Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

จับตาเทรนด์การตลาดแบบแรงดึงดูด Inbound Marketing “ใช้งบน้อย แต่ได้ผลยั่งยืน“ จากธุรกิจชั้นนำของไทย!!

งานเสวนา “​Inbound Marketing Talk 2019” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการตลาดแบบแรงดึงดูด หรือ “Inbound Marketing” จาก Content Shifu ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ความรู้ด้าน Digital Marketing ที่มีผู้ติดตามเป็นประจำในเว็บไซต์ contentshifu.com พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายการตลาดและผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปจาก 3 ธุรกิจชั้นนำ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การริเริ่มนำแนวคิด Inbound Marketing มาปรับใช้ในธุรกิจ

จากประสบการณ์การทำ Inbound Marketing ที่มากว่า 3 ปี Content Shifu มองเห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในบ้านเรา ที่เริ่มหันมาทำ Inbound Marketing กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะจริง ๆ แล้ว Inbound Marketing เป็นแนวคิดการทำการตลาดที่เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่มาก เหตุผลก็เพราะปัจจุบันมีตัวเลือกในตลาดจำนวนมาก และผู้บริโภคยุคนี้ก็มักจะหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ มากกว่าที่จะเชื่อการโฆษณาแบบเดิม ๆ การทำการตลาดด้วยการส่งมอบคอนเทนต์ที่ให้คุณค่า น่าเชื่อถือ และตอบคำถามที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ จึงเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่ช่วยให้ธุรกิจบรรลุผลลัพธ์มากขึ้น

ในปี 2019 นี้ Inbound Marketing ที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจประเภท B2B ธุรกิจที่มีมูลค่าสินค้าและบริการค่อนข้างสูง เช่น

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  • การเงิน การธนาคาร เป็นต้น

การทำบล็อกแบบ “ทำไมบนเว็บถึงมีแต่เรื่องที่เราอยากบอก ไม่มีเรื่องที่ลูกค้าอยากอ่าน” ซึ่งแม้ว่า ณ วันนั้นจะยังไม่มีใครเข้าใจว่าบริษัทจะได้อะไรจากการทำบล็อกแบบนี้ แต่ปัจจุบัน Krungsri GURU กลายเป็นช่องทางที่มีฐานแฟนที่ติดตามคอนเทนต์เป็นประจำ เพราะนำเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า และยังเป็นอีกแพลตฟอร์มที่ช่วยนำเสนอสินค้าและบริการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ในบล็อกที่ลูกค้ากำลังสนใจ

“วิธีการทำคอนเทนต์แบบนี้มันเรียกว่า Inbound Marketing คือ

  • ต้องพยายามคิดหาวิธีการทำตลาดที่ใช้งบน้อยที่สุด
  • ทำคอนเทนต์เพื่อให้ความรู้เรื่องการลงทุนกันเอง โดยเน้นเล่าเรื่องการลงทุนแบบเน้นคุณค่าเท่านั้น
  • ซึ่งนอกจากจะใช้งบน้อยแล้ว คอนเทนต์ของเรายังทำให้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเรื่องการลงทุนแบบเน้นคุณค่า โดดเด่นจากคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาด
  • รวมทั้งเป็นที่รู้จัก และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้น

สำหรับฝั่งธุรกิจอสังริมทรัพย์ซึ่งมีราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูง การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านการเล่าเรื่องในบล็อกด้วยคอนเทนต์ทั้งสองประเภทตามวิถี Inbound Marketing คือ

  • Evergreen Content (คอนเทนต์เชิงคุณภาพที่เน้นการให้ความรู้และไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา) และ
  • Topical Content (คอนเทนต์ตามกระแสที่เป็นหัวข้อที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง)
  • จะทำให้แบรนด์มีความน่าสนใจ เข้าถึงและสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้ดีขึ้น มากกว่าการโฆษณาขายของเพียงอย่างเดียว

งานสัมมนา“​Inbound Marketing Talk 2019”นี้ ได้รับความสนใจอย่าล้นหลามจากนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจ โดยผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานด้านการตลาดเกือบ 100 คนจาก 40 ธุรกิจ ซึ่งมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมพลังงาน การเงิน การศึกษา และเอเจนซีที่ทำงานด้านการตลาดดิจิทัลให้ลูกค้า ในฐานะผู้จัดงาน Content Shifu เชื่อมั่นว่า การตลาดแบบแรงดึงดูด นี้จะเป็นทางเลือกที่ธุรกิจหันมาใช้ประโยชน์มากขึ้นอย่างแน่นอน”

ภายในงานยังมีการเปิดตัวและจำหน่ายหนังสือ “Inbound Marketing การตลาดแบบแรงดึงดูด” หนังสือเล่มแรกของ Content Shifu ด้วย ถ่ายทอดแนวคิดและเคล็ดลับการทำ Inbound Marketing จากประสบการณ์จริงของสามผู้ร่วมก่อตั้ง Content Shifu เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้ศาสตร์การตลาด Inbound Marketing เข้าถึงง่ายด้วยตัวเอง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

มหาจักรฯเดินหน้าเปิดตัว “JBL Endurance Series” ครบทั้งตระกูล พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ

Published

on

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยสำหรับหูฟัง JBL Endurance Series โดยตระกูลนี้เป็นหูฟังสาย Sport มีทั้งหมด 5 รุ่น เริ่มกันตั้งแต่

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance RUN

  • หูฟัง JBL Endurance Run ด้วยการออกแบบ FlipHook ที่สวมใส่แบบเกี่ยวหลังใบหูได้ด้วย
  • ผสมกับ FlexSoft และ TwistLock เทคโนโลยี รับประกันได้เลยว่าคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือหูฟังหลุดในขณะที่ใช้งานอย่างแน่นอน
  • กันน้ำมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX5 กันฝนและเหงื่อได้อย่างดี ทำให้คุณหมดห่วงทุกอุปสรรค์ในการออกกำลังกาย
  • มาพร้อมไมโครโฟนในตัวจึงทำให้คุณไม่พร้อมสายสำคัญขณะที่คุณออกกำลังกาย
  • มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance SPRINT

  • หูฟัง JBL Endurance Sprint หูฟังที่ถูกออกแบบมาให้ไม่เจ็บหรือหลุดขณะสวมใส่
  • มาพร้อมมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX7
  • มีเทคโนโลยี Speed Charge จึงใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่เพียง 10 นาที และใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
  • สวมใส่สบายสุด ๆ ด้วยเทคโนโลยี FlexSoft และ TwistLock ที่รับประกันได้เลยว่า จะไม่ทำให้คุณเจ็บหรือหูฟังหลุดขณะสวมใส่
  • มาพร้อมการความคุมแบบสัมผัสที่ให้คุณได้ใช้งานอย่างสะดวกสบาย
  • มี MagHook แม่เหล็กที่จะให้คุณหนีบหูฟังกับเสื้อผ้าในขณะที่คุณไม่ได้ใช้งานได้อีกด้วย
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 1,990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance JUMP

  • หูฟัง JBL Endurance Jump หูฟังที่ถูกออกแบบมาให้ไม่เจ็บหรือหลุดขณะสวมใส่ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกายที่มีการคลื่อนไหวสูง (กระโดด, โลดโผน) ด้วยการออกแบบตัว Hook และ จุกยางอย่างดี รับประกันได้ว่าคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือหูฟังหลุดในขณะที่สวมใส่
  • มาพร้อม PowerHook ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดใช้งานทันทีอัตโนมัติ เมื่อคุณทำการสวมใส่หูฟัง
  • เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย Twistlock ที่ออกแบบมาให้ล็อคกับใบหูอย่างพอดี
  • สามารถกันน้ำได้ด้วยมาตราฐาน IPX7 ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
  • พร้อมทั้งยังใช้เวลาชาร์จที่แสนสั่นด้วยเทคโนโลยี Speed Charge
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 2,990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance DRIVE

  • หูฟัง JBL Endurance Drive เมื่อคุณชอบออกำลังกายทั้งบนบกและในน้ำ JBL Endurance Drive คือหูฟังที่เกิดมาเพื่อคุณ รับประกันว่าเมื่อคุณสวมใส่หูฟังเป็นเวลานานจะไม่ทำให้คุณเจ็บหูหรือหลุดแน่นอน
  • ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้เพลิดเพลนมากขึ้น ด้วยมาตราฐานการกันน้ำระดับ IPX7 และ Powerhook ที่เมื่อคุณทำการสวมใส่และล็อค Hook ฟังจะทำการเปิดใช้งานให้อัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเพื่อฟังเพลงอีกต่อไป
  • เชื่อมต่อการใช้งานผ่าน Bluetooth ได้แล้ว DIVE ยังมีเครื่องเล่น MP3 ภายใน มีความจุ 1 GB (สามารถบันทึกได้มากกว่า 200 เพลง)
  • ความคุมด้วยการสัมผัส มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมง
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 3,990 บาท

This slideshow requires JavaScript.

JBL Endurance PEAK

  • หูฟัง JBL Endurance Peak เพลิดเพลินกับอิสระในการออกกำลังกายที่ไร้สายอย่างสมบูรณ์แบบ โดย JBL PEAK
  • ใช้งานได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง (4 ชั่วโมงต่อครั้ง + 24 ชั่วโมงเคสหูฟังพลังงานสำรอง)
  • ใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาที เพื่อใช้งาน 1 ชั่วโมง มาพร้อม PowerHook ที่จะทำให้คุณใช้งานหูฟังได้ทันที เมื่อคุณทำการสวมใส่ พร้อมเสมอสำหรับการออกกำลังกายของคุณทุกรูปแบบ สามารถกันน้ำได้ ด้วยมาตราฐาน IPX7 สำหรับการทำงานของตัว Hook ถูกออกแบบให้รับกับใบหูเป็นอย่างดี รับประกันได้เลยว่าคุณจะไม่เจ็บหู หรือหลุดขณะที่คุณกำลังสวมใส่
  • สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ MONO และ STEREO สามารถรับสายโทรศัพท์ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการควบคุมแบบสัมผัส
  • มาพร้อมเคสที่ถูกออกแบบมาอย่างทนทาน ให้คุณได้เก็บรักษาหูฟังของคุณได้เมื่อใช้งานเสร็จเรียบร้อย
  • มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง, สีเหลือง, สีน้ำเงิน และสีเขียว
  • ราคา 4,990 บาท
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ให้ขอบเขตสีกว้างกว่า รองรับงานพิมพ์คุณภาพสูงกับ “High Chroma” จากโคนิก้า มินอลต้า

Published

on

โคนิก้า มินอลต้า เปิดตัวแท่นพิมพ์ดิจิทัลสี High Chroma รุ่น AccurioPress C83HC ใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการ คุณสมบัติเด่นคือสามารถพิมพ์สี sRGB ได้ ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับจอภาพ

สำหรับเทรนด์สีในปี 2019 มีอยู่ 8 สีด้วยกัน ได้แก่

  1. สีแดง Fiery reds หากรู้จักเลือกใช้จะให้ความรู้สึก Healthy
  2. สีขาว White neutrals สีที่ให้ความรู้สึกสงบ ความลงตัว
    โมเดิรน์และทันสมัย
  3. สีแบบ Earthy tones ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ย้อนอารมณ์ไปในอดีต
  4. สี Less is more มีแบบสีให้เลือกไม่มากแต่กลับสร้างการตอบรับได้ดี อาทิ สีขาว – ดำ
  5. สี Break  contrasts ให้ความรู้สึกถึงความกล้าของสีในแบบสีธรรมชาติหลัก ๆ แล้วมาทำให้เกิดขัดแย้งเป็นสีใหม่
  6. สีแบบ The more the merrier สามารถใช้สีได้ทุก ๆ พื้นที่ อาทิ สีพาสเทล หรือสีที่สะท้อนแสงได้
  7. สีแบบ Iridescent Colors คล้ายหนังปลาทู สีสายรุ้ง 8.สี Living Coral หรือสีของปะการังที่ให้ความอบอุ่น เติบโต ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นนักออกแบบนำมาใช้กับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ

แท่นพิมพ์ดิจิทัลสี AccurioPress C83HC ของโคนิก้า มินอลต้า น่าจะตอบโจทย์งานเหล่านี้ได้เพราะมีเทคโนโลยีผงหมึกสี High Chroma ที่ให้ขอบเขตสีที่กว้างกว่าผงหมึกสี CMYK ทั่วไป จึงให้ภาพพิมพ์ที่มีสีใกล้เคียงกับไฟล์ภาพ

แท่นพิมพ์ดิจิทัลสีผงหมึก High Chroma รุ่น AccurioPress C83HC เป็นแท่นพิมพ์ระบบอิเล็กโทรโฟโตกราฟี เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถพิมพ์สี sRGB ได้ ซึ่งให้ขอบเขตสีที่กว้างกว่าผงหมึกสี CMYK ทั่ว ๆ ไป งานพิมพ์ที่ได้จึงดูมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะย่านสีชมพูและสีม่วงที่เจิดจ้ากว่าเดิม สีน้ำเงินและสีเขียวที่สว่างสดใสเป็นพิเศษ สร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างเหนือคู่แข่ง ตอบโจทย์ผู้ประกอบการพี่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับงานพิมพ์ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

  • กลุ่มแรก คือ แพคเกจจิ้งดีไซน์ ที่สินค้าทุกประเภทต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นเพื่อให้ผู้บริโภคเดินเข้ามาหยิบจับสินค้า และจำเป็นต้องมีการใช้สีเพื่อสร้างจุดขายไม่เว้นแม้แต่ฉลากสินค้า
  • กลุ่มที่สอง คือ ฉลากสินค้าของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสร้างจุดเด่นให้กับสินค้าของตัวเองเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค และ
  • กลุ่มที่สาม คือ ธุรกิจภาพถ่าย ต้องการสร้างเอกลักษณ์และสร้างจุดเด่นของตนเอง

ซึ่งแท่นพิมพ์ AccurioPress C83HC สามารถรองรับกระดาษได้สูงสุด 350 แกรม หน่วยความจำสามารถควบคุมได้ถึง 2 โหมด  ได้แก่

  • CMYK ที่ทุกแบรนด์ในตลาดทำได้ และ
  • โหมด High Chroma ซึ่งมีเฉพาะแท่นพิมพ์โคนิก้า มินอลต้า เท่านั้นที่ทำได้ และ
  • ยังทำให้สีของงานพิมพ์ออกมาใกล้เคียงกับไฟล์ภาพแบบที่นักออกแบบหรือช่างภาพคาดหวังไว้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โคนิก้า มินอลต้าภูมิใจคือ เทคโนโลยี IQ 501 ที่มีความสามารถพิเศษควบคุมคุณภาพของงานพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของภาพพิมพ์ หรือความสม่ำเสมอของสี และยังช่วยลดการสูญเสียที่เกิดจากการพิมพ์ และยังทำให้เรื่องของงานหลังการพิมพ์ ทำได้ง่ายมากและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เพราะการออกแบบที่โดดเด่น!! LINE คว้ารางวัล “iF Design Award 2019”

Published

on

LINE Plus Corporation บริษัทในเครือ LINE Corporation ณ ประเทศเกาหลีไต้ ประกาศความภาคภูมิใจครั้งใหญ่กับการชนะเลิศรางวัล iF DESIGN AWARD รางวัลการออกแบบมีชื่อระดับโลกในหมวดหมู่ Communication

โครงการออกแบบ Welcome Kit ของ LINE ได้รับการคัดเลือกจากกว่า 6.400 ผลงานที่ส่งมากจากกว่า 50 ประเทศ ด้วยความเป็นเลิศในด้านการออกแบบที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์และสามารถถ่ายทอดตัวตนขององค์กรและแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม

Welcome Kit ผลงานการออกแบบโดยเหล่า Creative Center ใน LINE Plus เป็นแพคเกจของ LINE ที่มอบให้กับพนักงานใหม่ทุกคน ในวันแรกที่เข้าทำงาน ประกอบไปด้วย

  • การ์ดข้อความต้อนรับ
  • เช็คลิสต์
  • บัตรกำนัล (Gift Voucher)
  • ตารางเวลาตั้งโต๊ะ
  • เซตของสำหรับโต๊ะทำงาน
  • เซตกล่องบัตรพนักงาน และ
  • ชุดเครื่องเขียน

เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถปรับตัวเข้ากับการทำงานใน LINE ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการออกแบบให้แบรนด์ผสมผสานอยู่ใน Welcome Kit ได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้รับประทับใจกับประสบการณ์แรกที่ได้รับจากแบรนด์ และรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ Welcome Kit อันแสดงออกถึงตัวตนของแบรนด์ LINE ได้อย่างชัดเจน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!