Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE บอกวิธีการสร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ!!! พร้อมเผยท๊อปสติกเกอร์ที่มียอดใช้มากที่สุด

Published

on

ประเทศไทยในปัจจุบัน มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนมากกว่า 45 ล้านคน และใช้เวลาโดยเฉลี่ยบนสมาร์ทโฟน 216 นาทีต่อวัน LINE ก็เป็นอีกช่องทางที่มีผู้ใช้มากกว่า 95% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือ และใช้เวลาบน LINE เฉลี่ยประมาณ 63 นาทีต่อวัน (ข้อมูลจาก Nielsen Q4, 2017)

ทำให้ LINE กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสนทนาหลักของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งสติกเกอร์ก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของ LINE ที่ผู้ใช้ชื่นชอบและเลือกใช้สื่อสารแทนคำพูดหรือข้อความ

สถิติของการใช้สปอนเซอร์สติกเกอร์ หรือสติกเกอร์แบรนด์ที่แจกฟรีนั้น เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 23% เมื่อเทียบไตรมาสแรกของปีนี้และปีที่ผ่านมา นอกจากสติกเกอร์จะทำให้การแชทของคุณสนุกและสื่อสารแทนคำพูดได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังช่วยโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วย

จากผลสำรวจจาก TNS  ช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ในเรื่องคาแรคเตอร์หรือมาสคอตของแบรนด์ต่าง ๆ โดยผลสำรวจชี้ว่า “คาแรคเตอร์สามารถดึงดูดความสนใจให้กับแบรนด์ถึง 83% และผลสำรวจจากผู้ตอบแบบสอบถามผ่านทาง LINE กล่าวว่าสปอนเซอร์สติกเกอร์ หรือสติกเกอร์แบรนด์ที่แจกฟรี ทำให้คนสังเกตุเห็นแบรนด์เพิ่มขึ้น 34% และรู้จักแบรนด์นั้น ๆ มากขึ้น 33% โดย 78% ผู้ใช้เลือกที่จะดาวน์โหลดสติกเกอร์แบรนด์บางเซ็ต 56% เลือกเซ็ตที่มีคำพูดใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และ 47%  เลือกเซ็ตที่เป็นสติกเกอร์แอนิเมชั่น ซึ่งทาง LINE เลยจัดอันดับ 3 สติกเกอร์แบรนด์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด สติกเกอร์แบรนด์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดแต่ละหมวดธุรกิจ และคำพูดที่ถูกใช้เยอะที่สุดครึ่งปีแรกของ 2561 ดังนี้

คำพูดและอิริยาบทที่ถูกส่งเยอะที่สุด

  1. OK
  2. Haha / 555
  3. ขอบคุณ / Thank you
  4. Love / รักนะ /
  5. Hi  / สวัสดี / ดีจ้า

สติกเกอร์ที่มีผู้ใช้สูงที่สุด 3 อันดับของไตรมาสแรกปี 2018

  1. Miss OP ของแบรนด์ Oriental Princess
  2. Godji Happy Life ของปตท.
  3. 3 Aunjai Good Days, Great Times ของ AIS Privilege

สติกเกอร์แบรนด์ใน 10 ธุรกิจที่มีผู้ใช้มากที่สุด

  • ธุรกิจโทรคมนาคม : AIS Privilege
  • ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า : Samsung Mobile
  • ธุรกิจการเงินการธนาคาร : GH Bank
  • ธุรกิจเครื่องดื่ม : Singha Rewards
  • ธุรกิจยานยนตร์ : Mitsubishi
  • ธุรกิจพลังงาน : ปตท
  • ธุรกิจเครื่องใช้อุปโภคบริโภค : Lion
  • ธุรกิจความงาม : Oriental Princess
  • ธุรกิจค้าปลีก: Robinson
  • หน่วยงานภาครัฐ: กฟผ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“Facebook Marketplace” ยกระดับการค้นหาที่พักอาศัยที่ให้เช่าในไทยของคุณให้ง่ายขึ้น!!

Published

on

Facebook Marketplace คือพื้นที่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อและขายกันได้ภายในชุมชนของพวกเขา ยกระดับประสบการณ์ในการหาเช่าที่พักอาศัยในประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้คนทำการค้นหาที่พักที่ปล่อยให้เช่าได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ใช้สามารถเยี่ยมชมหมวดบ้านเช่า (Property for Rent) ที่ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นบน Marketplace และค้นหารายการที่พักอาศัยจากพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง Dot Property , Hipflat และ Property Flow นอกเหนือจากการเพิ่มรายการโดยผู้ใช้งาน และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เปิดให้บริการ 2 ภาษา ในหมวดการเช่า

This slideshow requires JavaScript.

การค้นหาและการเช่าที่พักอาศัยประกอบด้วย

  • การคัดกรองข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ โดยนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น
    • สถานที่ตั้ง
    • ราคา
    • ประเภทการเช่า
    • จำนวนห้องนอนและห้องน้ำ
    • ขนาดพื้นที่เป็นตารางเมตร
    • และที่พักอาศัยที่อนุญาตให้มีสัตว์เลี้ยงได้
  • แผนที่เพื่อค้นหารายการที่พักอาศัยให้เช่าจากสถานที่ตั้ง
  • รายการที่พักอาศัยให้เช่าที่มีให้เลือกมากยิ่งขึ้น
    • ทั้งจากเอเยนต์มืออาชีพ
    • เจ้าของบ้านเช่า
    • และผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ

Facebook ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยม ในการเพิ่มรายการและค้นหาที่พักอาศัยสำหรับชาวไทยอยู่แล้ว การที่เราเพิ่มรายการประกาศให้เช่าที่พักอาศัยจากผู้นำในตลาดบ้านจัดสรรต่าง ๆ เข้ามาในหมวดบ้านเช่าของ Marketplace นี้ ทำให้ผู้คนค้นพบทางเลือกในการเช่าที่พักอาศัยในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น เราเชื่อว่าการพัฒนาในครั้งนี้จะช่วยให้การค้นหาที่พักอาศัยที่ให้เช่า เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานมากขึ้น”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Facebook เผย “คลื่นลูกใหม่” ของกลุ่มคนที่จะก้าวมาเป็นชนชั้นกลาง และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Published

on

Facebook ประเทศไทย เผยผลการศึกษา ที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง (Emerging Middle Class) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีต่อพฤติกรรมและรูปแบบการซื้อที่เปลี่ยนไปของคนกลุ่มนี้ การสำรวจครอบคลุมในพื้นที่อันได้แก่

  • จังหวัดขอนแก่น
  • มหาสารคาม
  • สุราษฎร์ธานี
  • และอำเภอบ้านนาสาร
  • โดยเน้นถึงความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง
  • และนำเสนอข้อมูลให้กับกลุ่มธุรกิจในประเทศไทย สำหรับการมองหาโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้

ผลสำรวจเผยว่า…โลกดิจิทัลเปลี่ยนชีวิตของกลุ่มที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางกลุ่มใหม่ของประเทศไทยอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัด ประชากรกลุ่มนี้เข้าถึงเศรษฐกิจผ่านการเชื่อมต่อทางสมาร์ทโฟน ธุรกรรมการเงินออนไลน์ และโลจิสติกส์ที่มากยิ่งขึ้น และยังใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาและเติบโต สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดคือ การที่คนไทยใช้ช่องทางดิจิทัลในการแสดงออกถึงตัวตนและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น”

  • ประชากรชนชั้นกลางจำนวน 49 ล้านคนของประเทศไทย นับเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการเติบโตอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • โดยภายในปี 2022 จะมีประชากรชนชั้นกลางจำนวน 350 ล้านคน และรายได้ในครัวเรือน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ในช่วงปี 2017 ถึง 2022 เทคโนโลยีทำให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกรอบตัวเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่
  • โดยคาดว่าการใช้จ่ายผ่านมือถือจะสูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่โลจิสติกส์บนอีคอมเมิร์ซ จะเติบโตขึ้นถึง 7.5 – 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2022

“จากการสัมภาษณ์นักธุรกิจชั้นนำทั่วภูมิภาค 77% เห็นตรงกันว่า กลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญมาก มีเพียง 15% ที่คิดว่าธุรกิจของตนมีกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มนี้แล้ว (ผลิตภัณฑ์ การตลาด และยอดขาย/การกระจายสินค้า)

ผลการศึกษาครั้ง ทำให้สามารถรู้ว่า จะนำเสนอสินค้าที่มีความเฉพาะพิเศษ มีความพรีเมียมและตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่มีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ในฐานะธุรกิจ เราต้องเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มคนนี้ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจสำหรับเรา เช่น ผลิตภัณฑ์ของเราตอบโจทย์คความต้องการของพวกเขาหรือไม่”

เทรนด์หลักที่พบในกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่

  • การเลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง
    • ผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางจะต่างไปจากคนรุ่นก่อน ๆ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งข้อมูล
    • และสามารถเลือกที่จะมีตัวตนและอัตลักษณ์ที่ทันสมัย โดยยังยึดถือคุณค่าทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม
  • การเลือกเข้ากลุ่มทางสังคม
    • พื้นที่บนโลกออนไลน์ได้หลอมรวมผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความสนใจหรืองานอดิเรกที่เหมือนกัน โดยไร้ข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ทางกายภาพและสถานที่
    • ชุมชนบนโลกออนไลน์ยังสามารถช่วยหล่อหลอมทัศนคติ พฤติกรรม และมุมมองต่อโลกได้อีกด้วย
  • การเลือกตามความฝัน
    • ภาวะเศรษฐกิจสังคมซึ่งจากเดิมเป็นข้อจำกัดของโอกาส แต่พื้นที่บนโลกออนไลน์ช่วยให้ความมุ่งหวังกลายเป็นความฝันที่เป็นจริงได้
  • การเลือกเติมเต็มความสุข
    • กลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง มีความซับซ้อนมากขึ้นในพฤติกรรมการใช้จ่าย รวมไปถึงวิธีหรือช่องทาง
    • คนกลุ่มนี้จะเลือกซื้อสิ่งที่เติมเต็มความสุขของพวกเขา ได้แก่ ความงาม การท่องเที่ยว ประสบการณ์ และสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ

“ปัจจุบันการแพร่หลายของสื่อดิจิทัล ช่วยเปิดโลกแห่งโอกาสให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น และใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาซื้อมากขึ้น ผู้คนในภูมิภาคนี้มีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น การที่เราจะเติบโตไปพร้อมกับประชาชนกลุ่มใหม่กลุ่มนี้ได้ ภาคธุรกิจควรมองหาโอกาสในการปรับกลยุทธ์และค้นหาวิธีที่จะเติบโตไปพร้อมกับคนกลุ่มนี้ให้ได้”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Google เปิดบริการ “Shopping Ads” ในไทย เอาใจนักช้อปให้ค้นหาสินค้าและเชื่อมต่อผู้ขายบนโลกออนไลน์ได้เร็วขึ้น

Published

on

แน่นอนอย่างที่เรารุ้กันค่ะว่าคนไทยเนี่ยถือเป็นนักช้อปตัวยงเลยล่ะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงสิ้นปีถือเป็นช่วงเวลาที่พีคของการช้อปปิ้งในประเทศไทยเลยด้วย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งการหาซื้อของขวัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

การค้นหาสินค้าเพื่อการช้อปปิ้งนั้นมักจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ในปี 2560 พบว่า…ใน “วันคนโสด” (วันที่ 11 เดือน 11 ) มีการค้นหาสินค้าเพื่อการช้อปปิ้งมากขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2561 แต่ก็ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น การมองหาไอเดียของของขวัญก็เพิ่มขึ้นในช่วงสองเดือนก่อนปีใหม่ด้วย โดยส่วนมากเป็นการค้นหาของขวัญสำหรับครอบครัวและเพื่อน

ซึ่ง Google ก็ทราบดีว่าการค้นหาแบบนี้อาจใช้เวลานาน Google จึงทำให้การค้นหาสินค้าง่ายขึ้นสำหรับนักช้อปชาวไทย จึงได้นำเครื่องมือ Shopping Ads มาให้บริการในไทยแล้ว ซึ่ง Shopping Ads เป็นโฆษณาแบบรูปภาพ ที่ช่วยให้นักช้อปพบสินค้าที่พวกเขากำลังค้นหาอยู่ได้ง่ายขึ้น และเชื่อมต่อกับผู้จำหน่ายสินค้าเหล่านั้นได้เร็วขึ้นด้วย ซึ่งรายการสินค้าจะปรากฎขึ้นมาพร้อมกับผลการค้นหาของ Google Search 

หากคุณมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณสามารถใช้แคมเปญ Google Shopping เพื่อโปรโมตสินค้าของคุณ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์หรือร้านค้าของคุณ และเพิ่มจำนวนผู้ที่สนใจสินค้า โดยใส่ภาพสินค้า ราคา และชื่อร้าน ที่ผู้ที่ค้นหาด้วย Google สามารถเห็นได้ทันที เช่นเดียวกับโฆษณา Search Ads คุณจะเสียค่าโฆษณาเฉพาะเมื่อผู้ใช้คลิกเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!