Connect with us

ข่าววงการมือถือ

หลายปัญหารุมเร้า ส่งผลยอดขาย iPhone ในประเทศจีน “ลดลง 20%” เมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2018 ที่ผ่านมา

IDC รายงานว่า ยอดจำหน่าย iPhone ในประเทศจีน เมื่อช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 ที่ผ่านมา ลดลง 19.9% และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่อันดับที่ 4 (11.05%) รองจาก Huawei, Oppo และ Vivo

ปัจจัยที่งส่งผลต่อยอดจำหน่าย iPhone ในประเทศจีนนั้นมีหลายประการ หนึ่งในนั้นคือราคาที่สูงมาก

นับจากที่มีกรณีพิพาททางก่ารค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน ทำให้ค่าเงินหยวนนั้นลดลง และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นั้นแข็งขึ้น ส่งผลทำให้ iPhone XR ซึ่งเป็นรุ่นราคาประหยัดที่สุดของ Apple ในปี 2018 ที่จำหน่ายในประเทศจีนนั้นมีราคาแพงกว่า Huawei Mate 20 Pro ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียมที่สุดเสียอีก

ต่อมา Apple ได้ปรับลดราคาลงเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้กล่าวเดือนประเทศพันธมิตรต่าง ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงในการใช้อุปกรณ์ของ Huawei โดยอ้างถึงความปลอดภัยของระบบ และการจารกรรมข้อมูลโดยรัฐบาลจีน

และนั่นยิ่งส่งผลกระทบในแง่ลบต่อการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน มากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น Qualcomm ยังได้ชนะการฟ้องร้อง Apple ในประเทศจีน เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตร ซึ่งส่งผลทำให้ห้ามจำหน่าย iPhone 6s ไปจนถึง iPhone X ในประเทศจีนด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Samsung Galaxy S10 5G จะเริ่มขายใน 8 ประเทศ : ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป

Published

on

Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S10 5G ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรองรับ 5G รุ่นแรกของบริษัท ไปภายในงาน Unpacked เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา โดยจะรองรับ 5G อย่างเต็มรูปแบบทั้งเครือข่าย mmWave และ sub-6GHZ

ไม่เพียงแค่นั้น Samsung ยังได้ประกาศรายชื่อ 8 ประเทศ ที่จะเริ่มวางจำหน่าย Galaxy S10 5G ดังนี้

  • สหรัฐอเมริกา
  • ออสเตรเลีย
  • ฝรั่งเศส
  • เยอรมนี
  • อิตาลี
  • สเปน
  • สวิสเซอร์แลนด์
  • สหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ การเชื่อมต่อเครือข่ายที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G อย่างเต็มรูปแบบในยุโรปนั้น มีผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่อยู่ 8 รายด้วยกัน ดังนี้

  • Deutsche Telekom
  • EE
  • Orange
  • Sunrise
  • Swisscom
  • TIM
  • Telefonica
  • Vodafone

สำหรับสหรัฐอเมริกานั้น จะรองรับการเชื่อมต่อ 5G ผ่านทาง Verizon

ในขณะเดียวกัน Marc Allera ซีอีโอฝ่าย Consumer Division ของ BT ได้กล่วาว่า จะให้บริการสัญญาณ 5G ใน 16 เมืองของสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดี ทาง Samsung ยังมิได้ออกมาเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการของ Galaxy S10 5G แต่อย่างใด

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

ดูกันชัดๆ! กล้องเรือธง Samsung Galaxy S10+ เปรียบเทียบกับ iPhone XS Max, Galaxy Note 9 และ LG V40

Published

on

Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ Galaxy S10 อย่างเป็นทางการ ภายในงาน Unpacked เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา รุ่นหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมงานให้ความใจมากที่สุดคือ Galaxy S10+ สุดพรีเมียม

สิ่งหนึ่งที่ทำได้อย่างน่าประทับใจคือ กล้องหลัง ซึ่งสามารถแข่งกับคู่แข่งในตลาดอย่าง iPhone XS Max, Samsung Galaxy Note 9 และ LG V40 ได้อย่างไม่ยากเย็น

เรามาดูภาพเปรียบเทียบกัน

กล้องหลัง 3 ตัว ของ Galaxy S10+

Samsung Galaxy S10+ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ซึ่งรองรับการถ่ายภาพในระยะต่าง ๆ คือ ระยะมาตรฐาน, Telephoto, และ Super Wide-Angle คล้ายกับมุมกล้อง GoPro

นั่นคือสิ่งที่ Galaxy S10+ ทำได้เหนือกว่า Galaxy Note 9 และ iPhone XS Max ที่มีกล้องหลัง 2 ตัว สำหรับระยะมาตรฐาน และ Telephoto

  • Samsung Galaxy S10+/ Samsung galaxy S10+ ซูม 2x
  • Samsung Galaxy S10+ เลนส์ Super Wide-Angle

  • Samsung Galaxy Note 9/ Samsung Galaxy Note 9 ซูม 2x
  • iPhone XS Max/ iPhone XS Max ซูม 2x
  • LG V40/ LG V40 ซูม 2x

การโฟกัสภาพ Portrait ยังไม่โดดเด่นนัก

การถ่ายภาพโหมด Portrait ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่เริ่มเปิดตัว iPhone 7 Plus เป็นต้นมา ซึ่งใช้เลนส์ Telephoto ซูม 2x เพื่อรองรับอัลกอริธึมในการสร้างเอฟเฟกความลึกของภาพ หรือที่เรียกว่า Bokeh

จึงเป็นจุดด้อยเพียงเล็กน้อย สำหรับ Live Focus ในการถ่ายภาพ Portrait ของ Samsung Galaxy S10+ ซึ่งใช้เลนส์กล้องหลักแทนที่จะใช้เลนส์ Telephoto และส่งผลทำให้ได้ภาพที่มีมิติต่างกันเล็กน้อย แต่ถ้าไม่สักเกตก็จะไม่เห็นความแตกต่างแต่อย่างใด

สีจัดจ้าน แต่มากเกินไปในบางครั้ง

Samsung Galaxy S10+ มาพร้อม AI ที่ช่วยในการเรนเดอร์สี แต่ดูเหมือนว่าจะเร่งเฉดสีขึ้นอีกระดับหนึ่ง และทำให้ภาพดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร

คุณภาพโดยรวม ยอดเยี่ยมมาก

หลังจากได้ทดสอบ Samsung Galaxy S10+ มาระยะหนึ่งแล้วนั้น ได้แสดงให้ทราบว่า กล้องหลังนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงมาก แต่ก็มิได้โดดเด่นไปกว่า Samsung Galaxy Note 9 หรือ iPhone XS Max มากนัก

สิ่งได้รับการปรับปรุงจาก Samsung Galaxy Note 9 อย่างชัดเจนคือ Dynamic Range แต่โดยรวมแล้วเรียกได้ว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม

Samsung Galaxy S10+ ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพกล้องโดย DxOMark ผู้ทดสอบกล้องระดับโลก โดยทำคะแนนรวมไปได้ 109 คะแนน เทียบเท่า Huawei Mate 20 Pro และ P20 Pro ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในการจัดอันดับของ DxOMark แต่เนื่องจากได้คะแนนในกล้องหน้ามากกว่า ทำให้ Samsung Galaxy S10+ มีจุดเด่นมากกว่าเล็กน้อย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

Samsung Galaxy S10+ ทำคะแนนทดสอบกล้อง DxOMark สูงสุด : รวม 109 คะแนน

Published

on

Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด Galaxy S10+ ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียม ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพกล้องโดย DxOMark ผู้ทดสอบกล้องที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก อยู่ที่ 109 คะแนน

คะแนนทดสอบกล้องหลังนั้นเทียบเคียงได้กับ Huawei Mate 20 Pro และ Huawei P20 Pro แต่ด้วยประสิทธิภาพของกล้องหน้าที่เหนือกว่า ทำให้ Samsung Galaxy S10+ มีคะแนนโดยภาพรวมสูงสุดของ DxOMark

สเปคสำคัญของกล้อง Samsung Galaxy S10+

  • กล้องหลัง 3 ตัว
  • กล้องหลัก ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/1.5–2.4)
  • กล้องเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (f/2.4)
  • กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (f/2.4)
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 2160p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที)

Samsung Galaxy S10+ ทำคะแนนทดสอบกล้องหน้าในส่วนของการถ่ายภาพนิ่งไปได้ 114 คะแนน เทียบเท่ากับ Huawei Mate 20 Pro และ Huawei P20 Pro และทำคะแนนบันทึกวิดีโอไปได้ 97 คะแนน เทียบเท่ากับ Huawei Mate 20 Pro แต่น้อยกว่า Huawei P20 Pro เล็กน้อย (98 คะแนน)

แต่ถึงกระนั้น Xiaomi Mi 9 ซึ่งเป็นเรือธงรุ่นล่าสุดของ Xiaomi ก็ทำคะแนนทดสอบบันทึกวิดีโอได้สูงสุดของ DxOMark เช่นกัน

Samsung Galaxy S10+ ยังทำคะแนนทดสอบกล้องหน้าไปได้ 96 คะแนน สูงกว่า Huawei Mate 20 Pro และ Huawei P20 Pro ที่ทำได้ 75 คะแนน และ 72 คะแนน ตามลำดับ

จุดเด่น จุดด้อยของกล้อง Samsung Galaxy S10+

ข้อดี การบันทึกภาพนิ่ง

  • White Balance แม่นยำ และการเรนเดอร์สีทำได้ดีในสภาวะแสงส่วนใหญ่
  • ระดับ Noise น้อย ทั้งจากการถ่ายภาพในสภานที่ และที่แสงน้อย
  • Dynamic Range กว้างมาก และป้องกัน Highlight ได้อย่างยอดเยี่ยม
  • เก็บรายละเอียดในการซูมภาพได้ดี
  • เอฟเฟก Bokeh สมจริง มีรัศมีกว้าง และเก็บขอบได้ดี

ข้อดี การบันทีกวิดีโอ

  • จัดการ White Balance ได้ดี ในสภาวะแสงส่วนใหญ่
  • Autofocus รวดเร็วและแม่นยำ
  • มีความเสถียรมาก
  • จัดการ Exposure และ Dynamic Range ของวัตถุเป้าหมายได้ดี

ข้อเสีย การบันทึกภาพนิ่ง

  • ขาดรายละเอียดในการซูมภาพระดับไกลขึ้น
  • เอฟเฟก Bokeh ผิดพลาดในบางครั้ง

ข้อเสีย การบันทึกวิดีโอ

  • ยังมี Noise ให้เห็นในภาพ
  • ความสดของสีลดลงเล็กน้อย ในสภาวะแสงน้อย
  • ขาดความคมชัดเล็กน้อย ในการจับวัตถุที่เคลื่อนไหว
  • Exposure มากเกินไปในบางครั้ง โดยเฉพาะในที่แสงจ้า

ข้อมูลอ้างอิง : dxomark

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!