Google เพิ่มฟีเจอร์ “on-body detection” โดยเจ้าของเครื่องไม่ต้องใส่รหัสปลดล็อคหากเครื่องอยู่ใกล้ตัว

Google ปล่อยฟีเจอร์ “on-body detection” บน Android deviceโดยที่เจ้าของเครื่องไม่จำเป็นต้องใส่รหัสล็อคเครื่องหากตัวเครื่องอยู่ใกล้กับเจ้าตัว

on body android
Google ออกฟีเจอร์ smart lock อัตโนมัติใหม่ โดยใช้ accelerometer ของ mobile device ตัวนั้นๆ เป็นตัวกำหนดให้ทำการล็อคเครื่อง เพื่อป้องกันข้อมูลในเครื่องกรณี mobile device เครื่องนั้นๆถูกขโมย

จากรายงานของ Android Police ฟีเจอร์ใหม่นี้มีชื่อว่า “on-body detection” ซึ่งหลักการทำงานของมันจะทำให้อุปกรณ์ mobile device ของคุณให้อยู่ในลักษณะปลดล็อคตลอดเวลาเมื่อมันยังอยู่ใกล้ๆมือคุณ ไม่ว่าจะถือไว้ หรือว่าใส่ไว้ในกระเป๋า แต่ถ้าคุณวางอุปกรณ์นั้นๆทิ้งไว้และเดินไปที่อื่นห่างๆมัน ระบบจะทำการล็อคเครื่อง

ปัจจัยที่ Android นำมาใช้วิเคราะห์ก็คือ สถานที่ที่ไว้ใจได้ (trusted place) เช่น บ้านของผู้ใช้งาน หรือห้องในทำงาน ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าแบบไม่ต้องใส่รหัสล็อคเครื่องได้

Google ได้ปล่อยฟีเจอร์ smart lock ลงบนระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop มาแล้วก่อนหน้านี้ โดยตัว device จะสามารถจับสัญญาณ อุปกรณ์ Bluetooth หรือ NFC ที่อยู่ใกล้ๆได้ และทำการปลดล็อคเครื่องให้

onbodydectect
ฟีเจอร์ on-body Detection ที่ใส่มาใน smart lock นั้นเป็นแนวคิดที่ว่า เมื่อเจ้าของอุปกรณ์นั้นๆยืนยันตัวตนด้วยการใส่รหัสปลดล็อคอุปกรณ์นั้นแล้วเก็บอุปกรณ์นั้นๆไว้ใกล้ๆตัว โดยจะวัดจากเซนเซอร์ (และตอนที่เก็บอุปกรณ์ไว้ใกล้ตัว ต่อให้ใส่รหัสล็อคเครื่องไว้ ระบบก็จะปลดล็อคไว้อยู่) ตัวอุปกรณ์จะมองว่าคนๆนั้นน่าจะเป็นเจ้าของเครื่องค่อนข้างแน่นอน แต่ถ้าเกิดว่าเจ้าของเกิดวางทิ้งไว้ แล้วมีคนหยิบไป เซนเซอร์จะมองว่าผู้ถืออุปกรณ์ตอนนี้ไม่น่าใช่เจ้าของ และจะทำการล็อคเครื่อง

แต่ Google ก็มีข้อควรระวังเกี่ยวกับฟีเจอร์ตัวนี้ด้วย เช่น เมื่อเราเปิดใช้งานฟีเจอร์ on-body detection แล้ว พร้อมปลดล็อคเครื่องแล้ว แต่กลับส่งอุปกรณ์นั้นๆไปให้ผู้อื่นถือแทน ระบบจะไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นเจ้าของกันแน่ และอาจมองว่าผู้ที่ถือคนล่าสุดเป็นเจ้าของก็เป็นได้

ณ ตอนนี้ Google ยังไม่ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ตัวนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะทยอยปล่อยให้ผู้ใช้งาน Android 5.xx ทีละกลุ่มผ่าน Google Play Services

ที่มา : cnet  |  Android Police
รูปจาก : marketbusinessnews.comdeviantart.net  |  wikipedia