เจาะลึกนวัตกรรมจอยุคใหม่จากซัมซุง ทั้ง Micro LED และ Neo QLED ที่หวังฆ่า OLED

Samsung เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และฟีเจอร์ ของไลน์อัปทีวีปี 2021 อย่าง Neo QLED (นีโอ คิวแอลอีดี) MICRO LED (ไมโคร แอลอีดี) และไลฟ์สไตล์ทีวี ในงาน Technical Seminar 2021 ซึ่งแบไต๋ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย จึงเรียบเรียงข้อมูลมาให้อ่านกันว่า 2 จอประเภทใหม่ที่ซัมซุงส่งลุยตลาด ที่เราตีความเองว่าน่าจะฆ่าจอ OLED ได้นั้นเป็นยังไง

Micro LED เทคโนโลยีเพื่อจอภาพขนาดใหญ่

Samsung Micro LED

ซัมซุงนั้นเริ่มพัฒนาจอ Micro LED มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ดีไซน์ให้เป็นจอขนาดใหญ่มากๆ สำหรับภาคธุรกิจ แต่ในปี 2021 นี้ก็จะเริ่มส่งจอประเภทนี้ลุยตลาดผู้ใช้ตามบ้านมากขึ้น โดยจะส่งจอขนาด 76, 88, 99 และ 110 นิ้วลงตลาดในปีนี้

จุดเด่นของจอ Micro LED คือแผงหน้าจอจะประกอบด้วยชิป LED ขนาดเล็กระดับไมโครเมตรจำนวนมากที่สามารถส่งแสง และให้สีได้เลยแบบไม่ต้องมี backlight อีก ในหนึ่งแผงหน้าจอจะประกอบด้วย self-emissive LED ถึง 24 ล้านจุด พร้อมหน่วยประมวลผล Micro AI processor ที่ทำให้สามารถให้แสงได้แตกต่างกันถึงล้านระดับ สามารถแสดงผลแบบ HDR ได้อย่างสวยงาม

Samsung Micro LED
Samsung Micro LED

ด้วยความที่จอ Micro LED นั้นใช้แหล่งกำหนดแสงและสีเป็น LED ขนาดเล็ก จึงถือเป็นแหล่งกำหนดแสงที่ไม่ใช่ Organic เหมือนแบบ OLED จึงไม่มีปัญหาเรื่องสีสันของจอดรอปลงเมื่อใช้งานไปนานๆ แบบจอ OLED เจอกัน ส่วนดีไซน์จอเป็นแบบ monolith ไร้ขอบ ดูเรียบหรูสำหรับติดกับกำแพง

หน้าจอ Neo QLED ขุนพลใหม่สู้ OLED

เพื่อความเข้าใจเราขออธิบายความต่างสั้นๆ ระหว่างจอ OLED กับ QLED เดิมก่อนนะครับ จอ OLED คือจอที่ใช้สารประกอบ Organic (คือตัว O ใน OLED) มาสร้างจอที่ทุกเม็ดพิกเซลสามารถเปล่งแสงสีออกมาได้เอง ข้อดีคือให้ Contrast สูงมาก เพราะแต่ละพิกเซลแยกจากกัน สามารถเปิดแสงปิดแสงในระดับพิกเซลได้ ทำให้ภาพจากจอ OLED นั้นสวยสดคม แต่ข้อเสียคือมีปัญหาจอเบิร์นและสีสันดรอปลงได้หากใช้นานๆ เพราะสารประกอบ Organic มีการเสื่อมสภาพได้

Samsung Neo QLED

ส่วนจอ QLED คือจอ LED ที่ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot เป็นชั้นของสีสัน คือจอ QLED จะยังแยกชั้น Backlight ที่สร้างแสงสว่างขึ้นมาทะลุชั้นสีเหมือนจอ LED แบบเดิม ข้อดีคือให้สีสันสดกว่าด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot ให้ความสว่างมากกว่าเพราะมี Backlight และใช้งานได้ยาวนานโดยไม่มีปัญหาสีดรอปหรือจอเบิร์น แต่ความเนี๊ยบของ Contrast ยังสู้จอ OLED ที่เปิด-ปิดเป็นพิกเซลไม่ได้

แล้วของใหม่ใน Neo QLED คืออะไร

คือมีการปรับปรุงแหล่งกำเนิดแสงหรือ Backlight ด้านหลังใหม่ เป็น Quantum Mini LED แหล่งกำเนิดแสงที่มีขนาดเล็กแค่ 1/40 เมื่อเทียบกับของเดิม ไม่มีเลนส์แบบเดิม สามารถยิงแสงได้ละเอียดขึ้น ทำให้ได้ Contrast สูงมากขึ้น ลดปัญหา blooming (แสงรั่วไปจุดอื่นๆ ที่ไม่ต้องการ) คุม local dimming ได้ละเอียดขึ้น ก็ทำให้ได้ภาพที่ใกล้เคียงกับ OLED มากยิ่งขึ้น

และยังมี Quantum Matrix Technology ไล่แสงได้ระดับ 12-bit 4096 ระดับ จากของเดิมไล่แสง 10 bit ได้ 1024 ระดับ ก็ทำให้การไล่โทนของภาพทำได้ดีขึ้น และมี Neo Quantum Processor ใช้ AI ช่วย Upscale ภาพ โดยมี 16 Neural network (Multi-Intelligence Neural Network) ที่เลือกรูปแบบการปรับปรุงภาพที่เหมาะสมสำหรับภาพแต่ละอย่างได้ ส่วนด้านสีสันก็ยังใช้ Quantum Dot ทำให้ได้สีสันระดับ 100% อยู่ดี

สรุป Neo QLED จะทำให้ภาพมี Contrast ที่ละเอียดใกล้เคียงกับ OLED มากขึ้น แต่ได้จอที่สว่างกว่า สีสดกว่า และทนกว่า OLED ครับ

ยกระดับเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยฟีเจอร์ไลฟ์สไตล์ เพื่อการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ

ประสบการณ์การเล่นเกม: ทีวี Neo QLED ของซัมซุงปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกม สำหรับทั้งเกมพีซีและเกมคอนโซล ทั้งลด Input Lag ให้ต่ำกว่า 10 ms รวมถึงรองรับเทคโนโลยี FreeSync และ VRR ที่ทีวีสามารถปรับ Refresh Rate อัตโนมัติให้เหมาะกับเกมได้ สามารถปรับภาพจาก 4K 60 fps เป็น 4K 120 fps ด้วยการแทรกเฟรม

แล้วยังมี Super Ultra Wide Game View ที่ทำให้เกมเมอร์สนุกไปกับภาพในมุมมอง 21:9 และปรับได้ถึง 32:9 และยังมี Auto Game Mode ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับภาพกราฟิก เพิ่มความเร็วในการตอบสนอง และสร้างประสบการณ์เสียงอันสมจริงผ่านเทคโนโลยี AI

Samsung The Frame
Samsung The Frame

ไลฟ์สไตล์ทีวี: ซัมซุงเน้นเรื่องทีวีที่สวยงาม ตกแต่งบ้านได้มาหลายปีครับ โดยมี 4 รุ่นหลักคือ The Serif (เดอะ เซรีฟ) ทีวีรูปตัว I พร้อมขาตั้ง, The Sero (เดอะ เซโร) ที่สามารถพลิกจอตั้งหรือนอนได้, The Terrace (เดอะ เทอเรส) ทีวีสำหรับติดตั้งนอกบ้าน และ The Frame (เดอะ เฟรม) ซึ่งในปี 2021 นี้มีการปรับปรุงตระกูลนี้ให้บางลง ดูเหมือนกรอบรูปจริงๆ มากขึ้น มีสีกรอบให้เลือกถึง 5 สี 2 สไตล์ ได้แก่ สไตล์โมเดิร์น (Modern) และสไตล์ขอบลึก (Beveled) เพื่อเปลี่ยนหน้าจอธรรมดาให้กลายเป็นผลงานศิลปะ

ไลฟ์สไตล์ทีวี ไลน์อัปที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ปีนี้มากับการเปิดตัวใหม่และอุปกรณ์เสริมใน The Frame (เดอะ เฟรม) The Serif (เดอะ เซรีฟ) และ The Sero (เดอะ เซโร) ซึ่งจะท้าทายนิยามเดิมของทีวีอีกครั้ง โดยเฉพาะ The Frame กับดีไซน์ที่มีมิติใกล้เคียงกับกรอบรูปจริงยิ่งขึ้น มีสีกรอบให้เลือกถึง 5 สี 2 สไตล์ ได้แก่ สไตล์โมเดิร์น (Modern) และสไตล์ขอบลึก (Beveled) เพื่อเปลี่ยนหน้าจอธรรมดาให้กลายเป็นผลงานศิลปะตระการตา ซึ่งทำยอดขายแล้วกว่า 1 ล้านเครื่อง

Samsung M7 และ M5 จอมอนิเตอร์ใหม่ มี Tizen ในตัว

พร้อมกันนี้ซัมซุงยังได้ส่ง Smart Monitor จอรุ่นใหม่ที่มาพร้อม Tizen ในตัว ทำให้สามารถใช้งานพื้นฐานอย่างการเชื่อมต่อ AirPlay 2 เพื่อเชื่อมภาพจากอุปกรณ์ของ Apple แบบไร้สาย แถมยังลงแอปในจอเพื่อเพิ่มความสามารถได้ เช่นสามารถใช้ Office ได้แบบไม่ต้องต่อคอมพิวเตอร์ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีลำโพงขนาด 5 W ให้อีก 2 ตัวด้วย โดยความแตกต่างของ 2 รุ่นนี้คือ

  • Samsung Smart Monitor M7 ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด UHD รองรับการชาร์ต 65 W ผ่าน USB-C ให้อุปกรณ์อื่นๆ
  • Samsung Smart Monitor M5 มีขนาด 32 และ 27 นิ้ว ความละเอียด FHD

สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ทีวีปี 2021 ได้ที่ https://www.samsung.com/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก