Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Canon เปิดตัวเลนส์ 2 รุ่นใหม่ มอบประสิทธิภาพความทนทาน พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นเพื่อนักถ่ายภาพมืออาชีพ

แคนนอน เปิดตัว เลนส์ L-series อัพเกรดใหม่ 2 รุ่น คือ EF70-200mm f/4L IS II USM และ EF70-200mm f/2.8L IS III USM ที่ปรับปรุงขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้เลนส์มีความสามารถหลากหลาย ใช้งานสะดวก และทนทานยิ่งขึ้น

  • เลนส์ EF70-200mm f/4L IS II USM มาพร้อมเทคโนโลยีด้านภาพที่ล้ำหน้าในตระกูล L-series โดยตัวเลนส์มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และแข็งแรง
  • เลนส์ EF70-200mm f/2.8L IS III USM ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ใช้งานได้หลากหลาย และทนทานเป็นเลิศ
  • มั่นใจได้ในความทนทาน ด้วยรูรับแสงขนาดใหญ่ของเลนส์ EF70-200mm f/2.8L IS III USM
  • และโหมดป้องกันภาพสั่นไหวที่ปรับปรุงใหม่ของเลนส์ EF70-200mm f/4L IS II USM ที่ช่วยเพิ่มความนิ่งในการแพนกล้องทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • การถ่ายภาพแบบแฮนด์เฮลด์ในสภาพแสงน้อยจึงเป็นเรื่องง่าย

เลนส์ ใหม่ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน แม้ใช้งานอย่างสมบุกสมบัน โครงสร้างของเลนส์ในส่วนข้อต่อเมาท์ สวิตช์ และวงแหวนซูมของเลนส์ทั้งสองรุ่นสามารถกันฝุ่น กันหยดน้ำ จึงสามารถใช้งานได้ดีแม้ถ่ายภาพกลางสายฝนหรือในทะเลทราย ผิวหน้าของเลนส์เคลือบฟลูออรีนเพื่อป้องกันคราบน้ำและความมัน รวมถึงช่วยให้ทำความสะอาดง่าย ผู้ใช้จึงถ่ายภาพได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพเลนส์

เพิ่มความแม่นยำและความนิ่งในการถ่ายภาพ

  • เลนส์ทั้งสองรุ่นมีมอเตอร์ USM แบบวงแหวนที่ใช้ความถี่อัลตร้าโซนิค เพื่อการทำงานของระบบโฟกัสอัตโนมัติความเร็วสูง ผู้ใช้จึงสามารถจับภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วหรือฉับพลันของตัวแบบได้อย่างง่ายดาย
  • การเปลี่ยนโหมดการโฟกัสจากออโต้เป็นแมนนวลก็ทำได้ทันที ด้วยการหมุนวงแหวนโฟกัส พร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญ
  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหวช่วยลดการเบลอของภาพที่เกิดจากล้องสั่น โดยเฉพาะในขณะถ่ายภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว
  • EF70-200mm f/2.8L IS III USM มีระบบป้องกันภาพสั่นแบบ shift-type ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า 3.5 สต็อปในโหมดโฟกัสทั้งออโต้และแมนนวล ช่วยลดการสั่นของกล้องแม้ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำมาก

เลนส์ทั้งสองรุ่นมีโหมดป้องกันภาพสั่นหลายระดับเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

  • โดย Mode 1 ใช้สำหรับการถ่ายภาพสิ่งที่อยู่นิ่ง
  • Mode 2 ใช้ในการแพนกล้องถ่ายภาพสิ่งที่เคลื่อนไหว
  • เช่น ถ่ายภาพรถแข่ง ส่วน Mode 3 ที่มีในรุ่น EF70-200mm f/4L IS II USM เหมาะสำหรับการถ่ายภาพกีฬาหรือสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง
  • รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่มีจังหวะตายตัว

ให้ภาพคมชัดสูง เก็บทุกรายละเอียด

  • เลนส์ทั้งสองรุ่นจะให้ภาพที่มีรายละเอียดคมชัดทั่วทั้งภาพ การใช้ชิ้นเลนส์ฟลูออไรท์และเลนส์ UD เช่นเดียวกับเลนส์รุ่นก่อนหน้า ช่วยแก้ไขความเพี้ยนของสี
  • พร้อมทั้งให้ภาพความละเอียดสูง คอนทราสต์สูง และมีอาการสีสะท้อน (colour bleeding) ต่ำ
  • โครงสร้างเลนส์ประกอบด้วย ชิ้นเลนส์ฟลูออไรท์ 1 ชิ้น กับเลนส์ UD 5 ชิ้น ของ EF70-200mm f/2.8L IS III USM สามารถแก้ไขความเพี้ยนของสีบริเวณขอบภาพ เพื่อให้ภาพมีความละเอียดและคอนทราสต์สูงตลอดช่วงซูม
  • เลนส์รุ่นนี้ยังใช้เทคโนโลยี Air Sphere Coating (ASC) ที่ช่วยลดการเกิดแสงแฟลร์และแสงหลอน รวมถึงให้ภาพที่คมชัด

สร้างสรรค์ภาพสวยด้วยโบเก้

  • เลนส์ทั้งสองรุ่นถ่ายภาพให้มีโบเก้สวยงามได้อย่างง่ายดาย โดย EF70-200mm f/2.8L IS III USM มีรูรับแสงแบบกลมพร้อมม่านรูรับแสง 8 ใบ
  • ปรับได้กว้างสุดที่ f/2.8 ตลอดทุกช่วงซูม ช่วยในการถ่ายภาพให้ฉากหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะในการถ่ายภาพบุคคลและภาพสัตว์ป่า
  • ส่วน EF70-200mm f/4L IS II USM มีรูรับแสงแบบกลมพร้อมม่าน 9 ใบ สร้างโบเก้ได้นุ่มนวลและโดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคล

ถ่ายภาพบุคคลได้ดีกว่าเดิม

  • ในการถ่ายภาพบุคคลหรือมาโคร EF70-200mm f/4L IS II USM ได้รับการออกแบบให้ลดระยะห่างสำหรับการโฟกัสจาก 1.2 เมตร เหลือเพียง 1 เมตร ผู้ถ่ายภาพจึงสามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้มากขึ้นเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และจัดองค์ประกอบได้ในพื้นที่แคบกว่าเดิม ทำให้ตัวแบบในภาพโคลสอัพดูโดดเด่นจากพื้นหลังมากขึ้น

อุปกรณ์เสริม

  • นอกจากกระเป๋าและฝาครอบเลนส์ที่ขาดไม่ได้แล้ว EF70-200mm f/2.8L IS III USM ยังมีอุปกรณ์เสริมคือ Lens Hood รุ่น ET-87
  • และ Tripod Collar B แบบวงแหวนสำหรับต่อกับขาตั้งกล้อง
  • ส่วน EF70-200mm f/4L IS II USM มีฮู้ดกันแสงที่ช่วยป้องกันการเกิดแสงแฟลร์ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพท่ามกลางแดดจัด

แข็งแรง กะทัดรัด คือคุณสมบัติของ EF70-200mm f/4L IS II USM  

  • เลนส์เทเลโฟโต้ระดับกลางรุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีกว่ารุ่นก่อนหลายด้าน ฟีเจอร์เด่นคือ ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IS) ที่ได้รับการปรับปรุงจาก 3 สต็อปเป็น 5 สต็อป และมีโหมด IS ให้เลือก 3 โหมดเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
  • ในด้านภาพและอิเล็กทรอนิกส์ เลนส์รุ่นนี้ประกอบด้วยเลนส์ 20 ชิ้น จัดเป็น 15 กลุ่ม มีเลนส์ UD 2 ชิ้น และเลนส์ฟลูออไรท์ 1 ชิ้นที่ช่วยให้ภาพมีคุณภาพสูงขึ้น เคลือบเลนส์ด้วย Super Spectra Coating (SSC) ที่แคนนอนพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดการเกิดแสงหลอนและแสงแฟลร์ เพิ่มม่านรูรับแสงอีก 1 ใบ รวมเป็น 9 ใบ เพื่อให้ได้โบเก้ที่มีความกลมมากขึ้นในส่วนที่ไม่ถูกโฟกัสในภาพ
  • EF70-200mm f/4L IS II USM ใช้มอเตอร์ Ring USM ร่วมกับมอเตอร์ third-generation EF ที่มีหน่วยประมวลผลกลางและเฟิร์มแวร์รุ่นใหม่ เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการโฟกัสอัตโนมัติด้วยความเร็วสูง อีกทั้งระยะห่างต่ำสุดสำหรับการโฟกัสยังลดลงจากรุ่นก่อนหน้า เหลือเพียง 1 เมตรจากตัวแบบ และกำลังขยาย 0.27 เท่า

ฟีเจอร์หลักของ EF 70-200mm f/4L IS II USM

  • ดีไซน์กะทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพาไปใช้งานได้ทุกที่
  • รับแสงได้สม่ำเสมอด้วยขนาดรูรับแสงกว้างสุดถึง f/4
  • จับภาพได้คมชัดแม้ในสภาพแสงน้อยด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 สต็อป
  • การออกแบบเลนส์ที่ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม
  • ถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพแวดล้อม
  • มาพร้อมฮู้ดรุ่น ET-78B
  • ส่วนอุปกรณ์เสริมคือวงแหวน AII (WII) สำหรับเชื่อมต่อกับขาตั้งกล้องจำหน่ายแยกต่างหาก
  • สินค้าเริ่มวางจำหน่ายประมาณปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 ในราคา 49,190 บาท

ประสิทธิภาพสูง ความสามารถหลากหลาย ทนทาน คือคุณสมบัติของ EF70-200mm f/2.8L IS III USM

  • แคนนอนได้พัฒนาประสิทธิภาพของเลนส์รุ่นนี้ตามข้อเสนอแนะของผู้ใช้ระดับมืออาชีพ
  • เน้นที่การลดการเกิดแสงหลอนและแสงแฟลร์ด้วยการเคลือบชิ้นเลนส์แบบใหม่ที่เรียกว่า Air Sphere Coating (ASC) ที่ด้านหลังของเลนส์ 1 ใน 23 ชิ้นที่มีอยู่
  • นอกเหนือไปจากการเคลือบแบบ Super Spectra Coating ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

ฟีเจอร์หลักของ EF 70-200mm f/2.8L IS III USM

  • ควบคุมการสร้างสรรค์ภาพได้ดียิ่งขึ้นด้วยรูรับแสง f/2.8 ที่ทำงานฉับไว
  • ถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจแม้ในสภาพแสงน้อย
  • ให้ภาพถ่ายคุณภาพเยี่ยมทุกช่วงซูม
  • ตอบโจทย์ความต้องการของช่างภาพมืออาชีพ
  • ออโต้โฟกัสฉับไว แทบไม่มีเสียง
  • EF70-200mm f/2.8L IS III USM มาพร้อมฮู้ด วงแหวนสำหรับติดกับขาตั้งกล้อง และกระเป๋าเลนส์
  • เริ่มจำหน่ายเดือนกันยายน พ.ศ. 2561   
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Hackathon สาย Food Tech จำนวนจำกัดรับวันสุดท้าย: Aroii Food Tech Hackathon 2019

Published

on

By

Enterprise Lab ร่วมกับโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam Innovation District) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และ Aroii (facebook.com/aroii.co/)

จัดกิจกรรม Hackathon สาย Food Tech เข้าร่วมได้ฟรี แต่รับจำนวนจำกัด!

โดยเปิดรับ

  • นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และกำลังจะจบในปีการศึกษานี้จากทุกสถาบัน
  • ผู้ที่เพิ่งเรียนจบ และมีประสบการณ์การทำงานในระยะไม่เกิน 2 ปี

กำหนดการ (ไม่ค้างคืน)

วันที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 18:00น – 21:00น  (วันเตรียมความพร้อมผู้เข้าร่วมงาน)

วันที่ 26 มกราคม 2562 เวลา 10:00น. – 21:00น. (วันงานวันแรก)

วันที่ 27 มกราคม 2562 เวลา 10:00น. – 21:00น. (วันงานวันสุดท้าย)

นอกจากจะเข้าร่วมฟรีแล้วมีของรางวัลด้วยนะ แต่ว่าจะหมดเขตรับสมัครแล้วนะ!

รับสมัครถึงวันที่ 18 นี้เวลา 20.00 น. และประกาศผลการคัดเลือกภายในวันที่ 18 (หรือหลังจากนี้ตามความเหมาะสม) ทางอีเมลและโทรศัพท์ที่ท่านได้สมัครไว้ รับจำนวนจำกัด! 40 ท่านเท่านั้น

ดูรายละเอียดแล้วสมัครได้ที่: คลิกที่นี่

สถานที่:

Siam Innovation District – Siam Square One

Google Maps

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“เบลคิน ควบรวม บริษัทฟ็อกซ์คอนน์” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2019

Published

on

เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล (Belkin International) ยกขบวนสินค้านวัตกรรมระดับพรีเมียมจากแบรนด์ในเครือ ทั้ง

  • เบลคิน (Balkin)
  • ลิงก์ซิส (LinkSys)
  • วีโม (Wemo) และ
  • ฟิน (Phyn)

ร่วมจัดแสดงในงาน CES 2019 โดยนับเป็นการจัดแสดงสินค้าในงาน CES เป็นครั้งแรกหลังจากที่เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology – FIT) ซึ่งการจัดแสดงสินค้าในงานครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยแบรนด์เบลคิน นำเสนอนวัตกรรมในกลุ่มการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร (Connected Things) ชูผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการเชื่อมต่อด้านเสียง, USB-C, การชาร์จสมาร์ทโฟน และสายเชื่อมต่อรุ่นใหม่ ๆ

การเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร (Connected Things)

เบลคิน (Balkin)

ผลิตภัณฑ์เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องเสียง

  • ROCKSTAR™ Headphones with Lightning Connector

ออกแบบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน ป้องกันสายหักงอ รองรับมาตรฐานอุปกรณ์เสริมที่กำหนดโดย Apple (MFi) จุกหูฟังซิลิโคนทำให้สวมใส่ได้กระชับ ช่วยป้องกันเสียงรบกวน ทนต่อเหงื่อและน้ำ พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมิถุนายน 2562 ผ่านทาง Belkin.com

ผลิตภัณฑ์สายชาร์จ

  • BOOST↑CHARGE™ USB-A to Lightning, USB-A to USB-C, USB-C to Lightning Cables made with DuraTek™

คิดค้นและออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานขั้นสูงสุด เพิ่มสายหนังสำหรับรัดเก็บสายที่เป็นระเบียบและป้องกันสายพันกัน มีความยาวแบบ 4, 6 และ 10 ฟุต ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดีไซน์ใหม่ให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

ผลิตภัณฑ์หัวชาร์จแบบชาร์จเร็วและPower Bank

  • BOOST↑CHARGE™ USB-C Car Charger + Cable และ USB-C Home Charger + Cable

เทคโนโลยี QuickCharge 4+ ช่วยให้ชาร์จไฟได้เร็วขึ้น โดยชาร์จได้สูงสุด 50% ภายใน 15 นาที  ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี QuickCharge และ Power Delivery ทุกชนิด สูงสุด 27 วัตต์ มาพร้อมสาย USB-C ยาว 4 ฟุต พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

  • BOOST↑CHARGE™ Power Bank USB-C 20K with USB-C Cable

มาพร้อมเทคโนโลยี Power Delivery 2.0 รองรับการจ่ายไฟถึง 30 วัตต์ สามารถชาร์จพลังงานกับ iPad Pro 11 นิ้ว และ iPad Pro (3rd Generation) 12.9 นิ้ว แบตเตอรี่สำรองมาพร้อมความจุไฟสูง รองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยหัวแบบ USB-C สามารถชาร์จอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ด้วยสาย USB-A รองรับกำลังไฟ 12 วัตต์ พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

อุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับสมาร์ทโฮม (Connected Home)

ลิงก์ซิส (LinkSys)

เราเตอร์ระบบ Mesh WiFi คือสัญญาณ WiFi เวอร์ชั่นปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่เพื่อมอบความเร็วที่สูงขึ้น ครอบคลุมระยะกว้างขึ้น และมอบการเชื่อมต่อที่มีความเสถียรสูง ด้วยโซลูชั่นการปล่อยคลื่นวิทยุแบบตาข่าย (Mesh Solution) ทำให้สามารถกระจายสัญญาณ WiFi ได้ดี รวดเร็ว และสม่ำเสมอ

  • MAX STREAM AC2200 Tri-Band Mesh WiFi Router 

เทคโนโลยี Tri-Band WiFi และ MU-MIMO มอบสัญญาณ WiFi ที่ความเร็วรวมสูงสุดถึง 2.2 Gbps ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์สตรีมมิ่ง เล่นเกมออนไลน์ วิดีโอแชท และใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมได้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน สามารถเพิ่มและเชื่อมต่อ Velop Mesh WiFi Node ได้ทุกจุดตามต้องการ ติดตั้งง่ายด้วยแอปพลิเคชั่นของ Linksys

การควบคุมของผู้ปกครองและการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย

  • Linksys Shield

บริการซอฟต์แวร์แบบลงทะเบียนระดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้งาน Velop Tri-Band เพื่อป้องกันการเข้าถึงเนื้อหา/ประเภทสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม และมอบระดับการปกป้องเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการคุกคามทางดิจิทัลทั้งสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและครอบครัวของคุณ ปกป้องระบบค้นหาข้อมูลขั้นสูงด้วยการตรวจสอบเว็บไซต์ที่คุณเข้าถึงผ่านฐานข้อมูลที่มีบันทึกข้อมูลการคุกคามนับล้านรูปแบบ จึงช่วยปกป้องคุณและครอบครัวจากการเข้าสู่เว็บไซต์ที่มีอันตรายแบบไม่คาดคิด

วีโม (Wemo)

  • New Wemo Light Switches for 2019

รองรับการทำงานร่วมกับ HomeKit ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพฟังก์ชั่นการทำงานของซอฟต์แวร์ Apple HomeKit ได้โดยไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์อื่น ๆ สำหรับการใช้งาน Mini Smart Plug และ Wemo Dimmer สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ HomeKit อย่างเต็มประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ชั้นนำของวีโมทุกรุ่น

ฟิน (Phyn)

  • Phyn Plus Smart Water Assistant + Shutoff

อุปกรณ์ตรวจสอบระบบน้ำอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต ช่วยตรวจจับการรั่วซึมได้ทุกจุดของบ้านและทำการปิดน้ำที่ท่อน้ำหลักโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตรวจสอบการใช้น้ำ ให้การแสดงข้อมูลอย่างละเอียดแก่เจ้าของบ้านถึงปริมาณการใช้น้ำ เพื่อให้สามารถปรับ/ลดการใช้น้ำได้อย่างเหมาะสม วางจำหน่ายที่อเมริกา และมีแผนขยายตลาดไปยังยุโรปเพิ่มเติม

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Get ขยายพื้นที่ให้บริการ ยังเปิดให้คนกรุงฯทดลองใช้บริการ “ฟรี” ได้อยู่!!

Published

on

Get แอปพลิเคชั่นใหม่ บริการเรียกรถจักรยานยนต์วินและรับส่งพัสดุ ได้ขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุม 14 เขต ได้แก่

  1. จตุจักร
  2. ลาดพร้าว
  3. วังทองหลาง
  4. สาทร
  5. บางรัก
  6. คลองเตย
  7. ยานนาวา
  8. บางกะปิ
  9. ราชเทวี
  10. ปทุมวัน
  11. พญาไท
  12. บึงกุ่ม
  13. บางคอแหลม
  14. และ ราษร์บูรณะ

โดย “เก็ท” ที่ได้รับการสนับสนุนจากโกเจ็ก จะให้บริการทั้งการเรียกรถจักรยานยนต์วินและบริการรับส่งพัสดุ ภายในระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยจะยังให้บริการฟรีในช่วงซอฟต์ลอนช์ ที่เป็นการเปิดตัวแบบไม่เป็นทางการนี้

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา “เก็ท” ได้เปิดทดลองเบต้าแอปใน 3 เขต ได้แก่ จตุจักร ลาดพร้าว และวังทองหลาง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชั่นและบริการให้พร้อมที่สุด และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากแนวทางที่ใช้จักรยานยนต์วินที่ถูกกฎหมายสำหรับการรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคนขับและผู้โดยสาร ทำให้ “เก็ท” สามารถขยายเขตการให้บริการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

“เราต้องการให้ “เก็ท” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับบริการเรียกรถและส่งพัสดุให้กับคนกรุงเทพฯ เราเชื่อว่ารถจักรยานยนต์เป็นกุญแจไขสำคัญ ในการช่วยลดปัญหาการจราจร และช่วยให้คนเมืองสามารถเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะเริ่มด้วยบริการ “เก็ทวิน” และ “เก็ทเดลิเวอรี่” ก่อนจะขยายไปยังบริการอื่น ๆต่อไป”นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้ง “เก็ท” กล่าว

ประเทศไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตที่สูง แต่ก็มีความซับซ้อนและแตกต่างจากที่อื่น ทีมงานของ “เก็ท” ทำงานกันหนักกันอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแอปให้เหมาะสมกับบริบทของไทยให้มากที่สุด มั่นใจว่า “เก็ท” จะสามารถมอบบริการที่ตรงใจคนไทย

โดยลูกค้าในช่วงแรกจะสามารถใช้บริการของ “เก็ท” ได้ฟรีในระยะทาง 8 กิโลเมตร ในทั้ง 14 เขต ที่ให้บริการ ทั้งบริการเก็ทวิน (GET WIN) และ เก็ทเดลิเวอรี่ (GET DELIVERY) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้แล้วทั้งทาง App Store และ Play Store  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!