Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ลุฟท์ฮันซ่า ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อไทย , เวียดนาม และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ผู้ชม 305 ครั้ง!

กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่า ได้เผยถึงผลประกอบการที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนก่อนที่งานประชุมประจำปีของกลุ่มบริษัท (Annual General Meeting. Group) ในปี 2560 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12.4 เป็นเงิน 35.6 พันล้านยูโร ส่วนผู้ถือหุ้นก็มีเงินปันผลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 และจากความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้ในปี 2561 กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่ามุ่งมั่นที่ขยายการเติบโตขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยการนำเสนอบริการและเส้นทางบินใหม่ล่าสุด พร้อมการบริการที่เข้าสู่ระบบดิจิทัล

หลังจากที่ได้ทำการเปิดตัว แบรนด์ลุฟท์ฮันซ่าโฉมใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่ายังคงดำเนินธุรกิจเพื่อสานต่อการเดินหน้าเข้าสู่ความทันสมัยด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ส่วน คือ

  1. ส่วนแรกคือเครือข่ายสายการบินพรีเมียมของกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่า
  2. ส่วนที่สองคือธุรกิจของกลุ่มยูโรวิงส์
  3. และส่วนที่สามคือการให้บริการด้านการบินต่างๆ

โดยทางกลุ่มบริษัทฯ จะสานต่อด้านการลงทุนในทั้งในการพัฒนาคุณภาพและการเข้าสู่ยุคดิจิทัลโดยมุ่งเน้นไปการประหยัดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ

สายการบินในกลุ่มลุฟท์ฮันซ่า ประกอบด้วย

  • สายการบินลุฟท์ฮันซ่า
  • สายการบินสวิส
  • สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส
  • และสายการบินยูโรวิงส์

ปัจจุบันให้บริการเที่ยวบิน 29 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จากประเทศไทยสู่ยุโรป และในช่วงฤดูหนาวจะให้บริการเที่ยวบินจากประเทศเวียดนามและประเทศไทยสู่ยุโรป จำนวน 31 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นายสเตฟาน โมลนาร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สายการบินในกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่า กล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นสายการบินสัญชาติยุโรป ที่อยู่ในระดับ 5 ดาวเพียงรายเดียว ก็คือ “การปฏิวัติตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ในการเดินทางที่พรีเมียมแก่ลูกค้าของเรา เราเข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่าการนำเอาความต้องการของแต่ละบุคคลมารวมกับการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้เดินทางในปัจจุบัน จากแนวคิดดังกล่าว ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าเรามีโครงการที่น่าจับตามองร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งจะพร้อมให้สัมผัสได้ในไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า”

นายสเตฟาน โมลนาร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สายการบินในกลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่า

ยิ่งไปกว่านั้น สายการบินออสเตรียน ได้ทำการอัพเกรดเครื่องบินพิสัยไกลทั้ง 11 ลำด้วยชั้นโดยสารแบบประหยัดพรีเมียมในช่วงต้นปีนี้ โดยชั้นโดยสารแบบใหม่นี้พร้อมให้บริการบนเส้นทางบินระหว่าง กรุงเทพฯ สู่เวียนนา พร้อมเก้าอี้โดยสารที่มอบความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถโหลดกระเป๋าได้ 2 ใบโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และบริการอาหารชั้นเลิศระหว่างเที่ยวบิน โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สายการบินออสเตรียนให้บริการบิน

  • นอกจากนี้ ลุฟท์ฮันซ่ายังนำเสนอ ดรีม คอลเลคชั่น (Dream Collection) ที่ออกแบบใหม่สำหรับเส้นทางบินขาเข้าและออกจากกรุงเทพฯ ที่นอกจากจะให้บริการปลอกหมอนแบบใหม่และผ้าห่มขนาดใหญ่ที่พร้อมให้ความอบอุ่น ดรีม คอลเลคชั่นยังมีผ้าปูรองที่นอนที่มอบความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารชั้นธุรกิจบนเที่ยวบินระยะไกลอีกด้วย ทั้งยังมีเสื้อใส่นอนจากแบรนด์ Van Laack ที่พร้อมมอบให้ระหว่างเที่ยวบินระยะไกลเพื่อความสบายมากยิ่งขึ้นในระหว่างการเดินทาง
  • พร้อมกันนี้กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่าจะมีการอัพเดทต่าง ๆ ในช่วงฤดูหนาวของปี 2561/2562 ของภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน โดยในช่วงฤดูร้อนนี้ ยูโรวิงส์ได้ทำการเปิดตัวเที่ยวบินระยะไกลบนเส้นทางบินจากมิวนิค สู่ กรุงเทพฯ เป็นจำนวน 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สำหรับตารางบินในช่วงฤดูหนาว ยูโรวิงส์จะรวมการให้บริการเที่ยวบินระยะไกลโดยมุ่งเน้นที่เส้นทางบินจากดุซเซลดอร์ฟแทนเที่ยวบินขาออกนอกประเทศจากเมืองต่าง ๆ ในประเทศเยอรมันนี ด้วยการเปลี่ยนแปลงการให้บริการดังกล่าว ยูโรวิงส์จะให้บริการเส้นทางบินจากดุซเซลดอร์ฟ มายังกรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเป็นการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินร้อยละ 25 เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน

มัทธีอัส เบอร์การ์ต โฆษกสายการบินยูโรวิงส์

  • ตารางบินในช่วงฤดูหนาวของปีนี้ ลุฟท์ฮันซ่ายังคงมอบบริการการบินบนเส้นทางสู่กรุงเทพฯ  ด้วยเครื่องบินรุ่นหลักที่ใช้ปฏิบัติการบินอย่าง แอร์บัส เอ380-800 ซี่งมีทั้งหมด 4 ชั้นโดยสาร คือ
    • ชั้นเฟิร์สคลาส
    • ชั้นธุรกิจ
    • ชั้นประหยัดพรีเมี่ยม
    • และชั้นประหยัด
  • ที่รองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 509 คน ระหว่างกรุงเทพฯ และเยอรมันนี นอกจากนี้ เอเดลไวส์แอร์สายการบินชั้นนำสัญชาติสวิสเพื่อการพักผ่อนและเป็นสายการบินในเครือของสวิสอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ ยังให้บริการเที่ยวบินใหม่ระหว่างซูริค สู่ โฮจิมินห์ ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นบริการเพิ่มเติมจากการให้บริการเดินระหว่างซูริค สู่ ภูเก็ต
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

สนใจบล็อกเชนมารวมกันงานนี้! BLOCKCHAIN THAILAND GENESIS สัมมนาแรกที่จัดโดยคนไทยแท้ๆ

Published

on

เตรียมตัวให้พร้อมกับ Blockchain Thailand Genesis งานสัมมนา Blockchain งานแรกที่จัดโดยคนไทยแท้ๆ!! ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2018 อาคาร KX Tower ชั้น 7-10 เวลา 9.30 – 18.00 น โดยในงานจะรวมพลทั้งเหล่า Speaker ชื่อดัง และผู้มีชื่อเสียงในวงการมากมาย ที่จะมาให้ความรู้ในเรื่องของ Blockchain และ Cryptocurrency พร้อมทั้งเผยทิศทางการลงทุน และแนวโน้มการเติบโตของโลก Blockchain และ Cryptocurrency ที่จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึง Workshop ที่จะทำให้มือใหม่ได้ลองลงสนามเพื่อทำให้เข้าใจและเข้าถึงโลก Cryptocurrency ได้ดียิ่งขึ้น

ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับบรรดากูรูชื่อดังที่พร้อมจะมาแบ่งปันความรู้รวมถึงเปิดมุมมองการลงทุนในโลกคริปโตเคอเรนซี่ อาทิ

  • คุณกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ร่วมก่อตั้ง ICORA ที่จะมาเผยถึงการเงินในอนาคตของโลกยุคถัดไป
  • ดร. รัฐศาสตร์ กรสูตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, DEPA ที่จะเล่าถึง “บล็อกเชนกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตัล”
  • คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ร่วมก่อตั้งเว็ปเทรด Bitkub และอดีต CEO ของ Coins.co.th ที่จะบรรยายในหัวข้อการ 4 ยุคการพัฒนาของโลก Blockchain ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน
  • คุณอัครเดช เดี่ยวพานิช เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจและเว็บ Coinman โดยเค้าจะมาวิเคราะห์ในหัวข้อ ICO หลุมพราง หรืออนาคตการลงทุน!?
  • คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือคุณหนุ่ยแบไต๋ไฮเทค ที่จะมาบรรยายความรู้ในเรื่อง วิธีเอาตัวรอดจากเทคโนโลยียุคใหม่ที่กำลังไล่ล่า
  • ดร.การดี เลียวไพโรจน์ CEO / Co-founder ของ ICORA ที่จะมาเล่าถึงโลกยุคใหม่ เมื่อสิ่งรอบตัวเรากลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล!
  • คุณสกลกรย์ สระกวี หรือคุณต้น ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Bitcoin Thai Club ที่มีสมาชิกมากกว่า 1 แสนคน! ที่จะมาเสวนาถึงแนวโน้มและสภาวะตลาดคริปโตในปี 2019
  • คุณสถาพน พัฒนะคูหา หรือคุณแบงค์ CEO ของ SmartContract Thailand ที่จะมาบรรยายในหัวข้อ Blockchain in Enterprise & Government เทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับองค์กรและภาครัฐฯ
  • คุณอัญชิสา ฐาปนากรวุฒิ Senior Officer FinTech Department จาก กลต. ที่จะมาเสวนาเรื่องกฎหมาย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอีกหลายท่านในหัวข้อ กฎหมายและคริปโตเคอเรนซี่

นอกจากนี้ยังมีคอร์ส Workshop คุณภาพเยี่ยม ที่จะทำให้มือใหม่กลายมาเป็นมือเก๋า ในโลกคริปโตเคอเรนซี่ ได้ในวันเดียว อาทิ

  • Bitcoin & blockchain 101 บิทคอยน์ และบล็อกเชนคืออะไร โดยทีมงาน BlockchainReview
  • Mining 101 ถ้าอยากขุดเหรียญคริปโต ต้องเริ่มต้นอย่างไร โดยทีมงาน ZMINE
  • Trade 101 เรียนรู้การเทรดคริปโตเบื้องต้น โดยทีมงาน Cryptonist
  • Crypto Wallet 101 ความสำคัญของ Crypto Wallet ทำไมทุกคนควรต้องมี โดยทีมงาน Swaple
  • How to ICO 101 ระดมทุนผ่าน ICO อย่างไรให้กิจการชนะ โดยทีมงาน ICORA
  • ICO & Altcoin 101 เลือกเหรียญลงทุนอย่างไร โดยทีมงาน Cryptomind
  • Bot Trade 101 การใช้บอทเทรด Cryptocurrency โดยทีมงาน Crypto Trading Club

เนื้อหาอัดแน่นจริงๆ ครับสำหรับงาน Blockchain Thailand Genesis เรียกได้ว่าคุ้มค่าเลยครับ สำหรับค่าเข้าร่วมงานเพียงแค่ 200 บาทพร้อมอาหารกลางวัน ซึ่งถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจสามารถไปลงทะเบียนได้ที่ eventpop.me/e/4501-blockchain-thailand-genesis แล้วพบกันนะครับ 🙂

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เว็บไซต์ : blockchain-th.com

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ATSI ปักหมุดเป็น Change Agent ขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโต!!

Published

on

สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมดิจิทัล สู่ ATSI Change Agent ที่มุ่งเน้น Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce ยกระดับการขับเคลื่อนบุคลากรในองค์กรธุรกิจ และภาคการศึกษาในระดับชาติให้มากขึ้น โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด พร้อมประกาศจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

จุดประสงค์การจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” เพื่อแสดงผลงานซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ในกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายของภาครัฐ และอุตสาหกรรมทั่วไป โดยเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ให้มีข้อมูลเพื่อการใช้ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการธุรกิจเพื่อเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยได้มีเวทีนำเสนอผลงานต่อกลุ่มเป้าหมาย และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

ในวันจัดงานที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยได้รับเกียรติจาก ท่านพลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “พลังซอฟต์แวร์ไทย ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” ร่วมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ

  • คุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนและประธานโรงเรียนมีชัยพัฒนา กล่าวถึง “เส้นทางสายใหม่ของการศึกษาไทยในชนบท และความร่วมมือของ ATSI ด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ประยุกต์”
  • คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และประธานมูลนิธิอมตะ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “วิสัยทัศน์ อมตะ คอร์ปอเรชั่น ต่ออุตสาหกรรม 4.0”
  • ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวถึง “depa กับการพัฒนากำลังคนของประเทศ เพื่อรองรับศตวรรษ21”
  • คุณนวชัย เกียรติก่อเกื้อ Head of Enterprise Marketing Management Unit Enterprise Marketing Management บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวถึง “SME Digital Transformation by AIS”
  • คุณเจษฎา วานิชสัมพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง “บทบาท E-Tax Invoice กับ Business Transformation –  ของ SMEs ไทย” และ
  • คุณเกรียงไกร สุทธินราธร กรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวถึง “การเลือกและลงทุนด้านซอฟต์แวร์แบบเจาะลึก !! (ROI/TCO) พร้อม Business ROI Showcase in action”

งาน “Thailand Software Fair 2018” ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวบรวมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์พื้นฐานเพื่อธุรกิจทุกระดับ และนวัตกรรมเด่น ผลงานโดยคนไทย มาแสดงในงาน อาทิ

  • Digital Transformation Solution สำหรับ SMEs by AIS
  • บทบาท E-TAX Invoice กับ Business Transformation ของ SMEs ไทย โดยบริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด
  • ทางออกเรื่องเงินทุนสำหรับ SME ด้วยโครงการเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเป้ารวม 100 ล้านบาท จาก ธพว. หรือเอสเอ็มอี ดีแบงค์
  • SMEs รับสิทธิส่วนลดสำหรับการซื้อซอฟต์แวร์มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท ในโครงการ depa Mini-Transformation Voucher จำนวน 400 ทุน มูลค่ารวม 4 ล้านบาท
  • ยังมีตัวอย่างความสำเร็จของการปรับตัวเข้าสู่การเป็น Leadership Digital Entrepreneur อีกด้วย

นับจากนี้ไป ATSI  จะทำงานอย่างมุ่งมั่น ในทิศทางของการก้าวไปสู่การเป็น Change Agent ที่มุ่งสร้าง Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce เพื่อขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ในระดับชาติมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับสมาชิก และพันธมิตรภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผนวกกับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ทุกธุรกิจเปลี่ยนตนเองเป็นธุรกิจดิจิทัล ให้สำเร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า”

พบกันในงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม , สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

#NARIT ชวนชมและถ่ายภาพฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” คืนเสาร์ 17 พย.นี้

Published

on

สาวกดวงดาวห้ามพลาด ! คืนเสาร์ 17 พย ตั้งแต่ตีสองจนถึงย่ำรุ่งเช้า 18 พย นี้ มีโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” ทั่วทั้งประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 61 เวลาประมาณตี 2 เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 61 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์อย่างยิ่ง ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต

“ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ตัดผ่านวงโคจรของโลก เมื่อเศษฝุ่นของดาวหางเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการเผาไหม้เป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ผนวกกับทิศทางวงโคจรของเศษฝุ่นนั้นสวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที แสงวาบที่เห็นจึงสว่างสุกสกาว เป็นที่มาของฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จนได้สมญา “ราชาแห่งฝนดาวตก” นั่นเอง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า แม้คืนดังกล่าวเป็นคืนข้างขึ้น แต่ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อไร้อิทธิพลของแสงจันทร์รบกวน ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรับชมฝนดาวตกจึงเป็นเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดยิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพฝนดาวตก เนื่องจากฝนดาวตกกระจายทั่วท้องฟ้า ไม่สามารถระบุทิศทางได้ ช่างภาพจึงต้องอาศัยการคาดเดาและการกะจังหวะเปิดหน้ากล้องค้างไว้

นักล่าดาวทั้งหลายเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม พกโชคอีกสักหน่อย แล้วไปลุ้นเก็บภาพฝนดาวตกงวดนี้กัน ไม่ได้ภาพก็ขอให้เห็นดาวตกสักสี่ห้าดวงอย่างเต็มตาก็แล้วกัน เพี้ยง!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!