Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Microsoft ประกาศผู้ชนะ Imagine Cup ประเทศไทย 2017 ย้ำความสำคัญ 4 วิชาหลัก

ร่วมเฉลิมฉลองขึ้นปีที่ 15 การแข่งขันอิมเมจิ้นคัพ 2017 ถูกจัดขึ้นภายใต้ธีม “StudentsInSTEM” พร้อมตอกย้ำความสำคัญของวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์

Published

on

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศผลทีมผู้ชนะการแข่งขันรายการอิมเมจิ้นคัพ ประเทศไทย 2017 (Imagine Cup Thailand 2017) โดยทีม Welse จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้รับชัยชนะท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้น หลังจากผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 7 ทีมสุดท้าย จากทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 100 ทีมทั่วประเทศ ทีม Welse นำเสนออุปกรณ์ไอโอทีแบบพกพาที่ช่วยสร้างการทดสอบเชิงคลินิก (Clinical Test) ของเลือด และส่งผลไปยังแอพพลิเคชั่น เพื่อการวิเคราะห์ต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการสื่อสารและอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำงานให้กับเครือข่ายอาสาสมัครและสถานีอนามัยท้องถิ่น

นางสาวศิริพร พัชรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เรากำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือยุคที่การปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล ได้ทำให้เส้นแบ่งแยกระหว่างโลกทางกายภาพ ชีวีภาพและดิจิทัลแทบจะมองไม่เห็น”

จากรายชื่ออาชีพติดอันดับที่ดีที่สุดในด้านความก้าวหน้าในอาชีพและเงินเดือนในปี 2017 เผยแพร่โดย LinkedIn[1] พบว่า อาชีพ 20 อันดับแรกเป็นอาชีพที่ล้วนต้องใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์  นอกจากนี้ World Economic Forum[2] พบว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า อาชีพในสาขาสะเต็ม – STEM: Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) Mathematics (คณิตศาสตร์) จะเป็นอาชีพที่มีการเติบโตเร็วที่สุด

“เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ประเทศไทยจำเป็นต้องเน้นย้ำการเสริมสร้างทักษะทางเทคโนโลยีและการคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล ให้กับแรงงานไทยในอนาคต พร้อมจุดประกายเยาวชนให้สามารถสร้างทักษะใหม่ๆและทำให้มันเติบโตได้ และจากการสำรวจล่าสุดของไมโครซอฟท์เกี่ยวกับ อนาคตด้านดิจิทัลในเอเชีย (Microsoft Asia Digital Future Survey) พบว่า 70% ของเยาวชนไทยรู้สึกถึงความพร้อมของประเทศที่มีต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะพลิกรูปแบบการดำเนินชีวิต เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันอิมเมจิ้นคัพ จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำหรับคนรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาทักษะด้านสะเต็ม (STEM) และเสริมสร้างการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันเยาวชนให้เป็นผู้คิดริเริ่ม ด้วยเหตุนี้เอง อิมเมจิ้นคัพ 2017 จึงมองหาการบูรณาการของเทคโนโลยีในรูปแบบของอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นที่สามารถพลิกแนวทางการใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตได้” นางสาวศิริพร กล่าวเสริม

ผู้นำด้านธุรกิจในประเทศไทยและในภูมิภาคตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับใช้และก้าวเข้าสู่ยุคการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล ผลสำรวจล่าสุดของไมโครซอฟท์ เผยว่า 89% ของผู้นำภาคธุรกิจไทย เห็นว่า ทุกองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลเพื่อผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกัน กลับมีองค์กรเพียง 29% ที่มีกลยุทธ์ด้านดิจิทัลเต็มรูปแบบเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ การศึกษาครั้งนี้ ยังพบว่า องค์กรในประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และการทำงานร่วมกันในโลกดิจิทัล เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ทักษะทางเทคโนโลยีเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับยุคการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล ดังนั้น การเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้กับนักเรียน นักศึกษา เพื่อการแข่งขันในตลาดแรงงานในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ดร. อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตระหนักดีถึงความสำคัญของสาขาวิชาสะเต็มศึกษา และเราก็มีความยินดีที่ได้เห็นไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ของเยาวชนในด้านดังกล่าวผ่านทางการแข่งขันอิมเมจิ้นคัพ”

“อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาทักษะด้านสะเต็มคือการมีวิสัยทัศน์ และการประสานพลังร่วมกันในด้านการพัฒนาบุคลากร ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนประเทศผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรม การแข่งขันอิมเมจิ้นคัพจึงเป็นเวทีชั้นยอดในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่สำคัญสำหรับนักคิดแห่งอนาคต ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 15 แล้ว โดยเยาวชนไทยสามารถแสดงศักยภาพให้ปรากฏบนเวทีระดับโลก และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยได้ด้วยการคว้าตำแหน่งแชมป์โลกมาครองถึง 4 สมัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ดิฉันหวังว่าการแข่งขันที่เป็นประโยชน์เช่นนี้จะอยู่คู่กับเยาวชนไทยต่อไป เพื่อแสดงถึงความร่วมมือระหว่างสองภาคส่วนที่แข็งแกร่งในการสร้างเวทีให้เยาวชนแสดงออกถึงความสามารถเชิงนวัตกรรม ที่เข้ากับยุคสมัยแห่งเทคโนโลยี ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ผ่านความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย”

“ไมโครซอฟท์รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางธุรกิจด้วยดิจิทัลในประเทศไทย โดยการสนับสนุนและบ่มเพาะคนรุ่นใหม่มากความสามารถที่จะมาเป็นผู้นำในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นเยาวชน คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาสร้างสรรค์เทคโนโลยีในอนาคต โดยส่วนตัวแล้ว ดิฉันรู้สึกยกย่องในความสามารถและความมุ่งมั่นของน้องๆ ที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม” นางสาวศิริพร กล่าวสรุป

ทีม Welse จะได้รับรางวัล ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันอิมเมจิ้นคัพ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ประเทศฟิลิปินส์ ในวันที่ 24 เมษายน 2560 และจะร่วมแข่งขันกับทีมจากประเทศอื่นๆ อีก 9 ประเทศ เพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนของภูมิภาคไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ณ กรุงซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2560 นี้ โดยเยาวชนมากความสามารถจากทั่วโลกจะมาร่วมแข่งขันเพื่อชิงถ้วยอิมเมจิ้นคัพ และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 เหรียญสหรัฐ

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

โครงการ AIS SMART GEN 2018 by CLEO กิจกรรมเพื่อหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรง ก้าวทันเทคโนโลยี

Published

on

ที่มาของโครงการ

โครงการ AIS SMART GEN 2018 by CLEO เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อ เปิดโอกาสให้กับหนุ่มสาว รุ่นใหม่ไฟแรง บุคลิกภาพดี มีความสามารถ ก้าวทันเทคโนโลยีและสนใจการวางแผนการตลาด เพื่อดำรง ตำแหน่ง Brand Representative ของ AIS เป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมได้เรียนรู้วิธีการ พัฒนาบุคลิกภาพ เสริมทักษะด้านการประชาสัมพันธ์ และการวางแผน ทางการตลาด ร่วมกับทีมงาน AIS ได้เรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม มากมาย พร้อมพัฒนาศักยภาพ โดย AIS SMART GEN นั้น เปิดโอกาสให้กับหนุ่มหล่อ และสาวสวย มากความสามารถทั้งหมด 10 คน

คุณสมบัติผู้สมัครที่ AIS ต้องการ

  • เพศหญิง – เพศชาย
  • อายุระหว่าง 20 – 25 ปี
  • ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร
  • อยู่ระหว่าง หรือ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
  • มีทักษะการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • มีบุคลิกภาพที่ดี มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก มีความสนใจเทคโนโลยี
  • สามารถปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้

หน้าที่ของ AIS SMART GEN

  • เป็น Brand Representative นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัท
  • เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการ ในช่องการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ของบริษัท
  • ร่วมกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ ทางการตลาด และกิจกรรมสาธารณะกุศล ต่างๆ ที่บริษัทมีส่วนร่วม

AIS SMART GEN ได้อะไรตอบแทน

  • ค่าตอบแทนตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 250,000 บาท
  • ค่าบริการโทรศัพท์เคลี่อนที่ฟรีระยะเวลา 1 ปี
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตและอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพในระยะเวลาการปฎิบัติหน้าที่ 1 ปี
  • โอกาสการไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ
  • หลักสูตรอบรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาบุคลิกภาพด้านการประชาสัมพันธ์
  • **เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนข้างต้น เป็นไปตามสัญญาว่าจ้างที่จะได้มีการลงนามระหว่างบริษัท**

ขั้นตอนการสมัคร

  • กรอกข้อมูลลงในเวปไซต์ให้ครบถ้วน
  • อัพโหลดรูปภาพ 2 รูป ทั้งภาพครึ่งตัวที่เห็นใบหน้าชัดเจนและภาพเต็มตัว
  • อัพโหลดคลิปวิดิโอแนะนำตัว
  • อย่าลืมกดปุ่มยืนยันในการลงทะเบียนด้วยนะจ๊ะ

**หนุ่มสาวที่สนใจก็สามารถส่งใบสมัครเข้ามาได้ที่ Email : cleopromotion@postintermedia.com ได้ตั้งแต่ วันที่ 8 ก.พ.- 8 มี.ค. 2561

**หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cleothailand.com และ facebook https://www.facebook.com/CLEOThailand/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ร่วมมือ เทิร์นเนอร์ เปิดตัว 2 คอนเท็นต์ “CNN และ การ์ตูน เน็ตเวิร์ค”

Published

on

เอไอเอส  ผนึกกำลัง เทิร์นเนอร์ เอเชีย แปซิฟิค เปิดตัว 2 ช่องชั้นนำระดับโลกจาก สหรัฐอเมริกาเพื่อคนไทย

  • ประเดิมด้วยสถานีข่าวอันดับหนึ่งของโลก “ซีเอ็นเอ็น” ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร และการรายงานสดจากทุกมุมโลก ให้คนไทยไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานพิเศษ และการวิเคราะห์เจาะลึก นอกจากนี้ยังเปิดโลกความบันเทิง เสริมจินตนาการสุดสร้างสรรค์แก่เยาวชนไทย กับ “ช่องการ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ที่รวมเหล่าการ์ตูนชื่อดัง อาทิ Ben 10 , The Amazing World of Gumball , Adventure Time , Powerpuff Girls , OK K.O.! Let’s Be Heroes and We Bare Bears มาให้เยาวชนได้ติดตามแบบเต็มอิ่ม
  • สุดยอดคอนเท็นต์ทั้ง 2 ช่อง จะมาเติมเต็มให้ภาพรวมของคอนเท็นต์บน แอปฯ AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX มีความครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม โดยล่าสุดเอไอเอสมีจำนวนคอนเท็นต์ทั้งหมดถึง 42 ช่อง และทำให้ปัจจุบันเทิร์นเนอร์มีช่องฮิตบน AIS PLAY ถึง 6 ช่อง คือ  Warner TV, HLN , Boomerang โดยล่าสุดคือ ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวิร์ค
  • พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสดู 2 ช่องใหม่ “ซีเอ็นเอ็น” และ “การ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ได้ฟรี 7 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.พ. 61 ผ่านทาง
  • แอปฯ AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับค่ายเทิร์นเนอร์ นำสุดยอดคอนเท็นต์ระดับโลกทีเดียวถึง 2 ช่อง มอบให้แก่ชาวไทย คือ

  1. ซีเอ็นเอ็น ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานีข่าวอันดับ 1 ของโลก เข้าถึงประชากรกว่า 425 ครัวเรือนทั่วโลก และด้วยทีมข่าวมืออาชีพที่ประจำอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ซีเอ็นเอ็น สามารถพาเราเข้าถึงทุกความเคลื่อนไหว ทุกเหตุการณ์สำคัญจากทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการรายงานข่าวสดจากเทคโนโลยีทันสมัย เจาะลึกยิ่งกว่าใคร และ
  2. การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ช่องความบันเทิงสุดน่ารัก ที่มอบทั้งความสุข เสียงหัวเราะ พร้อมเปิดโลกทัศน์ เสริมจินตนาการให้แก่เยาวชนไทยได้อย่างดี โดยเราต้องขอบคุณค่ายเทิร์นเนอร์ที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในคุณภาพของวีดีโอแพล็ทฟอร์ม และเครือข่ายจากเอไอเอส ว่าพร้อมจะเข้าถึงคนไทย เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบถ้วนให้แก่คนไทยได้ตามที่ตั้งใจไว้”

ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวอร์ค พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้ ที่แอป AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX สำหรับช่อง

  • ซีเอ็นเอ็น สามารถรับชมได้ที่ แอป AIS PLAY ผ่าน แพ็กเกจ Premier Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่าน แพ็กเกจ Platinum Full  HD 
  • ส่วนช่อง การ์ตูนเน็ตเวอร์ค Cartoon Network สามารถรับชมได้ที่ แอป AIS PLAY ผ่าน แพ็กเกจ Premier Full HD และ Sportainment Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่าน แพ็กเกจ Platinum Full HD และ Family Full HD

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/aisplay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

หัวเว่ย ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 25 ในการจัดอันดับ Brand Finance Global 500 ปี 2018

Published

on

แบรนด์ไฟแนนซ์ เอเจนซีที่ปรึกษาระดับโลก เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และคุณค่าของแบรนด์ ได้ทำการจัดอันดับเพื่อทำการประเมินมูลค่าของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักระดับโลกนับพันแบรนด์ในแต่ละปีเพื่อเฟ้นหาแบรนด์ดังระดับโลกที่น่าเชื่อถือที่สุดแห่งหนึ่ง โดยไม่เพียงวัดมูลค่าของแบรนด์แต่ละแบรนด์ด้วยดัชนีความแข็งแกร่งของแบรนด์ (BSI) เท่านั้น แต่ยังประเมินปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายปัจจัย  และได้เผยผลการจัดอันดับแบรนด์ที่ทรงคุณค่าที่สุดจากทั่วโลกในปี 2018 โดย “หัวเว่ย” ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 25 ของ Brand Finance Global 500 สำหรับ ปี 2018 จาก อันดับที่ 40 ในปี 2017  ถือเป็นการขยับขึ้นแบบมีนัยะสำคัญ  ด้วยมูลค่าแบรนด์สูงกว่า 38.046 พันล้านดอลลาร์ โดยตัวเลขมูลค่าของแบรนด์หัวเว่ยเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 50%

การประกาศผลการจัดอันดับประจำปีของ แบรนด์ไฟแนนซ์ ในทุกๆปีนำมาสู่การพูดคุยอย่างกว้างขวาง เพราะบริษัทหรือแบรนด์ระดับนานาชาติที่มีชื่อติดเข้ามาในการจัดอันดับของแบรนด์ไฟแนนซ์ไม่เพียงได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า แบรนด์นั้นๆ มีคุณค่าและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างแท้จริงด้วย

ซึ่งหัวเว่ยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในการจัดอันดับของแบรนด์ไฟแนนซ์ จากปี 2016 ถึง 2018 ดังนี้ :

  • อันดับที่ 47 ของ Brand Finance Global 500 ปี 2016
  • อันดับที่ 40 ของ Brand Finance Global 500 ปี 2017
  • อันดับที่ 25 ของ Brand Finance Global 500 ปี 2018

นอกเหนือจากอันดับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีจากการจัดอันดับของแบรนด์ไฟแนนซ์ หัวเว่ย ยังมีชื่อติดอยู่ในอันดับของ แบรนด์ซี ท็อป 100 (BrandZ Top 100) และในรายชื่อของ “Best 100 Brands” จากการจัดอันดับของอินเตอร์แบรนด์ (Interbrand) อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าหัวเว่ยเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่งเสมอมา

ทั้งนี้สำหรับ หัวเว่ย ปี 2017 ถือว่าเป็นปีที่แบรนด์ได้สร้างจุดหมายใหม่ที่สำคัญหลายประการ ทั้งการเปิดตัว Huawei Mate 10 ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม และการจัดงาน Huawei Open Day อย่างยิ่งใหญ่ซึ่งช่วยพาแบรนด์หัวเว่ยเข้าไปสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งในพื้นที่ยุโรปตะวันตก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก หัวเว่ยยังจับมือกับไลก้า, พอร์ช ดีไซน์, กูเกิ้ล และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมายเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป หัวเว่ย ยังมีความตื่นเต้นอีกมากที่จะมานำเสนอภายใน งานโมบาย เวิลด์ คองเกรส และในอนาคต ภายใต้ความคิดคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคและการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ โดยหัวเว่ยจะยังคงมุ่งมั่นก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้บริโภค ทั่วโลกต่อไป

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวถึงการไต่อันดับขึ้นไปอยู่ลำดับที่ 25 ของ Brand Finance Global 500 สำหรับปี 2018 ว่า “การไต่อันดับขึ้นไปอยู่ ลำดับที่ 25 ถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะ หัวเว่ย ถูกจัดอันดับผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดจาก บริษัทคอนซัลต์ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และนั่นจึงแสดงให้เห็นว่าเราเดินมาถูกทางและถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ยืนยันว่าผู้ใช้ทั่วโลกมีระดับความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์หัวเว่ยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!