Notability เปลี่ยนเป็นแอปโหลดฟรี จ่ายค่าใช้รายปี ลูกค้าเก่าใช้ฟรี 1 ปีแล้วก็ต้องจ่าย!

เมื่อวานนี้ (1 พฤศจิกายน 2564) Notability แอปจดโน้ตชื่อดังออกอัปเดตใหม่เวอร์ชัน 11.0 ปล่อยให้ผู้ใช้ iOS, iPadOS, และ macOS ดาวน์โหลดไปใช้ได้แบบฟรี ๆ สำหรับลูกค้าใหม่ จากเดิมที่ต้องซื้อแอปจ่ายครั้งเดียวในราคาประมาณ 279 บาท

ในเมื่อแอปสามารถดาวน์โหลดได้แบบฟรี ๆ แล้วนั้น ในการจะใช้ฟีเจอร์ประสบการณ์ได้เต็มที่จาก Notability ผู้ใช้จำเป็นที่จะต้องสมัครสมาชิกรายปีในราคา 14.99 เหรียญต่อเดือน เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ต่าง ๆ ผู้ใช้ใหม่สามารถทดลองใช้งานได้ 14 วัน

รวมไปถึงใครหลาย ๆ คนที่เป็นเจ้าของแอป Notability กันอยู่แล้วที่จ่ายเงินซื้อแอปเกือบ 300 บาทก่อนหน้านี้เช่นกัน โดยจะมีเวลาให้ใช้งานต่อได้ไปเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม หลังจากนั้นต้องสมัครสมาชิกรายปีแบบผู้ใช้คนอื่น ๆ

หลังจากปล่อยการอัปเดตออกมานั้นแทนที่จะมีเสียงตอบรับที่ดีเพราะมีการเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรี แต่ก็กลับมีแต่คำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ใช้ปัจจุบันหลาย ๆ คน บ้างเพิ่งซื้อแอปมาหมาด ๆ บ้างซื้อฟีเจอร์เสริมในแอปไปแล้ว แต่พอมีการอัปเดต กลับต้องถูกบังคับสมัครสมาชิกรายปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ยาว ๆ

แต่ก็ได้มีคำถามเช่นกันว่า การที่ Notability เปลี่ยนมาใช้แผนการสมัครสมาชิกแทนการซื้อครั้งเดียว และจะปิดการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายใน 1 ปีจะขัดต่อ ข้อปฏิบัตการรีวิวของ App Store หรือไม่?? เนื่องจากมีการระบุไว้ว่า “หากแอปมีการเปลี่ยนไปใช้โมเดลการสมัครสมาชิกนั้น นักพัฒนาต้องไม่ปิดการใช้งานฟีเจอร์ใด ๆ ที่ผู้ใช้ได้มีการจ่ายเงินไปแล้ว”

If you are changing your existing app to a subscription-based business model, you should not take away the primary functionality existing users have already paid for. For example, let customers who have already purchased a “full game unlock” continue to access the full game after you introduce a subscription model for new customers.

Apple Developer

อย่างไรก็ตามในการอัปเดตครั้งนี้ Notability ได้ระบุว่าจะทำให้มีการอัปเดตแอปได้บ่อยมากยิ่งขึ้น และมีการเปิดใช้ฟรีให้กับสถานศึกษาที่ใช้ Apple School Manager ด้วย

ซึ่งในมุมหนึ่งก็ต้องเห็นใจNotability ที่ตั้งแต่ทำแอปมาสิบกว่าปี ไม่เคยมีการออกแอปเวอร์ชันใหม่แล้วเสียเงินอัปเกรดเลย เพิ่งมีการเปลี่ยนรูปแบบการซื้อแอปครั้งนี้ อย่างคนที่ซื้อใช้งานมาตั้งแต่ iPad 2 ก็ถือว่าใช้งานได้คุ้มเกินคุ้มแล้ว

อ้างอิง : MacRumors

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส