คุณสมบัติเด่น 9 ประการของ Dimensity 700

MediaTek Dimensity 700 มาเหนือคู่แข่งโดยรวมเอาคุณสมบัติ 5G ทั้งหมดเข้าไปไว้ในสมาร์ตโฟนกระแสหลัก  ด้วยนวัตกรรมประหยัดพลังงานในตัวเองในชิบเซ็ต 7nm SoC ขั้นสูง ชิป Dimensity 700 จึงแสดงให้เห็นถึงระดับใหม่แห่งการปฏิบัติการและการเข้าถึงระบบ 5G ของทุก ๆ คน และต่อไปนี้เป็นเหตุผล 9 ประการว่าทำไมคุณต้องการชิปนี้ในสมาร์ตโฟนเครื่องถัดไป 

1)  การผสานรวมโมเด็ม 5G เข้าไว้กับชิปอย่างเต็มรูปแบบ

“5G ที่รวมกับ SoC” คืออะไร? นั่นคือโมเด็ม 5G ที่ผสานรวมเข้ากับชิปเดียวกันพร้อมด้วยส่วนประกอบของการประมวลผลอื่น ๆ ทั้งหมด เช่น CPU GPU การสร้างภาพของกล้อง และตัวประมวลผล AI แทนที่จะใส่ตัวโมเด็มลงในชิปที่แยกมาต่างหาก ข้อได้เปรียบของการออกแบบเช่นนี้จะทำให้ใช้พลังงานน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญและมีร่องรอย (footprint) ทั้งหมดน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งจะเอื้อให้แบรนด์มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อใส่ลูกเล่นต่าง ๆ เช่น จำนวนกล้องมากขึ้น แบตเตอรีใหญ่ขึ้น หรือมีคุณสมบัติใหม่อื่น ๆ ได้อีก

ชิปสมาร์ตโฟนของ MediaTek Dimensity ทั้งหมดเป็นชิป SoC ที่ผสานรวมระบบ 5G เข้าไว้แล้ว ซึ่งจะทำให้ตัวเองใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ ของคู่แข่งซึ่งใช้การออกแบบโมเด็มไว้ภายนอก

2) นำคุณสมบัติ 5G ทั้งหมดสู่กระจายสู่ตลาดในวงกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

เทคโนโลยีโมเด็ม 5G ของ MediaTek ที่รวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสคุณสมบัติสารพัดรูปแบบที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณกำลังซื้อ Dimensity 700 รุ่นกระแสหลัก หรือ Dimensity 1000+ รุ่นเรือธง ก็ตาม คุณจะได้คลื่นความถี่ Carrier Aggregation ระบบ 5G (5G-CA) อันสำคัญยิ่งเพื่อการครอบคลุมที่ดีกว่าและความเร็วเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการสนับสนุนโครงข่ายสแตนอโลนระบบ 5G ซึ่งจะทำให้การโทรด้วยเทคโนโลยี VoNR มีคุณภาพสูง และคุณยังจะได้สัมผัสเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด เช่น การบริหารโครงข่ายร่วมกัน (Dynamic Spectrum Sharing)  ทั้งระบบโหมด FDD/TDD และรวมถึงการเชื่อมต่อด้วยระบบตั้งแต่ 2G จนถึง 5G แบบเต็มรูปแบบไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ตาม 

3) ซิมคู่ 5G

Dimensity 700 นำซิมคู่ 5G มาสู่กลุ่มผู้ใช้งานได้อย่างกว้างขวางมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกดีขึ้นและมีการให้บริการการโทรด้วยเสียงและวีดิโอที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยการเชื่อมต่อทั้งสองแบบ  ในตลาดทั่วโลกบางแห่ง ซิมคู่ 5G เป็นคุณสมบัติของสมาร์ตโฟนอันสำคัญยิ่ง และ MediaTek ก็กำลังเป็นผู้นำในตลาดในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (technology enablement) สำหรับทุก ๆ คน 

4)  MediaTek 5G UltraSave ประหยัดพลังงานดีที่สุดในคลาส 

คุณสมบัติหนึ่งที่อยู่ในเซ็ตภายในโมเด็ม 5G ที่ผสานรวมนั่นก็คือ 5G UltraSave ของ MediaTek  เมื่อคุณใช้สมาร์ทโฟน บางครั้งก็จำเป็นที่จำต้องดาวน์โหลดบางสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น รูปภาพ เว็บเพจ หรือบางทีก็ต้องดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น วีดิโอ  โดยสิ่งที่วิศวกรของ MediaTek ได้รังสรรค์ไว้ก็คือ การทำให้โมเด็มชาญฉลาด เพื่อให้โมเด็มมีปฏิกิริยาต่อความต้องการใช้ข้อมูลนั้น ๆ และทำงานเพียงเพื่อให้ตรงกับความต้องการในแต่ละช่วงขณะ ซึ่งจะลดการใช้พลังงานลง  การใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดอย่างรอบด้านมาพร้อมกับเทคโนโลยีดังต่อไปนี้ 

  • MediaTek 5G UltraSave Network Environment Detection
  • MediaTek 5G UltraSave OTA Content Awareness
  • Dynamic BWP
  • C-DRX (Connected Mode DRX)

5) ความละเอียดกล้องสูงสุดถึง 64MP และ การเพิ่มศักยภาพการถ่ายภาพกลางคืน

เมื่อใช้ Dimensity 700 แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเพิ่มความละเอียดสูงสุดถึง 64MP ให้กับกล้องหลักในสมาร์ทโฟน ซึ่งนั่นเป็นกล้องที่ใหญ่กว่าชิปของคู่แข่งจะสามารถรองรับได้อย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเพียงกล้องเดียวก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างอะไรมาก และแบรนด์สามารถรวมก้องตัวใหญ่นี้ไว้กับการออกแบบสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องหลายตัว ประกอบกับการเพิ่มศักยภาพด้วยกล้องระบบ AI ซึ่งรวมถึง การสร้างภาพโบเก้ สี และโหมดบิวตี้ โดยระบบ AI จะทำให้ประสบการณ์การถ่ายภาพและวีดิโอยอดเยี่ยม 

มากกว่านั้น ตัวเร่งการสร้างภาพโดยใช้ฮาร์ดแวร์ได้ประกอบเข้ากับชิปตัวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มศักยภาพในสภาพแสงน้อย เช่น ระบบการลดนอยส์ในการถ่ายหลายเฟรม (MFNR) ทำให้มั่นใจว่าสามารถจับภาพได้ชัดเจนโดยมีนอยส์ต่ำในสภาพแสงน้อยได้ เช่น ตอนกลางคืนหรือในตัวอาคาร เอนจิ้นการจับภาพตัวอื่น ๆ รวมถึงเอนจิ้นปรับชัดลึกโดยใช้ฮาร์ดแวร์จะทำให้เกิดความแม่นยำ การสร้างโบเก้แบบเรียลไทม์ในการแสดงภาพพรีวิวบุคคลและภาพถ่ายได้ 

6) การแสดงผลแบบลื่นไหลด้วยคลื่นความถี่ 90Hz 

เพื่ออัพเกรดประสบการณ์ของผู้ใช้ แบรนด์ต่าง ๆ สามารถใช้การแสดงผลด้วยคลื่นความถี่ 90Hzที่เร็วกว่า แทนที่จะใช้คลื่นความถี่ 90Hz แบบเหมือนสมาร์ทโฟนกระแสหลัก ความเร็วที่เพิ่มขึ้นถึง 50% นี้เผยให้เห็นตัวอักษรที่และการเลื่อนดูเว็บเพจลื่นไหลมากกว่าจนน่าตื่นตา อีกทั้งการเคลื่อนไหวอันไหลลื่นเมื่อใช้แอป UI และเกมแอนิเมชั่นต่าง ๆ

7) สมาร์ตโฟน 5G กระแสหลักด้วยสมรรถภาพความจุสูง 

Dimensity 700 ได้ผสานรวมหน่วยประมวลผล Arm Cortex-A76 core “ขนาดใหญ่” เข้าไว้ใน Octa-core CPU ซึ่งทำงานได้ความเร็วสูงถึง 2.2 GHz  หน่วยความจำความเร็วสูง LPDDR4X ได้ถึง 2,133MHz และหน่วยเก็บข้อมูลแบบ 2 เลนด้วยเทคโนโลยี UFS 2.2 อันรวดเร็วซึ่งสามารถทำให้สตรีมมิ่งข้อมูลได้ถึง 1GB ต่อวินาที กล่าวคือ จะเร็วกว่าสมาร์ตโฟนกระแสหลักทั่วไปที่มีเทคโนโลยีหน่วยความจำ eMMC ได้ถึง 4 เท่า ทั้งหมดนี้จะทำให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ตโฟนในทุก ๆ มิติอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะกำลังสตรีมวีดิโอ ถ่ายสแนปช็อต แชทกับเพื่อน ๆ หรือทำงานได้ทุกที่  

8)ระบบสั่งการด้วยเสียงอันหลากหลายและผสมผสาน

ระบบการสั่งการเสมือนจริงอันหลากหลายทำให้การใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกันออกไป Dimensity 700 สามารถฟังเสียงคำเริ่มการสั่งการแบบหลากหลายเพื่อปลุกระบบการสั่งการเสมือนจริง เช่น Google Amazon Baidu Tencent Alibaba หรือ การให้บริการตามท้องถิ่นอื่น ๆ

เมื่อแบรนด์ได้รวมเข้าไว้ในชิปแล้ว จะได้ระบบที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานและขนาดได้สูงสุดด้วยการลดเสียงรบกวนแบบผสานรวมซึ่งใช้งานง่ายและเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคที่ดียิ่งขึ้น 

9) การนำชิป 7nm ไปสู่สมาร์ตโฟนกระแสหลัก

คุณสมบัติอันโดดเด่นจะไดต้องถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้เทคนิคทางการผลิตล่าสุดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและ Dimensity 700 ผลิตขึ้นโดยใช้กระบวนการการผลิตชิป 7nm ล่าสุดจากบริษัท TSMC  ก่อนหน้านั้นกระบวนการนี้จะถูกจำกัดอยู่แค่เพียงชิปของสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธงเท่านั้น กระบวนการการผลิตชิป 7nm อันโดดเด่นนี้ ซึ่งประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 28% เมื่อเทียบกับกระบวนการ 8nm รุ่นเท่ากัน จะทำให้ Dimensity 700 สามารถใช้หน่วยประมวลผลสมรรถนะสูงในขณะที่ใช้พลังงานทีละนิด ซึ่งจะช่วยต่ออายุแบตเตอรีเพื่อให้คุณเชื่อมต่อได้นานขึ้น เขียนโดย Dr. Yenchi Lee, Deputy General Manager, Smartphone Chipset Product Planning, Management, & Marketing, MediaTek