Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

สรุปเสวนา จับตาประมูลคลื่นความถี่ไทย จะเป็นอย่างไร?… ในปีหน้า

ผู้ชม 1,227 ครั้ง!

ใกล้เข้ามาทุกขณะกับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz ที่ทาง กสทช. กำลังจะจัดเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2561 นี้ ซึ่งความถี่ 900 MHz เปิดประมูล 1 ชุดราคาประมูลเริ่มต้น 37,988 ล้านบาทและความถี่ 1800 MHz เปิดประมูล 3 ชุด ราคาเริ่มต้นประมูล 37,457 ล้านบาท ทำให้เกิดประเด็นคำถามข้อสงสัยต่าง ๆ มากมายจากราคาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 6 เท่า ทาง Nation TV ช่อง 22 จึงได้เปิดเวทีเสวนาในเรื่อง “จับตาประมูลคลื่นความถี่ไทย จะเป็นอย่างไร?… ในปีหน้า” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเสวนาในงานนี้ 4 ท่านคือ

  • นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
  • อาจารย์สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • คุณพิสุทธิ์ งานวิจิตวงศ์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด
  • ดร. นิตยา สุนทรสิริพงศ์ นักวิชาการด้านโทรคมนาคม

ร่วมพูดคุยถกประเด็นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการเติบโตทางด้านการใช้โทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มที่สูงขึ้น และมีการใช้อินเทอร์เน็ต 4G ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อจำกัดด้านปริมาณคลื่นความถี่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการใช้งานของผู้ใช้บริการโดยตรง และยังไม่รวมถึงคลื่นความถี่ที่สัมปทานกำลังจะหมดลงอีก 2 คลื่นคือ คลื่น 1800 MHz ของ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz ของ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายนปี 2561 นี้ จึงทำให้เกิดประเด็นข้อสงสัยให้ทั้ง 4 ท่านเข้ามาพูดคุยถกประเด็นกันอย่างเต็มที่ โดยสรุปได้ดังนี้

ผลกระทบหากราคาค่าประมูลคลื่นความถี่สูงมาก ๆ

  • อนาคตอาจเกิดเหตการณ์ถอนตัวของ 1 ใน 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมถ้ายังมีราคาค่าประมูลที่สูง และอีก 2 บริษัทที่มีคลื่นความถี่เพียงพอแล้วตั้งใจที่จะ “เตะตัดขา” โดยการผลักดันราคาประมูลให้สูงกว่าที่ควรจะเป็น
  • การพัฒนาด้านเทคโนโลยีจะช้ากว่าที่ควรเป็นเพราะต้องเอาเงินลงทุนด้านนี้ไปจ่ายค่าสัมปทานคลื่นความถี่ที่สูงกว่าประเทศอื่นในโลกถึง 8 เท่า
  • สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2015 ที่ผ่านมาคือ ผู้ลงทุนต่างประเทศถอนตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้หุ้นฝั่งสารสนเทศตกลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน
  • มูลค่าที่สูงจะทำให้การแข่งขันถูกปิดเพราะคู่แข่งรายอื่น ๆ ไม่สามารถเข้ามาลงทุนได้เพราะไม่คุ้มค่าการลงทุน ทำให้ตลาดถูกผูกขาดไปตลอด และการประมูลราคาที่สูงคือการทำให้ต้นทุนจม ทำให้ผู้บริการรอวันเจ๊ง
  • อาจทำให้การประมูลคลื่นไม่ครบ ส่งผลให้ประเทศไม่ถูกนำคลื่นไปใช้งานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ประชาชนเสียผลประโยชน์มหาศาลและประเทศจะเดินหน้าได้ช้าลงกว่าเดิมที่ช้าอยู่แล้ว
  • มีการถอนตัวเกิดขึ้นหากประมูลไปแล้วไม่สามารถทำการกู้แบงค์ได้ และทำให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • ปัจจุบัน ITU เผยว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนคลื่นความถี่จากความล่าช้าในการประมูลคลื่น ส่งผลกระทบต่อความเร็วที่ควรจะเป็นของเน็ต 3G และ 4G ในปัจจุบัน

ข้อคิดเห็นในการเสวนาครั้งนี้

  • อยากให้ทาง กสทช. พิจารณาเรื่องเงินต้นของการประมูลใหม่ เพื่อให้เหมาะสมและเป็นไปตามข้อสรุป ไม่ควรใช้ระบบ N-1 หรือ กรณีที่มีผู้เข้าร่วมประมูลน้อยราย จะไม่นำคลื่นความถี่บางคลื่นเข้ามาประมูล รวมไปถึงการตั้งราคาที่สูงจนเกินไป
  • ควรมีการพิจารณามอบคลื่นความถี่ 2300 MHz ให้กับทาง dtac เพื่อทำให้บริษัททั้ง 3 มีขนาดคลื่นที่ใกล้เคียงกัน สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่
  • คลื่นความถี่ 1800MHz นั้นเป็นคลื่นที่สำคัญ จึงต้องมีการวางแผนการประมูลให้ดี อาจจะจัดการแบ่งเป็น 3 ส่วนไม่เท่ากันเช่น 5 MHz, 15 MHz , 20 MHz เพื่อให้ผู้ที่ต้องการคลื่นมากก็เล็งประมูลตัวสูง และผู้ที่ต้องการคลื่นน้อยไม่ต้องเสียเงินลงทุนจำนวนมากเกินไป
  • หลายประเทศมีการร่างแผน Spectrum Roadmap หรือแผนแม่บทเพื่อให้สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าจะต้องมีการจัดประมูลเมื่อไหร่ ประมูลคลื่นใด เพื่อให้สามารถคำนวณตัวเลขออกมาได้
  • ควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการประมูลในอนาคตหลังจากปี 2561 นี้ เพื่อให้ทั้ง 2 ค่ายที่ประมูลไปแล้วก่อนหน้านี้ไม่รู้สึกเสียผลประโยชน์มากเกินไป รวมไปถึงควรทำ Spectrum Roadmap ออกมาเพื่อให้ทุกฝ่ายทราบถึงอนาคต ไม่ใช่ต้องหวังเอาน้ำบ่อหน้าเพียงอย่างเดียว

พูดเรื่องคลื่น 5G ในอนาคต

  • ในอนาคตคลื่นความถี่ 5G คือคลื่นความถี่ที่จะต้องใช้ถนนที่กว้างมาก ๆ เพื่อให้ได้ Bandwidth ที่สูง หากเกิดการประมูลโดยยังคงใช้การแบ่งแบบเดิม ก็จะส่งผลกระทบต่อความเร็ว รวมไปถึงความเสถียรของเครือข่ายได้ จึงอยากให้มีการแชร์คลื่นความถี่ผ่านเทคโนโลยีพิเศษแทน และไม่ต้องใช้การประมูลเพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด
  • ในปี 2020 ประเทศญี่ปุ่นตั้งใจจะเป็นประเทศแรกที่ใช้อินเทอร์เน็ต 5G ในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคซึ่งจะจัดขึ้นที่โตเกียว ถือว่าเป็น 1 ในประเทศที่พัฒนาด้านโครงสร้างเครือข่ายที่เร็วมาก

 

มุมมองผู้บริโภคหลังประมูลปี 2561

  • ตลาดในปัจจุบันเริ่มมีความอิ่มตัวด้านจำนวนผู้บริโภคที่มีจำนวนไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าสมัยก่อน ถึงแม้จะมีการบริโภคข้อมูลที่สูงขึ้นก็ตาม
  • การประมูลจะไม่มีเจ้าใหม่เข้ามาลงทุนเพิ่มในปี 2561 นี้
  • และถึงแม้จะมีผู้ที่สามารถประมูลเข้ามาใหม่ได้ แต่ถ้ามีการให้บริการที่ไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ ก็เสมือนกับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ คนก็จะเลือกเจ้าที่พร้อมให้บริการแทนอยู่ดี

 

อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงความเห็นของผู้เข้าร่วมเสวนาในงานนี้ ซึ่งหวังว่าทาง กสทช. จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาเพื่อหาช่องทางที่ทุกฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์สูงสุดต่อไป

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

บทสรุป: iPhone iPad เครื่องนอก เคลมในไทยได้หรือไม่หลังมี Apple Store

Published

on

ประเทศไทยมี Apple Store อย่างเป็นทางการแล้ว และก็มีถึงการตอบคำถามที่ใครหลายๆ คนต่างรอมานานนั่นก็คือ เมื่อประเทศไทยมี Apple Store แล้วสามารถนำเครื่องหิ้วจากต่างประเทศมาเคลมในไทยได้หรือ

ขั้นแรกมาดูข้อมูลจาก Apple Online Store ประเทศไทยกันก่อน เว็บไซต์ Apple ประเทศไทยประกาศไว้ว่า Apple อาจจำกัดบริการภายใต้การรับประกันสำหรับ iPhone, iPad, Apple TV และ HomePod เฉพาะในประเทศที่ Apple หรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งของ Apple ขายอุปกรณ์ที่มีการซื้อมาแต่แรกเท่านั้น

นั่นหมายความว่า สินค้ากลุ่ม iPhone iPad Apple TV และ HomePod จะจำกัดการเคลมในประเทศที่ซื้อมาเท่านั้น เช่นซื้อ HomePod มาจากญี่ปุ่น จะเคลมได้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่เนื่องจากว่า Apple ใช้คำว่า “อาจ” จึงมีบางกรณีที่สามารถนำเครื่องหิ้วมาเคลมในไทยได้ (case by case) ทางทีมงานขอแบ่งเป็นสามระดับตามข้อมูลที่ได้รับมาดังนี้

  • เคลมได้แน่ๆ: เครื่องที่ซื้อในประเทศไทย​ โมเดล TH ทั้งหมด สามารถเคลมได้แน่นอน
  • อาจเคลมได้: เครื่องหิ้วที่มีโมเดลเดียวกับที่ขายในไทย
  • เคลมไม่ได้แน่ๆ: เครื่องหิ้วที่มาจากต่างประเทศและ คนละโมเดล อาทิ เครื่องจากอเมริกาเป็นต้น

สรุปแล้ว หากเกรงว่าตัวเครื่องจะมีปัญหาก็แนะนำให้ซื้อเครื่องในประเทศไทยจะดีที่สุดครับ ยังไงก็สามารถเคลมในไทยได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก Apple Store Iconsiam, เว็บไซต์ Apple และ AASP ในประเทศไทย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เอชพี ชูนวัตกรรม หนุนกลุ่ม SMBs และคอนซูเมอร์ ในเซาท์อีสต์เอเชียและเกาหลี

Published

on

เอชพี จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ในงานเอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 (HP Home Planet 2018) ชูนวัตกรรมและโซลูชั่นตอบโจทย์ความต้องการคนทำงานที่ต้องเคลื่อนที่ไปยังที่ต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “Our Home Today, Our World Tomorrow” ซึ่งได้แนวคิดจากการติดตาม แสวงหา และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีกลุ่มคนทำงานยุคดิจิทัล กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMBs) รวมถึงผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี เป็นตัวขับเคลื่อน

โจเซฟีน ตัน รองประธาน และผู้บริหารสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คกลุ่มคอนซูเมอร์ เอชพี กล่าวว่า งานนิทรรศการ เอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอชพีที่ต้องการมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการออกแบบชั้นเลิศกับนวัตกรรมความปลอดภัยที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดแก่ผู้บริโภคผ่านคอมพิวเตอร์กลุ่มพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด ได้แก่ HP Spectre Folio, HP Spectre13 x360 และ HP Spectre 15 x360

ด้าน โก๊ะ คง เม็ง ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการ เอชพี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี ได้กล่าวถึงโอกาสของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ รวมถึงแนวโน้มที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการพื้นฐานและการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล รวมทั้งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในมิติต่างๆ

“ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีอยู่บนเส้นทางของการเติบโต ผู้บริโภคและกลุ่มคนทำงานในยุคแห่งการเคลื่อนที่จึงแสวงหาข้อได้เปรียบจากแนวโน้มในอนาคต เช่น การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ การพลิกโฉมอย่างรวดเร็วของโลกาภิวัตน์และนวัตกรรม ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้วิถีชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเอชพีพร้อมที่จะสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภค และจุดประกายให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสการเติบโตในภูมิภาคนี้ได้สำเร็จ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอภิปรายพิเศษของผู้ชนะเลิศโครงการ HP Mars Home Planet Concept Challenge การแข่งขันโดยสมาคมอวกาศและเทคโนโลยีแห่งสิงคโปร์ (Singapore Space and Technology Association) ว่าด้วยเรื่องโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางสู่อวกาศในภูมิภาคเอเชีย โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกระบวนการผลิต และความยั่งยืนในอนาคต

เอชพี โฮม แพลนเน็ต 2018 นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชั่นล่าสุดสำหรับคนทำงานในยุคเคลื่อนที่ โดยได้จัดแบ่ง HP Experiences Zone ออกเป็นโซนต่างๆ:

· HP Spectre กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม สร้างสรรค์เพื่อวิถีชีวิตที่ทันสมัย

เอชพี ยกเครื่อง คอนเวอร์ติเบิลพีซีรุ่นล่าสุด ได้แก่ HP Spectre13 x360 และ HP Spectre 15 x360 ให้มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งดีไซน์และการใช้งานที่ครบครัน อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัวคอมพิวเตอร์ซึ่งผลิตจากหนังแท้เครื่องแรกของโลก ภายใต้ชื่อ HP Spectre Folio ที่ได้รับการออกแบบให้ดูหรูหรา สามารถย่อขนาดให้บางลง เป็นนวัตกรรมที่ปราศจากพัดลมแต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์แบบ

· HP Elitebook x360 1040 G5 เพื่ออิสรภาพไร้ขีดจำกัด คล่องตัวไปกับทุกจังหวะของชีวิต

เอชพี มุ่งมั่นในการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ บนพื้นฐานของความยืดหยุ่นอิสระ คำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางธุรกิจ HP Elitebook x360 1040 G5 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ย่อขนาดจาก 14 นิ้ว เป็น 13 นิ้ว แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์แบบ โดยใช้ ซีเอ็นซี อะลูมิเนียมทั้งแผ่นในการทำโครง และชุบผิวอลูมิเนียมเพิ่มเพื่อความคงทน ผ่านมาตรฐานการวัดความทนทานต่อการสั่นสะเทือน (MIL-SPEC)

· Z by HP นวัตกรรมสร้างโลกใหม่สำหรับวันพรุ่งนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์เวิร์คสเตชั่น เอชพี ซี ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักสร้างสรรค์มืออาชีพ สมรรถนะอัดแน่นและมอบความคุ้มค่าด้วยซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองจากอุตสาหกรรมชั้นนำ เอชพี ซีบุ๊คส์ และ ซี เดสก์ท็อป เวิร์คสเตชั่น มอบพลังสร้างสรรค์งานอย่างไร้ขีดจำกัด อิสระในการทำงานร่วมกัน ผสมผสานระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง และสามารถลดระยะเวลาการทำงานกราฟฟิก

· HP LaserJet MFP series พลิกโฉมนวัตกรรมการพิมพ์

กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ที่ต้องการเพิ่มผลผลิตและลดภาระต้นทุน ภายใต้การบริหารจัดการและความปลอดภัยทางธุรกิจ เอชพี ได้เพิ่มสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องพิมพ์ขนาด A3 สำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ HP LaserJet MFP รุ่น M72625 และ M72630dn เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น ทำงานได้เอนกประสงค์สำหรับงานเอกสารขนาด A3 มีรูปแบบการพิมพ์ที่หลากหลาย สามารถสั่งพิมพ์ได้อย่างปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรองรับการสแกนและถ่ายสำเนา

· เปิดตัวเครื่องพิมพ์สามมิติ HP Jet Fusion 3D ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี

เอชพี ประกาศเป็นพันธมิตรกับ DKSH ส่งมอบเครื่องพิมพ์สามมิติ HP Jet Fusion ให้บริการกับลูกค้าในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ผนึกกำลังพันธมิตรยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตให้แพร่หลายมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ DKSH เป็นพันธมิตรรายแรกที่เอชพีจะดำเนินการส่งมอบเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ ในประเทศมาเลเซีย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ขายในไทยแล้ว Sennheiser MOMENTUM True Wireless หูฟังไร้สายที่แท้ทรู เน้นเสียงพรีเมี่ยม ไม่แลค

Published

on

Sennheiser MOMENTUM True Wireless เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังเจนใหม่ตัวแรกในตระกูล MOMENTUM และเป็นหูฟังแบบ True Wireless ตัวแรกของ Sennheiser แบรนด์หูฟังและไมโครโฟนชั้นนำจากเยอรมัน ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่คุณภาพเสียงที่ได้จากไดนามิก ไดรเวอร์ (Dynamic Driver) ขนาด 7 มม. ที่อยู่ในตัวหูฟังแต่ละข้าง พร้อมเทคโนโลยี Bluetooth 5.0 เวอร์ชั่นล่าสุด รองรับการเข้ารหัสเสียง AAC และ Qualcomm® aptX จึงให้คุณภาพเสียงคมชัดระดับ hi-fi พร้อมรองรับ aptX Low Latency (aptX LL) ทำให้การชมวิดีโอผ่านสมาร์ทโฟนทำได้ดี เสียงพูดตรงปาก ไม่ใช่เสียงแลคจากปากเหมือนที่หูฟัง True Wireless หลายตัวชอบเป็นกัน

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Transparent Hearing ที่จะเปิดให้เสียงภายนอกเข้ามาในหูฟังได้ ทำให้สามารถใช้ฟังระหว่างเดินทางได้โดยยังได้ยินเสียงโลกรอบตัวอยู่ หรือร่วมบทสนทนากับผู้อื่นโดยไม่จำเป็นต้องถอดหูฟัง

นอกจากนี้ MOMENTUM True Wireless ยังรองรับการเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้ช่วยอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น Siri จากค่ายแอปเปิ้ลหรือ Google Assistant โดยแตะข้างหูฟัง แล้วออกคำสั่งด้วยเสียง ก็ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ช่วยอัจฉริยะแล้ว และหูฟังตัวนี้ยังใช้เทคโนโลยี 2-mic-beamforming หรือไมโครโฟน 2 ตัวที่โฟกัสเสียงพูด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแยกเสียงหลักออกจากเสียงรบกวนเพื่อให้การสนทนาทางโทรศัพท์มีความชัดเจนและทำงานร่วมกับคำสั่งเสียงได้อย่างดี

หูฟัง MOMENTUM True Wireless สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างประสบการณ์ให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคนผ่านทางแอปพลิเคชัน Sennheiser Smart Control ที่สามารถใช้งานได้ฟรี ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความชอบผ่านระบบเสียง EQ ที่ติดตั้งมากับตัวหูฟัง ทั้งนี้แอปฯ จะเปิดตัวพร้อมกับการเปิดตัวหูฟัง

Sennheiser MOMENTUM True Wireless ใช้งานได้นานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง และยังสามารถชาร์จผ่านเคสใส่หูฟังที่มีแบตสำรองในตัว เพื่อยืดเวลาการใช้งานเป็น 12 ชั่วโมง (ชาร์จหูฟังได้อีก 2 รอบ) เพียงพอสำหรับการใช้งานแต่ละวัน นอกจากนี้ MOMENTUM True Wireless ยังได้รับการออกแบบให้สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังสามารถกันละอองน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX4

หูฟังไร้สาย MOMENTUM True Wireless จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป ในราคา 12,390 บาท และสามารถหาซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายของเซนไฮเซอร์ อาทิ มั่นคง แก็ดเจ็ท, iStudio by Copperwired, ดอทไลฟ์ และเซนไฮเซอร์ ออนไลน์ สโตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!