หลังจากที่เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดตัว Xiaomi 12T Series ในระดับโลก พร้อมประกาศราคาไทยแล้ว ทางเสียวหมี่ได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นแรกของ Redmi กับ Redmi Pad พร้อมอุปกรณ์ AIoT ต่าง ๆ ที่จะขายในประเทศไทยอีกมากมายในงาน Xiaomi Launch October 2022 นี้

Redmi Pad

Redmi Pad เป็นแท็บเล็ตราคาประหยัดรุ่นแรกจากทาง Redmi โดยมีหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ถึง 10.61 นิ้ว Refresh Rate 90Hz และลำโพง 4 ตัวด้านบนและล่างของแท็บเล็ต ที่รองรับ Dolby Atmos ด้วย แถมยังได้รับการออกแบบด้วยดีไซน์แบบ Unibody หรือเป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียวที่หรูหรา ในระดับราคาที่เข้าถึงได้

สเปกภายในของ Redmi Pad

  • หน้าจอ LCD ขนาด 10.61 นิ้ว รีเฟรชเรต 90Hz ความละเอียด 2000×1200 (2K)
  • ชิปเซต MediaTek Helio G99 ไม่รองรับการใส่ซิม
  • แรมขนาด 4 และ 6 GB
  • หน่วยความจำขนาด 128 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ขนาด 8,000 mAh แบบก้อนเดี่ยว มาพร้อมมาตรฐานการชาร์จไว 18W (โดยในกล่องจะมีอะแดปเตอร์ชาร์จขนาด 22.5W ให้)
  • ลำโพง 4 ตัว ที่ด้านบนและล่างของตัวเครื่อง รองรับระบบเสียง Dolby Atmos
  • น้ำหนัก 445 กรัม วัสดุฝาหลังเป็นกระจกขัดด้าน มาใน 3 สี : สีเทา (Graphite Gray), สีเงิน (Moonlight Silver) และสีเขียว (Mint Green)
  • ซอฟต์แวร์ MIUI13 (Based on Android 12)
  • ราคาวางจำหน่ายในประเทศไทย 7,499 บาท (รุ่น Ram 4GB และ Rom 128 GB) และ 8,499 บาท (รุ่น Ram 6GB และ Rom 128 GB – เฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น)

Xiaomi Smart Band 7 Pro

Xiaomi Smart Band 7 Pro เป็นสมาร์ตแบนด์ที่อยู่ในระดับสูงกว่า Mi Band Series โดยให้หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.64 นิ้วแบบทรงเหลี่ยม โดยมาพร้อมคุณสมบัติต่าง ๆ มากมาย เช่นโหมดกีฬากว่า 110 โหมด, การตรวจสอบการนอนหลับ รวมไปถึงการติดตามบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย นอกจากนี้ Xiaomi Smart Band 7 Pro ได้ใส่ GNSS หรือระบบการนำทางด้วยดาวเทียมเข้ามาในนาฬิกา เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของผู้สวมใส่ได้เร็ว และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สูงสุด 12 วัน และกันน้ำระดับ 5ATM อีกด้วย

โดยในประเทศไทย จะมีการวางจำหน่ายสีดำ และสีขาว (เปลี่ยนเฉพาะสาย ตัวเรือนสีดำทั้งคู่) ในราคา 2,990 บาท ทั้งในหน้าร้าน และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

Redmi Buds 4 Pro

Redmi Buds 4 Pro ได้รับการรับรองคุณภาพเสียงแบบ Hi-Res Audio Wireless ที่ทำให้เสียงเพลงที่ฟังนั้นคมชัดกว่าเดิม และยังมี Dual Driver ขนาด 10 มม. และ 6 มม. อีกด้วย โดย Redmi Buds 4 Pro รองรับระบบการแปลงสัญญาณเสียงแบบ LDAC ที่ทำให้คุณภาพของเสียงดีขึ้นด้วย และยังมีระบบเสียงเสมือนจริงรอบตัว 3 มิติในตัว (Spatial Audio) ที่ทำให้ดื่มด่ำกับการดูเนื้อหามากยิ่งขึ้นได้ อีกฟีเจอร์เด่นก็คือ ในรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อแบบ 2 อุปกรณ์ ให้สลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ได้ด้วย ส่วนแบตเตอรี่ของรุ่นนี้สามารถใช้ได้ยาวนานสูงสุดถึง 9 ชั่วโมง และถ้ามีเคสชาร์จร่วมด้วยก็สามารถใช้ได้สูงสุด 36 ชั่วโมงเลย !

ในด้านการตัดเสียงรบกวน (ANC – Active Noise Cancelation) ก็ยังตัดเสียงรบกวนได้สูงสุด 43dB พร้อมช่วงความถี่กว้าง 30-30,000 Hz ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนได้หลากหลาย หรือถ้าไม่อยากให้ตัดเสียงรบกวนเยอะ ก็มีโหมดตัดเสียงรบกวนให้ได้เลือกถึง 3 ระดับด้วยกัน ทั้งนี้ Redmi Buds 4 Pro มีให้เลือก 2 สีด้วยกัน ประกอบด้วยสีขาว (Moon White) และสีดำ (Midnight Black) วางจำหน่ายในราคา 2,290 บาท ทั้งบนหน้าร้าน ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

Xiaomi Robot Vacuum X10+

Xiaomi Robot Vacuum X10+ เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติรุ่นใหม่ของ Xiaomi ที่เรียกได้ว่าเป็นระบบ ‘อัตโนมัติ’ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาด เทขยะอัตโนมัติ ทำความสะอาดแผ่นซับ เก็บผ้าถูพื้นให้ชื้นหรือแห้งเองได้เองโดยอัตโนมัติ รวมไปถึงการทำความสะอาดที่เข้าไปทำความสะอาดพื้นได้ทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่พื้นพรม ขณะเดียวกันก็สามารถดูดฝุ่นได้อย่างทั่วถึงด้วยแรงดูด 4,000 Pa (ปาสคาล) รวมถึงได้ขับเคลื่อนด้วยระบบ S-Cross AITM ที่ทำให้ตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหลบสิ่งกีดขวางได้ หรือสามารถตั้งค่าเลี่ยงบริเวณที่ไม่ต้องการให้มีการดูดฝุ่นก็ได้ด้วย โดยด้านหน้าของหุ่นยนต์มีเซนเซอร์เป็นเลเซอร์ และ กล้อง RGB ที่ช่วยกันกับระบบนำทาง LDS ในการคำนวณการนำทางและการวางแผนเส้นทางการทำความสะอาดได้อย่างดี

Xiaomi Robot Vacuum X10+ สีขาว วางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 25,990 บาท ที่หน้าร้านของ Xiaomi และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Xiaomi Truclean W10 Pro Wet Dry Vacuum

Xiaomi Truclean W10 Pro Wet Dry Vacuum เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบเปียกและแห้งเครื่องแรกของ Xiaomi ด้วยการเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบคุมเองที่สามารถทำได้ทั้งดูดฝุ่น ถูพื้น และขัดถู ตัวเครื่องดูดฝุ่นขับเคลื่อนด้วยระบบตรวจจับสิ่งสกปรกอัจฉริยะ ที่จะเพิ่ม-ลด ความแรงในการดูดได้ตามปริมาณสิ่งสกปรกที่สัมผัสได้ ซึ่งแรงดูดนี้สามารถดูดได้ทั้งฝุ่น ขยะ ขนสัตว์ หรือกระทั่งของเหลวก็ดูดได้ นอกจากนี้ Xiaomi Truclean W10 Pro Wet Dry Vacuum มีหัวทำความสะอาดหลายแบบที่ทำความสะอาดซอกมุมที่ต่างกัน หรือมุมที่เข้าถึงยากได้ ส่วนที่จับของเครื่องดูดฝุ่นก็หมุนได้ถึง 90 องศา ซึ่งช่วยให้ทำความสะอาดใต้เฟอร์นิเจอร์ได้สะดวกมากขึ้นไปอีก

Xiaomi Truclean W10 Pro Wet Dry Vacuum สีขาว วางจำหน่ายในไทย ในราคา 15,990 บาท ที่หน้าร้านของ Xiaomi และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Xiaomi Robot Vacuum X10+ (ซ้าย) และ Xiaomi Truclean W10 Pro Wet Dry Vacuum (ขวา)

Xiaomi Smart Doorbell 3 และ MI Dash Cam 2

Xiaomi รุกตลาดกระดิ่งบ้านเพิ่มเติมแล้ว ! กับ Xiaomi Smart Doorbell 3 ออดหน้าบ้านอัจฉริยะที่มีกล้องความละเอียด 2K ที่สามารถจับความเคลื่อนไหวหน้าประตูได้ชัดเจนแม้เวลากลางคืน เพราะมีไฟอินฟราเรดกำลังสูง 940nm 4 ตัว อีกทั้งยังสามารถจับภาพอัลตราไวด์แนวทะแยงได้ 180 องศา และแนวตั้งได้ 107 องศา ที่ทำงานพร้อมกับ AI ในการจดจำใบหน้าของผู้ที่เดินมาที่หน้าบ้าน หากเกิดความผิดปกติ ก็จะแจ้งเตือนเข้ามาที่สมาร์ตโฟนของเราได้เลย แถมยังตรวจจับภาพแบบเรียลไทม์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมี Smart Voice Change Intercom ที่ใช้สื่อสารสองทางระหว่างกระดิ่งบ้าน กับภายในบ้าน โดยสามารถเปลี่ยนเสียงตามต้องการได้ เพื่อความปลอดภัย โดยวางจำหน่ายในราคา 2,990 บาท

ส่วน MI Dash Cam 2 เป็นกล้องสำหรับติดหน้ารถพร้อมกล้องความละเอียด 2K HD ที่เก็บภาพได้มุมกว้าง 140 องศา โดยสามารถถ่ายวิดีโอเข้ารหัส H.265 ให้การคุณภาพและพื้นที่จัดเก็บดีขึ้นกว่าเดิม และมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพในเวลากลางคืน ทำได้ดีกว่าเดิม และโหมดการตรวจสอบการจอดรถ ที่ช่วยคลายกังวลเวลาจอดรถได้ ทั้งนี้ หน้าจอของ MI Dash Cam 2 ใช้หน้าจอเป็น IPS ขนาด 3 นิ้ว ที่มีขาตั้งในตัว และเลนส์ที่หมุนได้ โดยวางจำหน่ายในไทยในราคา 2,990 บาทเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 อุปกรณ์ สามารถซื้อได้ที่หน้าร้านของ Xiaomi และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส