Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เปิดตัว “ThinkPad X1 Extreme” แล็ปท็อประดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุดจาก “เลอโนโว”

เลอโนโวเปิดตัวแล็ปท็อประดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุด ThinkPad X1 Extreme ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 15 นิ้ว เป็น ThinkPad ในซีรี่ส์ X1 รุ่นแรกที่เสริมประสิทธิภาพด้วยการ์ดจอ NVIDIA รองรับการเล่นเกมระดับสูง ThinkPad X1 Extreme ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของผู้ที่ต้องการแล็ปท็อป Windows 10 ที่มีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษด้วย

ThinkPad X1 Extreme เหมาะสำหรับการทำงานในรูปแบบมัลติมีเดีย อาทิ

  • การตัดต่อหรือตกแต่งไฟล์ภาพและวิดีโอ
  • การทำงานกราฟิกต่าง ๆ
  • และการทำภาพเสมือนจริง
  • สามารถทำงานร่วมกับชุดหูฟังชั้นนำได้โดยมีความหน่วงน้อยลง จึงทำให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์การรับชมได้อย่างสมจริง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เหมาะสำหรับงานหลากหลายด้านอีกด้วย เช่น
    • ด้านการศึกษา
    • การฝึกอบรม
    • การดูแลสุขภาพ
    • หรือด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม เป็นต้น

ThinkPad X1 Extreme คือ พรีเมี่ยมแล็ปท็อป มีความคงทนมากอีกรุ่นหนึ่ง ตัวเครื่องภายนอกทำมาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ 4 ชั้น เป็นวัสดุหลักที่ช่วยทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา ภายในมีการออกแบบให้รองรับและป้องกันแรงกระแทก ด้านล่างของตัวเครื่องเสริมวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์แบบใหม่ เพื่อให้ระบบระบายความร้อนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ตอบโจทย์การทำงานทุกรูปแบบ

  • ThinkPad X1 Extreme ให้อิสระในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน ร้านกาแฟ หรือสนามบิน โดยคุณสามารถทำงานได้อย่างไร้กรอบจำกัดทางด้านพื้นที่ ด้วยตัวเครื่องที่ถูกดีไซน์ออกมาให้มีน้ำหนักเบาเพียง 1.7 กิโลกรัม และความบางที่มากกว่ารุ่นอื่น ๆ ในตระกูล เช่น ThinkPad T580
  • ThinkPad X1 Extreme จึงถือว่าตอบทุกโจทย์การใช้งาน เพราะสามารถพกไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่าย และมีประสิทธิภาพ
  • การทำงานเร็วและแรงกว่า ThinkPad X1 ทุกรุ่นที่เคยมีมาด้วยขุมพลัง Intel Core 8th Gen และชิปเซ็ท six-core Intel® CoreTM i9  ที่จะถูกนำมาใช้งานในอีกไม่ช้า
  • รองรับแรมสูงสุดได้ถึง 64GB หน่วยเก็บความจำ SSD PCIe 2ช่อง มีระบบรองรับการทำ RAID 0/1 ภายในตัวอีกด้วย

ฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ได้แก่

  • ระบบไมโครโฟนและระบบเสียง Dolby AudioTM Premium ช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ในการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ให้มีความคมชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • การใช้งานแบตเตอรี่ยังสามารถใช้งานได้นานสุดถึง 15 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จเร็ว Rapid Charge ที่จะเติมเต็มแบตเตอรี่ 80% ภายใน 60 นาที
  • และเปิดมิติใหม่ในการใช้คีย์บอร์ดทุกครั้งที่พิมพ์ด้วย ThinkPad Keyboard ซึ่งมีจุดกดตอบสนองต่อการสัมผัสที่ 1.8 มิลลิเมตร

 

ให้ความบันเทิงถึงขีดสุด

  • ThinkPad X1 Extreme ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างครบวงจร ทั้ง ใช้เพื่อการทำงานหรือใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว โดย X1 Extreme มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส ช่วยให้การใช้งานเครื่องลื่นไหลเหมือนใช้สมาร์ทโฟน
  • มีระบบสั่งการด้วยเสียง Cortana และ Amazon Alexa ช่วยเปิดประสบการณ์การสั่งงานรูปแบบใหม่แก่ผู้ใช้
  • เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมบนหน้าจอความละเอียดแบบ Ultra HD มีขนาดกว้างถึง 15.6 นิ้ว และระบบเสียง Dolby Atmos® อันทรงพลัง ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมให้สมจริง เสมือนอยู่ในสมรภูมิรบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานผ่านชุดหูฟังส่วนตัว
  • ตัวเครื่องมาพร้อมการ์ดจอกราฟิก NVIDIA GeForce 1050 Ti MaxQ จึงสามารถรองรับการเล่นเกมเฟรมเรตสูงได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด
  • และรองรับ Dolby VisionTM HDR ให้ภาพคมชัดในทุกมุมมอง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับรายการ หรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบได้ ผ่านทุกช่องทาง
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Hackathon สาย Food Tech จำนวนจำกัดรับวันสุดท้าย: Aroii Food Tech Hackathon 2019

Published

on

By

Enterprise Lab ร่วมกับโครงการเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam Innovation District) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และ Aroii (facebook.com/aroii.co/)

จัดกิจกรรม Hackathon สาย Food Tech เข้าร่วมได้ฟรี แต่รับจำนวนจำกัด!

โดยเปิดรับ

  • นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และกำลังจะจบในปีการศึกษานี้จากทุกสถาบัน
  • ผู้ที่เพิ่งเรียนจบ และมีประสบการณ์การทำงานในระยะไม่เกิน 2 ปี

กำหนดการ (ไม่ค้างคืน)

วันที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 18:00น – 21:00น  (วันเตรียมความพร้อมผู้เข้าร่วมงาน)

วันที่ 26 มกราคม 2562 เวลา 10:00น. – 21:00น. (วันงานวันแรก)

วันที่ 27 มกราคม 2562 เวลา 10:00น. – 21:00น. (วันงานวันสุดท้าย)

นอกจากจะเข้าร่วมฟรีแล้วมีของรางวัลด้วยนะ แต่ว่าจะหมดเขตรับสมัครแล้วนะ!

รับสมัครถึงวันที่ 18 นี้เวลา 20.00 น. และประกาศผลการคัดเลือกภายในวันที่ 18 (หรือหลังจากนี้ตามความเหมาะสม) ทางอีเมลและโทรศัพท์ที่ท่านได้สมัครไว้ รับจำนวนจำกัด! 40 ท่านเท่านั้น

ดูรายละเอียดแล้วสมัครได้ที่: คลิกที่นี่

สถานที่:

Siam Innovation District – Siam Square One

Google Maps

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“เบลคิน ควบรวม บริษัทฟ็อกซ์คอนน์” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2019

Published

on

เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล (Belkin International) ยกขบวนสินค้านวัตกรรมระดับพรีเมียมจากแบรนด์ในเครือ ทั้ง

  • เบลคิน (Balkin)
  • ลิงก์ซิส (LinkSys)
  • วีโม (Wemo) และ
  • ฟิน (Phyn)

ร่วมจัดแสดงในงาน CES 2019 โดยนับเป็นการจัดแสดงสินค้าในงาน CES เป็นครั้งแรกหลังจากที่เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology – FIT) ซึ่งการจัดแสดงสินค้าในงานครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยแบรนด์เบลคิน นำเสนอนวัตกรรมในกลุ่มการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร (Connected Things) ชูผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการเชื่อมต่อด้านเสียง, USB-C, การชาร์จสมาร์ทโฟน และสายเชื่อมต่อรุ่นใหม่ ๆ

การเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร (Connected Things)

เบลคิน (Balkin)

ผลิตภัณฑ์เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องเสียง

  • ROCKSTAR™ Headphones with Lightning Connector

ออกแบบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน ป้องกันสายหักงอ รองรับมาตรฐานอุปกรณ์เสริมที่กำหนดโดย Apple (MFi) จุกหูฟังซิลิโคนทำให้สวมใส่ได้กระชับ ช่วยป้องกันเสียงรบกวน ทนต่อเหงื่อและน้ำ พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมิถุนายน 2562 ผ่านทาง Belkin.com

ผลิตภัณฑ์สายชาร์จ

  • BOOST↑CHARGE™ USB-A to Lightning, USB-A to USB-C, USB-C to Lightning Cables made with DuraTek™

คิดค้นและออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานขั้นสูงสุด เพิ่มสายหนังสำหรับรัดเก็บสายที่เป็นระเบียบและป้องกันสายพันกัน มีความยาวแบบ 4, 6 และ 10 ฟุต ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดีไซน์ใหม่ให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

ผลิตภัณฑ์หัวชาร์จแบบชาร์จเร็วและPower Bank

  • BOOST↑CHARGE™ USB-C Car Charger + Cable และ USB-C Home Charger + Cable

เทคโนโลยี QuickCharge 4+ ช่วยให้ชาร์จไฟได้เร็วขึ้น โดยชาร์จได้สูงสุด 50% ภายใน 15 นาที  ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี QuickCharge และ Power Delivery ทุกชนิด สูงสุด 27 วัตต์ มาพร้อมสาย USB-C ยาว 4 ฟุต พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

  • BOOST↑CHARGE™ Power Bank USB-C 20K with USB-C Cable

มาพร้อมเทคโนโลยี Power Delivery 2.0 รองรับการจ่ายไฟถึง 30 วัตต์ สามารถชาร์จพลังงานกับ iPad Pro 11 นิ้ว และ iPad Pro (3rd Generation) 12.9 นิ้ว แบตเตอรี่สำรองมาพร้อมความจุไฟสูง รองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยหัวแบบ USB-C สามารถชาร์จอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ด้วยสาย USB-A รองรับกำลังไฟ 12 วัตต์ พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

อุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับสมาร์ทโฮม (Connected Home)

ลิงก์ซิส (LinkSys)

เราเตอร์ระบบ Mesh WiFi คือสัญญาณ WiFi เวอร์ชั่นปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่เพื่อมอบความเร็วที่สูงขึ้น ครอบคลุมระยะกว้างขึ้น และมอบการเชื่อมต่อที่มีความเสถียรสูง ด้วยโซลูชั่นการปล่อยคลื่นวิทยุแบบตาข่าย (Mesh Solution) ทำให้สามารถกระจายสัญญาณ WiFi ได้ดี รวดเร็ว และสม่ำเสมอ

  • MAX STREAM AC2200 Tri-Band Mesh WiFi Router 

เทคโนโลยี Tri-Band WiFi และ MU-MIMO มอบสัญญาณ WiFi ที่ความเร็วรวมสูงสุดถึง 2.2 Gbps ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์สตรีมมิ่ง เล่นเกมออนไลน์ วิดีโอแชท และใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมได้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน สามารถเพิ่มและเชื่อมต่อ Velop Mesh WiFi Node ได้ทุกจุดตามต้องการ ติดตั้งง่ายด้วยแอปพลิเคชั่นของ Linksys

การควบคุมของผู้ปกครองและการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย

  • Linksys Shield

บริการซอฟต์แวร์แบบลงทะเบียนระดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้งาน Velop Tri-Band เพื่อป้องกันการเข้าถึงเนื้อหา/ประเภทสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม และมอบระดับการปกป้องเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการคุกคามทางดิจิทัลทั้งสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและครอบครัวของคุณ ปกป้องระบบค้นหาข้อมูลขั้นสูงด้วยการตรวจสอบเว็บไซต์ที่คุณเข้าถึงผ่านฐานข้อมูลที่มีบันทึกข้อมูลการคุกคามนับล้านรูปแบบ จึงช่วยปกป้องคุณและครอบครัวจากการเข้าสู่เว็บไซต์ที่มีอันตรายแบบไม่คาดคิด

วีโม (Wemo)

  • New Wemo Light Switches for 2019

รองรับการทำงานร่วมกับ HomeKit ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพฟังก์ชั่นการทำงานของซอฟต์แวร์ Apple HomeKit ได้โดยไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์อื่น ๆ สำหรับการใช้งาน Mini Smart Plug และ Wemo Dimmer สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ HomeKit อย่างเต็มประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ชั้นนำของวีโมทุกรุ่น

ฟิน (Phyn)

  • Phyn Plus Smart Water Assistant + Shutoff

อุปกรณ์ตรวจสอบระบบน้ำอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต ช่วยตรวจจับการรั่วซึมได้ทุกจุดของบ้านและทำการปิดน้ำที่ท่อน้ำหลักโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตรวจสอบการใช้น้ำ ให้การแสดงข้อมูลอย่างละเอียดแก่เจ้าของบ้านถึงปริมาณการใช้น้ำ เพื่อให้สามารถปรับ/ลดการใช้น้ำได้อย่างเหมาะสม วางจำหน่ายที่อเมริกา และมีแผนขยายตลาดไปยังยุโรปเพิ่มเติม

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Get ขยายพื้นที่ให้บริการ ยังเปิดให้คนกรุงฯทดลองใช้บริการ “ฟรี” ได้อยู่!!

Published

on

Get แอปพลิเคชั่นใหม่ บริการเรียกรถจักรยานยนต์วินและรับส่งพัสดุ ได้ขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุม 14 เขต ได้แก่

  1. จตุจักร
  2. ลาดพร้าว
  3. วังทองหลาง
  4. สาทร
  5. บางรัก
  6. คลองเตย
  7. ยานนาวา
  8. บางกะปิ
  9. ราชเทวี
  10. ปทุมวัน
  11. พญาไท
  12. บึงกุ่ม
  13. บางคอแหลม
  14. และ ราษร์บูรณะ

โดย “เก็ท” ที่ได้รับการสนับสนุนจากโกเจ็ก จะให้บริการทั้งการเรียกรถจักรยานยนต์วินและบริการรับส่งพัสดุ ภายในระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยจะยังให้บริการฟรีในช่วงซอฟต์ลอนช์ ที่เป็นการเปิดตัวแบบไม่เป็นทางการนี้

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา “เก็ท” ได้เปิดทดลองเบต้าแอปใน 3 เขต ได้แก่ จตุจักร ลาดพร้าว และวังทองหลาง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชั่นและบริการให้พร้อมที่สุด และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากแนวทางที่ใช้จักรยานยนต์วินที่ถูกกฎหมายสำหรับการรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคนขับและผู้โดยสาร ทำให้ “เก็ท” สามารถขยายเขตการให้บริการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

“เราต้องการให้ “เก็ท” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับบริการเรียกรถและส่งพัสดุให้กับคนกรุงเทพฯ เราเชื่อว่ารถจักรยานยนต์เป็นกุญแจไขสำคัญ ในการช่วยลดปัญหาการจราจร และช่วยให้คนเมืองสามารถเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะเริ่มด้วยบริการ “เก็ทวิน” และ “เก็ทเดลิเวอรี่” ก่อนจะขยายไปยังบริการอื่น ๆต่อไป”นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้ง “เก็ท” กล่าว

ประเทศไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตที่สูง แต่ก็มีความซับซ้อนและแตกต่างจากที่อื่น ทีมงานของ “เก็ท” ทำงานกันหนักกันอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแอปให้เหมาะสมกับบริบทของไทยให้มากที่สุด มั่นใจว่า “เก็ท” จะสามารถมอบบริการที่ตรงใจคนไทย

โดยลูกค้าในช่วงแรกจะสามารถใช้บริการของ “เก็ท” ได้ฟรีในระยะทาง 8 กิโลเมตร ในทั้ง 14 เขต ที่ให้บริการ ทั้งบริการเก็ทวิน (GET WIN) และ เก็ทเดลิเวอรี่ (GET DELIVERY) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้แล้วทั้งทาง App Store และ Play Store  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!