนโดยไม่ใช้ซอฟต์แวร์ช่วย ก็ทำตามนี้

  • เอากล้องใกล้วัตถุมากที่สุด
  • วางวัตถุไว้ให้ห่างฉากหลังมากที่สุด
  • ถ้าเป็นกล้องทั่วไปคือเปิด f stop ให้กว้างสุด แต่สมาร์ทโฟนจะเปิดกว้างสุดอยู่แล้ว

ทีเด็ดใน Huawei P9 คือการถ่ายภาพขาว-ดำครับ ลองถ่ายกันดู จะรู้ว่าแตกต่างจากมือถือรุ่นอื่นๆ

Huawei Workshop Pics_1630

นอกจากนี้ในสมาร์ทโฟนเรือธงมักจะมีความสามารถในการถ่ายแบบ manual มา อย่างของ P9 คือเลื่อนบาร์เหนือปุ่มซัตเตอร์ขึ้นมา ก็ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับความเร็วซัตเตอร์, ISO, White balance ได้ด้วยตัวเอง แล้วค่าต่างๆ ปรับเพื่ออะไร มาดูกัน

  • เริ่มจากความเร็วซัตเตอร์ก่อน จำง่ายๆ ว่าความเร็วซัตเตอร์สูงไว้ถ่ายวัตถุเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่ง  ความเร็วซัตเตอร์ต่ำไว้ถ่ายวัตถุให้รู้สึกเคลื่อนไหว แต่ถ้าซัตเตอร์ต่ำมากก็ต้องใช้ขาตั้งกล้องนะ
  • ISO ให้จำไว้ว่า ยิ่ง ISO สูง ยิ่งเก็บแสงได้มาก ภาพยิ่งสว่าง การถ่ายเวลากลางคืนจึงต้องใช้ ISO สูง แต่ยิ่ง ISO สูงเท่าไหร่ ภาพก็จะมีสัญญาณรบกวนหรือ Noise เยอะ โดยปกติเราจึงควรทำให้ ISO ต่ำที่สุดที่เป็นไปได้
  • White-balance คือสมดุลแสงขาว ภาพจะสีสวยถูกใจหรือไม่ ส่วนใหญ่ขึ้นกับ white-balance นี้เลย ถ้าถ่ายภาพแล้วอมฟ้า ก็ต้องเปลี่ยน white balance ให้ติดส้มมากขึ้น เช่นเลือกเป็น Cloudy หรือ Shade หรือถ้าถ่ายในแสงฟลูออเรทเซนต์ที่ภาพอมเขียว ก็ควรใช้โหมดฟลูออเรทเซนต์

Huawei Workshop Pics_8866

ซึ่ง P9 ตัวนี้มีความสามารถในการถ่ายแบบ RAW file ที่เก็บข้อมูลทุกอย่างจากเซนเซอร์เอาไว้ตกแต่งต่อด้วย โดยเปิดโหมดโปร แล้วลากจอจากขวาไปซ้ายเพื่อเลือกตัวเลือก RAW ได้เลย ผมต้องขอเตือนก่อนว่าไฟล์ Raw มันหนักนะครับ ไฟล์ละ 20 MB ขึ้นไป แล้วเราสามารถนำไฟล์ RAW สกุล DNG จากมือถือไปเปิดในโปรแกรมอย่าง Adobe lightroom ได้ทันที

ส่วนถ้าจะใช้ไฟล์ RAW บนมือถือก็ใช้แอปแจกฟรีอย่าง snapseed เปิดรูปได้ทันที ซึ่งจะสามารถปรับความสว่างและ white balance หลังจากถ่ายได้ด้วย จังหวะรีบๆ จึงสามารถถ่ายก่อนแล้วมาแก้ทีหลังได้

การใช้งานในช่วงบ่าย

Beartai-SmartlifeWorkshop.009

ตอนนี้เราใช้งานเครื่องกันมาสักพักแล้วนะครับ แบตเตอรี่ก็น่าจะลดลงพอสมควรแล้ว ซึ่งเราจะแนะนำเทคนิคการประหยัดแบตสำหรับ Android กัน

  • มั่นตรวจสอบแอปที่เปิดทำงานต่อเนื่องเบื้องหลัง
  • ปิดการแจ้งเตือนที่ต้องเปิดจอเตือน (เพราะถ้าแจ้งเตือนเข้ารัวๆ จอก็สว่าง และกินแบต)
  • ใช้ฟังก์ชั่นประหยัดแบตเตอรี่ของเครื่องในคราวจำเป็น เช่น Huawei P9 จะมีโหมด Ultra Battery ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้อีกมาก แต่จะปิดฟังก์ชั่นบางอย่างไป หรือฟังก์ชั่นลดความละเอียดหน้าจอจาก 1080p เป็น 720p เพื่อลดการใช้ไฟ

และเรื่องที่สำคัญในชีวิตประจำวันคือการรับสัญญาณครับ ผมมีวิดีโอทดสอบเล็กๆ จากทีมงานของเรา ที่เทสการรับสัญญาณจากคอนโดสูงระฟ้า ว่าการใช้มือถือค่ายเดียวกันเทียบระหว่าง Huawei P9 กับ iPhone 6 ผลการรับสัญญาณจะแตกต่างกันอย่างไร

ช่วงค่ำ ถึงบ้าน

Beartai-SmartlifeWorkshop.012

และสุดท้ายเมื่อใช้ชีวิตมาทั้งวัน ก็ถึงเวลาพักผ่อนในช่วงเย็นแล้ว ด้วยสมาร์ทโฟน Android ก็สามารถจัดการได้ทั้งดูหนัง ฟังเพลงนะครับ

เริ่มที่การฟังเพลงก่อน ข้อดีของ Android คือมีแอปฟังเพลงที่หลากหลาย สามารถอ่านไฟล์ได้หลายประเภท โดยเฉพาะในกลุ่ม lossless ตัวที่นิยมๆ กันก็เช่น PowerAmp แต่หลังๆ เราไม่ค่อยได้ใช้แอปฟังเพลงแบบนี้แล้ว เพราะเรามีบริการ music streaming อย่าง Joox ที่เปิดให้ฟังฟรีด้วย ไม่ต้องโหลดเพลงมาเก็บไว้เองในเครื่อง

Huawei Workshop Pics_4736

และข้อดีอีกของของ Android คือหลายรุ่นมาพร้อมระบบปรับปรุงคุณภาพเสียงในตัวด้วย ทำให้ได้เสียงที่ใส กังวานว่าการเปิดตามปกติ ซึ่งใน Huawei P9 จะมีระบบ DTS มาให้ในตัวเลย สามารถเปิดได้ใน settings ซึ่งจะทำให้เสียงที่ผ่านหูฟังทุกอย่างได้รับการปรับแต่ง

Beartai-SmartlifeWorkshop.013

ส่วนเรื่องการชมภาพยนตร์ สมัยนี้สมาร์ทโฟน Android ที่มีประสิทธิภาพดีหน่อย จะสามารถส่งภาพออกจากเครื่องได้เลย ทั้งแบบมีสายตามปกติ และแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี Chromecast หรือที่ Huawei P9 รองรับคือ miracast ทำให้สามารถเปิดหนังแล้วส่งขึ้นจอใหญ่ได้ทันที เช่นเปิดภาพยนตร์ในแอป iFilx แล้วเปิดขึ้นจอใหญ่ เปิดคลิปใน Youtube ก็ได้ ซึ่งสำหรับสายดูหนังถูกกฎหมายแล้ว Chromecast น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะราคาไม่แพง (มือหนึ่งในไทยไม่เกิน 2000 บาท) ใช้ง่าย บริการถูกกฎหมายอย่าง iFlix, Primetime, doonee, netfilx รองรับทั้งหมด

และติดตามกิจกรรมดีๆ จาก Beartai กันต่อไปนะครับ เร็วๆ นี้อาจจะมี Workshop ให้ร่วมกิจกรรมกันอีก ก็ไม่อยากให้พลาดกันครับ

Huawei Workshop Pics_2445