Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Spotify ร่วมกับ Google Maps ผสานการฟังเพลงเข้ากับการเดินทางทุกกิโลของคุณ

ในยุคปัจจุบัน ผู้คนนิยมสตรีมเพลงจาก Spotify มากขึ้นระหว่างเดินทาง บางคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งในการฟังเพลงและช่วยนำทาง หรือถ้าใครขับรถก็คงได้ใช้ระบบนำทางในรถยนต์บ่อยๆ ตอนนี้แทนที่จะสลับไปมาระหว่างการฟังเพลงและการดูแผนที่นำทาง Spotify ได้เชื่อมต่อกับ Google Maps มอบประสบการณ์ใหม่ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมเพลงที่ฟังใน Spotify จากในแอป Google Maps ได้โดยตรง ทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นไปอีก

เชื่อว่าหลายๆ คนอาจเคยสัมผัสประสบการณ์การนำทางที่เชื่อมต่อกับการฟังเพลงจากตอนที่ Spotify ร่วมกันกับ Waze ในปีพ.ศ. 2560 โดยนับตั้งแต่วันนี้ไป ผู้ใช้ Google Maps นับล้านรายใน 65 ประเทศทั่วโลกที่ Spotify ให้บริการ จะเริ่ม “ฟังเพลงแบบไม่สะดุด ในช่วงเวลารถติด” ได้ โดยฟีเจอร์นี้จะรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพียงแค่เชื่อมต่อเข้ากับบัญชี Spotify ฟีเจอร์นี้ก็พร้อมใช้งานได้เลย

ขณะนี้ผู้ใช้ Spotify สามารถเปิดใช้งานระบบควบคุมการเล่นเพลง (playback control) ในการตั้งค่าของแอป Google Maps ได้ ขอบอกว่า เพียงหนึ่งคลิก ชีวิตก็เปลี่ยน เพราะคุณจะสามารถเพลิดเพลินกับเพลงและพอดแคสต์จาก Spotify ทำให้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางได้อย่างง่ายๆ และราบรื่น จะกดหยุดเพลงชั่วคราว กดเล่น หรือกดข้ามก็ได้ตามใจชอบ หาเพลงที่ใช่สไตล์ที่ชอบได้เลย

การสลับใช้งานระหว่างสองแอปพลิเคชั่นนี้และการเลือกเพลงจะยังสามารถทำได้แบบไร้รอยต่อ ด้วยการเชื่อมต่อจากหน้าแรกของแอป Google Maps สู่ Spotify คุณจะสามารถเรียกดูเพลง อัลบั้มและเพลย์ลิสต์ต่างๆ ได้ นอกจากนี้จะยังมีแบนเนอร์ในหน้าแอป Spotify เพื่อช่วยให้คุณกลับไปยังหน้าของ Google Maps ได้สะดวก

ดังนั้นในการเดินทางครั้งต่อไปของคุณ เราได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ไม่ว่าคุณจะสตรีมเพลย์ลิสต์ประจำตัว เพลย์ลิสต์สุดฮิตยามเช้า อย่าง Daily Lift หรือ Morning Commute หรือกดชัฟเฟิลเพลงในอัลบั้มโปรดของคุณ คุณก็สามารถเดินทางไปพร้อมกับเพลงจังหวะที่โดนใจ มุ่งไปจุดหมายปลายทางแบบเต็มที่ได้เลย

ผู้ใช้ Google Maps จะเริ่มใช้ฟีเจอร์นี้ได้เร็วๆ นี้  อย่าลืมอัปเดทแอปพลิเคชั่น Spotify เวอร์ชั่นล่าสุดลงเครื่อง และดาวน์โหลด Google Maps มาให้พร้อม สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS ไปได้เลยที่App Store ส่วนชาว Android ก็โหลดได้ง่ายๆ ผ่าน Google Play Store

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Get ขยายพื้นที่ให้บริการ ยังเปิดให้คนกรุงฯทดลองใช้บริการ “ฟรี” ได้อยู่!!

Published

on

Get แอปพลิเคชั่นใหม่ บริการเรียกรถจักรยานยนต์วินและรับส่งพัสดุ ได้ขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุม 14 เขต ได้แก่

  1. จตุจักร
  2. ลาดพร้าว
  3. วังทองหลาง
  4. สาทร
  5. บางรัก
  6. คลองเตย
  7. ยานนาวา
  8. บางกะปิ
  9. ราชเทวี
  10. ปทุมวัน
  11. พญาไท
  12. บึงกุ่ม
  13. บางคอแหลม
  14. และ ราษร์บูรณะ

โดย “เก็ท” ที่ได้รับการสนับสนุนจากโกเจ็ก จะให้บริการทั้งการเรียกรถจักรยานยนต์วินและบริการรับส่งพัสดุ ภายในระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยจะยังให้บริการฟรีในช่วงซอฟต์ลอนช์ ที่เป็นการเปิดตัวแบบไม่เป็นทางการนี้

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา “เก็ท” ได้เปิดทดลองเบต้าแอปใน 3 เขต ได้แก่ จตุจักร ลาดพร้าว และวังทองหลาง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชั่นและบริการให้พร้อมที่สุด และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากแนวทางที่ใช้จักรยานยนต์วินที่ถูกกฎหมายสำหรับการรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคนขับและผู้โดยสาร ทำให้ “เก็ท” สามารถขยายเขตการให้บริการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

“เราต้องการให้ “เก็ท” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับบริการเรียกรถและส่งพัสดุให้กับคนกรุงเทพฯ เราเชื่อว่ารถจักรยานยนต์เป็นกุญแจไขสำคัญ ในการช่วยลดปัญหาการจราจร และช่วยให้คนเมืองสามารถเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะเริ่มด้วยบริการ “เก็ทวิน” และ “เก็ทเดลิเวอรี่” ก่อนจะขยายไปยังบริการอื่น ๆต่อไป”นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้ง “เก็ท” กล่าว

ประเทศไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตที่สูง แต่ก็มีความซับซ้อนและแตกต่างจากที่อื่น ทีมงานของ “เก็ท” ทำงานกันหนักกันอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแอปให้เหมาะสมกับบริบทของไทยให้มากที่สุด มั่นใจว่า “เก็ท” จะสามารถมอบบริการที่ตรงใจคนไทย

โดยลูกค้าในช่วงแรกจะสามารถใช้บริการของ “เก็ท” ได้ฟรีในระยะทาง 8 กิโลเมตร ในทั้ง 14 เขต ที่ให้บริการ ทั้งบริการเก็ทวิน (GET WIN) และ เก็ทเดลิเวอรี่ (GET DELIVERY) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้แล้วทั้งทาง App Store และ Play Store  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE MOBILE ฉีกกฎการทำโฆษณา ใช้สื่อพื้นที่โฆษณาบนตัวคน ครั้งแรกในไทย

Published

on

LINE MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในไทย สร้างปรากฏการณ์ความ “ว้าว” ให้วงการ Telco ต้อนรับปีหมู ฉีกกฎการทำโฆษณาแบบเดิม ๆ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “โฆษณาสุดครีเอทครั้งแรกในไทย” ที่การันตีว่าจะสร้างความฮือฮาและ disrupt แวดวงการตลาด

โดยใช้สื่อพื้นที่โฆษณาบนตัวคน หรือ Human Media ครั้งแรกในประเทศไทย โดยคุณวี – ปวริศา ชุมวิกรานต์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด LINE MOBILE ประเทศไทย ดึงนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังอย่าง “ไอซ์-พาริส” หรือ อาฉี่ ในเลือดข้นคนจาง มาเปิดพื้นที่บนหน้าผากส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ไม่เคยเปิดให้ใครมาก่อน พร้อมชวนทุกคนมาเปิดใจให้ LINE MOBILE

พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ บน FACEBOOK LINE MOBILE TH ให้แฟน ๆ ลุ้นไปเจอหนุ่มไอซ์ตัวจริงได้ในงานอีเวนต์ “LINE MOBILE ยิ่งเปิด…ก็ยิ่งรัก สแกนเปิดใจกับไอซ์ พาริส” ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ที่ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

#อะไรอยู่ใต้ผมไอซ์ #ลองเปิดใจแล้วคุณจะรัก #LINEMOBILETH #รักได้ง่ายๆ #ICEMostExclusiveAdSpace

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“ดิจิทัล เวนเจอร์ส และ ม.เชียงใหม่” ร่วมดันโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เร่งพัฒนาความสามารถนักศึกษา

Published

on

บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด และ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสนับสนุนโครงการ “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” เพื่อพัฒนาความสามารถของนักศึกษา ให้เป็นบัณฑิตที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในยุคของการแข่งขันทางเศรษฐกิจในเชิงดิจิทัลของประเทศ ร่วมสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน การร่วมออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดสรรที่ปรึกษาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ รวมถึงให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงกับบริษัทฯ ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมต่อยอดโครงการกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในอนาคต

 

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “นอกจากภารกิจหลักของบริษัทฯ​ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและสรรหานวัตกรรมเพื่อนำมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับภาคธุรกิจและสังคมของไทยแล้ว เรายังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษา อันเป็นปัจจัยพื้นฐานให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะเชิงลึก พร้อมที่จะรองรับความท้าทายต่าง ๆ ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนี้ การร่วมมือกับ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นี้ในโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ให้กลายเป็นบัณฑิตที่มีคุณลักษณะและทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นจากความร่วมมือ 3 ส่วน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัย (วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
  • ภาคธุรกิจ (บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด) และ
  • นักศึกษา (จากวิทยาลัยฯ)

 

โดยบริษัทฯ ให้การสนับสนุนโครงการในต่าง ๆ ทั้งด้านเงินทุน การร่วมออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นที่ปรึกษาพร้อมกับจัดสรรผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ รวมถึงให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงกับบริษัท ตลอดระเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อให้น้องนักศึกษาได้มีโอกาสนำความรู้มาประยุกต์และเรียนรู้การทำงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ หากนักศึกษาในโครงการผ่านเกณฑ์การคัดเลือก นักศึกษาจะได้รับข้อเสนอให้เป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ ต่อไป ระยะเวลาของโครงการออกเป็น 3 ช่วง ดังต่อไปนี้

  1. Pre-Bootcamp & Matching (แผนการจับคู่ตำแหน่งงาน) : สิงหาคม – ธันวาคม 2561
  2. Bootcamp (แผนการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติ) : มกราคม – เมษายน 2562
  3. Work Integrated Learning (การปฏิบัติงานที่บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด) : พฤษภาคม 2562 – เมษายน 2563

 

ในอนาคต บริษัทฯ มีความยินดีที่จะเปิดรับความร่วมมือในลักษณะนี้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะแรงงานและมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลต่อไป นายอรพงศ์ กล่าวเสริม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!