ผลวิจัยชิ้นใหม่ชี้เด็กยุคนี้ชอบเล่นเกมส์บนมือถือมากกว่าพีซี

การเติบโตของเกมส์บนมือถือและแท็บเล็ตนั้นน่าจับตามองมาพักใหญ่แล้ว ซึ่งผลวิจัยชิ้นล่าสุดของสถาบันวิจัยการตลาดอย่าง NPD Group ก็ได้ออกมายืนยันกับเทรนด์ดังกล่าวนี้ โดยเปิดเผยข้อมูลระบุว่า จากกลุ่มทดลองเด็กอายุตั้งแต่ 2-17 ปี พบว่ามีถึง 63% นิยมเล่นเกมส์บนมือถือเป็นอันดับแรก ในขณะที่ตลาดมือถือนั้นคาดว่าจะเติบโตขึ้นและมีมูลค่าถึง 30 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้

ทั้งนี้ NPD Group ได้ระบุว่ากลุ่มเด็ก 2-17 ปีนั้นมีเปอร์เซ็นต์การเล่นเกมพีซีเหลือ 45% ซึ่งลดลงถึง 22% จากที่เคยสำรวจได้ในปี 2013 โดยอัตราการเล่นเกมส์พีซีที่ลดลงนี้พบมากที่สุดในกลุ่มเด็ก 2-5 ขวบ ขณะที่เกมส์คอนโซลก็ได้รับความนิยมลดลงเช่นกัน แต่ไม่มากเท่ากับเกมพีซี

นั่นหมายความว่า เด็กรุ่นใหม่รวมทั้งวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะเล่นเกมส์บนมือถือและแท็บเล็ตมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเข้าถึงง่ายกว่า นอกจากนี้ผู้ใหญ่เองก็ทำกิจกรรมต่างๆ ในมือถือมากกว่าบนพีซีไปแล้วในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการเช็คเมล์หรือท่องเน็ต ขณะที่นักพัฒนาฯ ก็หันมาโฟกัสที่ตลาดมือถือในการพัฒนาเกมหรือแอปฯ ใหม่ๆ ป้อนในช่องทางนี้มากที่สุด เนื่องจากมันเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำเงินและผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นทุกปีนั่นเอง

ที่มา : venturebeat