Connect with us

ข่าววงการไอที

Paint.NET โปรแกรมแต่งภาพฟรี ปล่อยบน Windows Store แต่ไม่ฟรี?

Published

on

Paint.NET เป็นโปรแกรมแต่งภาพฟรี โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ที่มีความสามารถและหน้าตาใกล้เคียง Photoshop ซึ่งเราเคยแนะนำไปแล้ว [คลิกอ่าน]

ล่าสุดพบว่าเมื่อเข้าไปที่หน้าดาวน์โหลดของโปรแกรมนี้ มีการแนะนำให้ดาวน์โหลดผ่าน Windows Store ด้วย

สรุปคือปล่อยบน Windows Store ของ Windows 10 แล้ว แต่ดันขาย ต้องเสียเงินซื้อ!

เหตุใดทำไมถึงต้องเสียเงิน และไม่มีแจกฟรีแล้วหรือ?

ทาง Paint.NET แจ้งว่าโปรแกรมของเขาแจกฟรีตลอด ไม่มีแนวคิดเปลี่ยนนโยบายมาขาย แต่ว่าปกติเขาจะรับเงินบริจาคเพื่อใช้เป็นทุนของนักพัฒนาอยู่แล้ว ส่วนการที่เอาขึ้น Windows Store แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการทำใหม่แบบ UWP (Universal App) ที่รองรับทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือระบบ Windows และ Windows 10 บนคอมพิวเตอร์และ Tablet ทุกเวอร์ชั่นแม้กระทั่ง Windows 10 S (Windows 10 ที่ติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์ราคาถูก ที่รองรับการติดตั้ง App จาก Windows Store เท่านั้น) เป็นการนำตัวเดียวกับที่แจกฟรี 100% ฟีเจอร์เหมือนกันมาขาย

แต่มีเหตุผลคือต้องการให้เกิดความสะดวกคือประวัติการติดตั้ง App แบบนี้จะถูกเก็บไว้ในบัญชี Microsoft เมื่อทำการ Sign in ที่เครื่องไหนและกดดูผ่าน “My Library” ก็จะสามารถดาวน์โหลดได้ทันทีอย่างง่ายดาย พร้อมกับ App อื่นๆ ได้ด้วย ช่วยให้ประหยัดเวลา (ดังภาพด้านล่าง) ซึ่งสำหรับ App ที่ขายบน Windows Store นั้นซื้อครั้งเดียวสามารถลงได้ 10 เครื่องพร้อมกัน และมีการอัพเดตตลอดโดยไม่ต้องซื้อใหม่เรื่อยๆ

และไม่แน่อนาคตอาจทำให้รองรับ Windows 10 S ก็เป็นไปได้

แต่ว่าระบบ Windows Store นั้นไม่รองรับการบริจาค จึงจำเป็นต้องขาย ซึ่งตอนนี้ขายในราคา 174 บาท จนถึง 31 ตุลาคม 2560 และหลังจากนั้นจะขายในราคา 314 บาท และสามารถรับสิทธิทดลองใช้ได้ 30 วัน (โดยเป็นโปรแกรมตัวเดียวกับตัวฟรี 100%)

ส่วนแบบฟรียังมีเหมือนเดิม โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.getpaint.net/download.html

โดยคลิกที่ Host ของ dotPDN ดังภาพด้านล่าง และรองรับตั้งแต่ Windows 7 SP1 จนถึง Windows 10 เหมือนเดิม

ความแตกต่างระหว่างเวอร์ชั่นที่ขายบน Windows Store กับเวอร์ชั่นแจกฟรี

ทางผู้เขียนได้ทำการติดตั้งทั้ง 2 แบบเทียบกันแล้วพบว่า มันคือตัวเดียวกันดังที่ทาง Paint.NET แจ้งไว้ แต่พบว่า ณ เวลาที่จับภาพหน้าจอ Version ใน Windows Store ยังไม่ใช่ Version ล่าสุด (คาดว่าจะมีการออกอัพเดตตามมาทีหลัง โดยอัพเดตผ่าน Windows Store ได้เลย)

ซ้ายคือโปรแกรม Paint.NET จาก Windows Store ขวาคือโปรแกรม Line จากหน้าเว็บ getpaint.net (.exe)

เมื่อเทียบกับ Line แบบที่ให้ดาวน์โหลดบน Windows Store กับที่ดาวน์โหลดผ่านหน้าเว็บ Line โดยตรงคือคนละตัวกัน โดยของ Windows Store นั้นเป็นแบบ UWP (Universal App) แต่ที่ดาวน์โหลดผ่านหน้าเว็บ Line จะเป็นตัวสำหรับ Windows แบบปกติที่รองรับตั้งแต่ Windows XP จนถึง Windows 10

ซ้ายคือโปรแกรม Line จาก Windows Store ขวาคือโปรแกรม Line จากหน้าเว็บ Line (.exe)

อ้างอิง: Paint.NET Official Blog

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

“คุณต้องการมันแน่” Huawei แจกเพาเวอร์แบงค์ฟรีสำหรับคนที่ต่อคิวซื้อ iPhone!

Published

on

เหมือนหกับทุกๆ ปีสำหรับใครที่พรีออเดอร์ไม่ทันก็ต้องไปต่อคิวที่หน้า Apple Store เพื่อซื้อ iPhone เครื่องใหม่ แต่ปีนี้อาจแปลกตาหน่อยเมื่อ Huawei แจกเพาเวอร์แบงค์ให้ใช้ถึงที่เลยทีเดียว!

ที่หน้า Apple Store บนนถนน Orchard ประเทศสิงคโปร์ พนักงานของ Huawei นำเพาเวอร์แบงค์กว่า 200 อันมาแจกผู้ที่มาเข้าคิวซื้อ iPhone รุ่นใหม่ โดยแพ็คเกจมีเขียนว่า “Here’s a power bank, You’ll need it.” หรือ นี่คือเพาเวอร์แบงค์ คุณต้องการมันแน่

สำหรับเพาเวอร์แบงค์ที่ Huawei นำมาแจกนั้นมีความจุ 10,000 mAh รองรับ Super Charge ถือว่าเป็นการจิกกัดเบาๆ แถมยังได้ขายของอีกด้วย

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการไอที

พบข้อมูล iPad Pro รุ่นใหม่ใน iOS 12 อาจเปิดตัวปลายปีนี้!

Published

on

รายงานใหม่จากสื่อต่างประเทศหลังจากมีนักพัฒนาไปค้นพบข้อความว่า “iPad2018Fall” ใน iOS 12.1 beta เข้าให้ คาดว่าปลายปีนี้อาจมีการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่อีกด้วย

นักพัฒนาพบว่า จากการคุ้ย iOS 12.1 beta ทำให้ค้นพบว่ามีอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับในส่วนของหน้า Set up อุปกรณ์ ซึ่งอุปกรณ์ที่ค้นพบใหม่นั้นคือ “iPad2018Fall” ซึ่งคล้ายกับรายงานก่อนหน้านี้ที่มีการค้นพบข้อความว่า 2018iPhones ครับ

รายงานก่อนหน้านี้เผยว่า iPad Pro รุ่นใหม่จะรองรับ Face ID ในแนวนอน เปลี่ยนพอร์ทไปใช้ USB-C

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการไอที

“แจ็ค หม่า” เผย…นำ “Alibaba Cloud” ซัปพอร์ตป่าเคนย่า ปกป้องสัตว์ป่าจากภัยธรรมชาติและมนุษย์นักล่า!!

Published

on

ในเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก แจ็ค หม่า มหาเศรษฐี…ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของ “อาลีบาบา” และเป็นผู้ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ต แจ็ค หม่า เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศจีนเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2018 ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า ได้ขึ้นพูดบนเวทีภายในงาน The Computing Conference 2018 ที่จัดขึ้น ณ Cloud Town เมือง Hangzhou สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นบ้านเกิดของแจ็ค หม่าด้วย และ หนุ่ย พงศ์สุข แห่งแบไต๋ไฮเทค ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานใหญ่แห่งปีงานนี้ด้วย จึงถือโอกาสบอกเล่าเรื่องราวที่ แจ็ค หม่าได้ขึ้นพูดบนเวทีผ่านทางเว็บแบไต๋ดังนี้…

“แจ็ค หม่า” ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าธุรกิจคือการนำเอา “Alibaba Cloud” ไปซัปพอร์ตป่าเคนย่าเพื่อปกป้องสัตว์ป่าจากภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์นักล่า!! ซึ่งการดำเนินงานที่ Alibaba Cloud ได้เริ่มลงทำไปแล้วคือ การติดอุปกรณ์ IOT และ เรดาห์เพื่อมอนิเตอร์ติดตามพฤติกรรมสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ในเคนย่าเพื่อศึกษาและป้องกัน โดยได้รับการตอบรับจากทางเคนย่าเป็นอย่างดี โดยทางการเคนย่ายังได้มาประกาศเกียรติคุณและขอบคุณในน้ำใจของแจ็ค หม่า โดยกล่าวติดตลกว่า “ช้างที่แจ็ค หม่า อนุเคราะห์ไว้นั้น ยังตั้งท้องไม่สำเร็จเลย”

นั่นทำให้มองเห็นภาพ “การอยากพักของแจ็ค หม่า” ด้วยเหตุที่ว่า “แจ็ค หม่า มองข้ามช็อตธุรกิจไปแล้ว และอยากผันตัวไปอุทิศตนเพื่อการศึกษาและการช่วยเหลือประเทศ ที่ยังคงมีความต้องการทางดิจิทัลเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าจีนได้สร้าง “บุคคลสำคัญของโลก” ขึ้นมาได้อีก 1 คนเลยทีเดียว

หนุ่ย พงศ์สุข เล่าต่อว่า “ในขณะที่บ้านเรายังดราม่ากันอยู่ในเรื่องโจทย์เลขเก็บมะม่วงนั้น ทางประเทศจีนก็เปิดความร่วมมือกับภาคการศึกษาทั้งจีนและอเมริกา ถึงการนำ Cloud Computing มา Disrupt ในด้านการศึกษาให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น!! พี่หนุ่ยบอกว่า การเห็น แจ็ค หม่า ด้วยตาเปล่านั้น ดูคล้ายคุณทักษิณจริง ๆ นั่นแหละครับ แต่ความสดใหม่ของแจ็ค หม่าทำให้ทุกคนตั้งใจฟังเขาพูดมาก ๆ ซึ่งผิดคาดคือ แจ็ค หม่าเลือกที่จะพูดเป็นภาษาจีน แม้มีหลายคนที่ฟังไม่เข้าใจ…แต่คำพูดนั้นก็ถือว่าทรงพลัง

แจ็ค หม่า ได้กล่าวว่า “ IT เปลี่ยนชะตากรรมพวกเรา มนุษย์สร้างไอที ไอทีสร้างหุ่นยนต์ และมนุษย์ต้องคุมหุ่นยนต์ให้ได้อีกที หมายถวามว่าในอนาคตจำนวนของแอปพลิเคชันจะเพิ่มขึ้น และกระบวนการความคิดของเราจะเปลี่ยนไป เพราะ IT จะเข้ามาควบคุมสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ทุกสิ่งขึ้นกับความรู้หรือข้อมูล ซึ่งในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ ถ้าพวกคุณยังพึ่งพิงทรัพยากรโดยปราศจากการจัดการด้วย IT มันจะเป็นเรื่องยากลำบากมาก ซึ่่ง แจ็ค หม่า ได้เน้นย้ำข้อนี้กับคนทั้งโลก ทุกอย่างในโลกยุคหน้าต่อจากนี้ไป ทุกชีวิตจะหันมาต้องพึ่งพาข้อมูล Big Data ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานในอนาคต

Big Data ต้องผนวกไปด้วย Cloud Computing เพื่อมากำหนดบทบาทของการตลาด และเราต้องร่วมมือกันเพื่อการทำธุรกิจการค้าให้ก้าวหน้าต่อไปจากนี้ หน้าที่ของเราคือการสร้างความสมดุลในโลกแห่งการจ้างงาน เพราะอีกไม่นานหุ่นยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ เราจึงต้องให้ความสมดุลกับตลาดแรงงานด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่กลุ่มแรงงานมากเกินไป สิ่งสำคัญที่ต้องมุ่งเน้นคือการสร้างความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ บริการ และนวัตกรรม เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ ด้านตลาดแรงงานต้องไม่ถูกครอบงำด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ต้องแข็งแรงด้วยธุรกิจ SMEs จำนวนมาก ที่ก้าวข้าม Digital Transformation ได้ ไม่เช่นนั้นเราอาจพบกับหายนะแห่งเศรษฐกิจ เพราะการค้าแบบยุคเก่ามันจบแล้วจริง ๆ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเข้ามาพยายามเปลี่ยนแปลงมัน ฉะนั้นถ้าหากอยากอยู่รอดก็ต้องมุ่งเน้นให้ถูกจุด และหวังว่าทุกคนจะช่วยกันพัฒนาโลกอนาคตไปด้วยกัน

——————————————————————
และกำหนดการลงจากตำแหน่งประธานแห่ง Alibaba Group คือ วันที่ 10 กันยายน 2019 และรับช่วงต่อโดย CEO คนใหม่ชื่อ Daniel Zhang

บอกเล่าเรื่องราวโดย หนุ่ย พงศ์สุข แห่งแบไต๋ไฮเทค บันทึกไว้เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2018 ใน งาน The Computing Conference 2018 ภายใต้คอนเซต์ “Empower Digital China” ที่จัดขึ้น ณ Cloud Town เมือง Hangzhou สาธารณรัฐประชาชนจีน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!