8 คำทำนายที่ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราอย่างไรในปีนี้

บทสัมภาษณ์ โอลิวิเยร์ ไคลน์ (Olivier Klein) – Head of Emerging Technologies, AWS

1. คลาวด์จะอยู่ในทุกอย่าง

ช่วงเวลาที่คลาวด์จะไม่เป็นแค่ที่เก็บข้อมูลอีกต่อไป เพราะแอปที่ทำงานอยู่บนคลาวด์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหลายธุรกรรม เช่น การเดินเรือในทะเล, การเดินทางด้วยอากาศยาน, กิจกรรมในบ้านหรือในรถ ด้วยความเร็วในการเชื่อมต่อ internet ที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ทำให้การรับส่งคำสั่งระหว่างคอมพิวเตอร์ที่อยู่ไกลกันเป็นไปได้ไม่ยาก ตัวอย่างเช่น รถที่ขับเคลื่อนได้เอง การสนทนากับคอมพิวเตอร์ที่ตอบโต้ได้ดีขึ้น หรือจะเป็นอุปกรณ์ Fitness Tracking ที่จะไม่ผิดพลาดอีกต่อไป 

โอลิวิเยร์ ไคลน์ (Olivier Klein) – AWS Head of Emerging Technologies กล่าวว่า “Cloud computing จะอยู่ในเกือบจะทุกที่ และทำประโยชน์อย่างมากให้กับธุรกิจทุกขนาด แทนที่จะต้องลงทุนมหาศาลในการมีศูนย์ข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่จะรู้ว่าคุณจะใช้มันอย่างไร คลาวด์ คอมพิวติ้งช่วยให้คุณจ่ายก็ต่อเมื่อคุณใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ และจ่ายเท่าที่ใช้เท่านั้น ในสภาพแวดล้อมของ Cloud computing แหล่งข้อมูลไอทีใหม่ ๆ อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่คลิก ซึ่งหมายความว่าคุณลดเวลาในการทำให้ทรัพยากรเหล่านั้นพร้อมใช้งานสำหรับนักพัฒนาของคุณจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้ความคล่องตัวขององค์กรเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการทดลองและพัฒนาลดลงอย่างมาก และแน่นอนความสามารถในการเข้าถึงฐานลูกค้าทั่วโลก”

2. อินเทอร์เน็ตแห่ง Machine Learning

ทุกวันนี้เราสร้างข้อมูลใน 1 ชั่วโมง มากกว่าที่สร้างขึ้นทั้งปีในปี 2543 ทั้งปี (ค.ศ. 2000) และจะมากขึ้นไปอีก ทำให้การเติบโตของข้อมูลส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมา ในแง่ของการทำงานวิจัย การคิดค้นยาของบริษัทยา หรือหน่วยงานของรัฐ และสถาบันสุขภาพต่าง ๆ ที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในการคิดค้นวิธีป้องกันและรักษาโรค ทำให้ต้องอาศัยการประมวลผลของระบบ Machine Learning เพื่อที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านี้นำไปใช้งานได้ผลจริง ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลอย่างเดียว

ซึ่งในปี 2564 เราจะได้เห็นการนำระบบ Machine Learning มาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในภาคธุรกิจและภาครัฐ และในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอนการผลิตสินค้า วงการกีฬา วงการเกษตรกรรมโดยเฉพาะในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา ที่ Machine Learning ถูกมาใช้ในการเก็บข้อมูลที่สำคัญ เพื่อช่วยในการปลูกพืชทำสวนและกำหนดราคาผลผลิต 

โอลิวิเยร์ ไคลน์ (Olivier Klein) AWS Head of Emerging Technologies กล่าวว่า “การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning: ML) ช่วยทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าดีขึ้น ผลักดันการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยพลังในการประมวลผลและการกระจายข้อมูล ML ได้กลายมาเป็นหลักในการสร้างความแตกต่างสำหรับธุรกิจและองค์กรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ Gartner คาดการณ์ว่าธุรกิจที่ดำเนินงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI) จะมีมูลค่าทางธุรกิจที่สูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2565 ในปัจจุบัน ML สามารถนำมาใช้ได้ในธุรกิจส่วนใหญ่ เช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์และเนื้อหาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล (Personalization) ระบบอัจฉริยะของศูนย์ติดต่อ ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีในการประมวลผลเอกสาร และยังมีกรณีการใช้งานที่ปรับแต่งสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น การทดลองยา หรือการควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิต” 

“AI และ ML สามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าของคุณในสายงานธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นการสนทนากับลูกค้า เพื่อดูว่า ML สามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างไร คุณไม่จำเป็นต้องจดจำทุกตัวอย่างการใช้งาน แต่หากคุณเรียนรู้วิธีระบุโอกาสในการช่วยเหลือลูกค้าด้วย ML คุณจะสร้างตัวเองเป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้ไปอีกหลายปี” โอลิวิเยร์ กล่าวเสริม 

สถิติที่น่าสนใจ:

  • 75% ขององค์กรจะเปลี่ยนจากขั้นตอนการนำร่องไปสู่ขั้นตอนการใช้งาน AI ภายในสิ้นปี 2567 และ 57% กล่าวว่า AI จะเปลี่ยนแปลงองค์กรของพวกเขาในอีกสามปีข้างหน้า (ที่มา: Gartner and Deloitte)
  • 61% ของนักการตลาดกล่าวว่า AI เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในใช้ข้อมูลวางกลยุทธ์ (ที่มา: ventureharbor.com)
  • 77% ของผู้บริหารการเงิน คาดการณ์ว่า AI “จะมีความสำคัญโดยรวมสูงหรือสูงมาก” ต่อธุรกิจของตนภายใน 2 ปี (ที่มา: zdnet.com)
  • 56% ของธุรกิจมีแผนที่จะนำ AI มาใช้ในการสรรหาพนักงานภายในปีหน้า (ที่มา: Trainingmag.com)
  • การตัดสินของลูกค้าในการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ถึง 50% มาการประเมินความสามารถ AI / ML ของผู้ให้บริการนั้น (ที่มา: IDC)
  • ลูกค้ามากกว่า 100,000 ราย ใช้บริการ AWS สำหรับงานด้าน ML

3. ในปี 2564 รูป วิดีโอ และไฟล์เสียง จะสำคัญมากกว่าสิ่งที่ต้องอ่าน และตัวหนังสือ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา User Interface ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียง วิดีโอ หรือภาพ ช่วยให้คนสื่อสารกันเองและสั่งงานเครื่องจักรได้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น จนทำให้การอ่านตัวหนังสือบนหน้าจอลดลงเรื่อย ๆ บริษัทที่อยากจะปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็อาจต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติให้แก่ผู้บริโภค และนำ User Interface เหล่านี้มาปรับใช้ 

โอลิวิเยร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการดึงข้อมูลเชิงลึกจากวิดีโอ ภาพถ่าย หรือเสียง เป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้ แต่ด้วยบริการ AI ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบของ AWS เช่น 

Amazon Rekognition ช่วยให้เพิ่มการวิเคราะห์ภาพและวิดีโอไปยังแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย คุณสามารถระบุวัตถุ คน ข้อความ ฉาก และกิจกรรมในภาพและวิดีโอได้ 

Amazon Lex คือบริการสำหรับการสร้างอินเทอร์เฟซเชิงสนทนาลงในแอปพลิเคชันโดยใช้เสียงและข้อความ 

Amazon Transcribe ช่วยให้นักพัฒนาเพิ่มความสามารถในการแปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความลงในแอปพลิเคชันได้ 

AWS Panorama ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ Computer Vision (CV) มาใช้กับกล้องในองค์กรเพื่อทำการคาดการณ์ด้วยความแม่นยำสูงและเวลาแฝงต่ำ 

AWS Comprehend บริการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ที่ใช้ Machine Learning และอื่น ๆ อีกมากมาย ลูกค้าสามารถรับข้อมูลเชิงลึกได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจโมเดล AI และ ML 

“นอกจากนี้การแชร์ข้อมูลทำได้มากขึ้นผ่านวิดีโอและเสียง ดังที่เราเห็นได้จากแอปบนมือถือยอดนิยมต่าง ๆ ทั่วโลก ที่วิดีโอ สตรีมมิงสด และรูปภาพ กลายเป็นวิธีใหม่ในการแชร์ข้อมูล ซึ่งบริการต่างๆ เช่น Amazon Rekognition สามารถช่วยกรองสัญญาณรบกวน แต่ยังช่วยในการกลั่นกรองเนื้อหา และตรวจจับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นที่ต้องการ หรือทำให้เกิดความไม่พอใจได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับลูกค้าของเราที่เป็นโซเชียลมีเดีย สื่อกระจายเสียง โฆษณา และอีคอมเมิร์ซ มีหลายอุตสาหกรรมและตัวอย่างการใช้งานที่ความสามารถของเครื่องมือใหม่เหล่านี้ สามารถช่วยปรับปรุงกระบวนการและสร้างประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีขึ้นได้ ซึ่งภารกิจของ AWS คือการทำให้เทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานสำหรับทุกคน” โอลิวิเยร์ กล่าวเสริม

4. เทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกออฟไลน์ของเรา มากพอกับโลกออนไลน์

 “ปี 2564 เราได้รู้จักกับการเว้นระยะห่าง (social distancing) ทำให้เราได้พบว่ามีหลายสิ่งที่ถูกสร้างมานานมากแล้ว แต่กลับไม่มีความหมายหรือใช้การไม่ดีเหมือนเดิมอีกต่อไปในช่วงที่มีโรคระบาดโอลิวิเยร์ กล่าวว่า “เราสังเกตเห็นการผสมผสานของโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัล ด้วยความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นจาก IoT, 5G และ Cloud Computing ทำให้เราสามารถสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและครอบคลุมยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า โดยประสบการณ์ของลูกค้าควรกระจายไปตามสถานที่จริงและผ่านทางดิจิทัล ซึ่งจะทำให้สร้างประสบการณ์ทุกช่องทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่นลูกค้าในกลุ่มรีเทลที่นำเอาหลากหลายบริการไปสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า ที่ครอบคลุมตั้งแต่หน้าร้าน ร้านออนไลน์ ไปจนถึงประสบการณ์การช็อปปิ้งบนโซเชียลมีเดียหรือช่องทางอื่น ๆ”

“นอกจากนั้นแล้วการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและ Machine Learning จะทำให้เมืองต่าง ๆ สามารถวางแผน จัดการเพื่อให้ประชากรมีสุขภาพดีขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น เช่น การเดินเท้าเพื่อทำความเข้าใจว่าคนที่เดินตามถนนมีการเคลื่อนที่ไปมาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปในสนามกีฬา ร้านขายของชำ หรือรถไฟใต้ดิน เราสามารถเริ่มคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคนที่เดินบนถนนได้แบบชั่วโมงต่อชั่วโมง ในช่วงฤดูท่องเที่ยวในหน้าร้อนหรือในช่วงที่มีไข้หวัดในหน้าหนาว และเสนอคำแนะนำในการเคลื่อนย้ายไปที่จังหวัดหรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง หรือการออกแบบทางออกของห้องน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้คนเดินชนกัน และรักษาระยะห่างทางสังคมที่ปลอดภัย ในส่วนของธุรกิจอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาเซียน ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมักไม่ใช้บริการธนาคารหรือมีข้อจำกัดการเข้าถึงบริการทางการเงิน ดิจิทัลและ Cloud Computing สามารถช่วยสร้างกระเป๋าเงินแบบไม่ใช้เงินสด และประสบการณ์ด้านการเงินซึ่งช่วยให้ผู้ที่ไม่ใช้บริการธนาคารสามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินทั่วโลกได้ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ AWS พร้อมที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราประสบความสำเร็จและเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดใน IoT การวิเคราะห์ข้อมูล และ Machine Learning” โอลิวิเยร์ กล่าวเสริม

5. การเรียนทางไกล ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการการศึกษา

เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างมากในการศึกษาของเยาวชนโดยในเฉพาะในช่วงที่มีโรคระบาด และถูกพิสูจน์แล้วว่ามันได้ผลและอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับหลาย ๆ คน ที่จะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในด้านการศึกษา 

จริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นที่ต้องให้การระบาดของโรคมาช่วยให้การศึกษาออนไลน์มีความหมาย แม้ว่าผมจะยังเชื่อว่าเด็ก ๆ ควรกลับเข้าห้องเรียน แต่ระบบการศึกษาควรมีแผนสำรองเอาไว้ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน จะทำให้ไม่มีใครต้องเสียเวลากับการขาดโอกาสในการเรียนรู้

โอลิวิเยร์ กล่าวว่า “การศึกษาออนไลน์เป็นวิธีใหม่ในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา การฝึกอบรมและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้กับนักเรียนทั่วโลก การเรียนรู้แบบตัวต่อตัวนั้นจะไม่หายไป เพราะมักจะให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริงด้วยการลงมือปฏิบัติและการให้ข้อเสนอแนะโดยตรง อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการย้ายการศึกษาบางส่วนไปออนไลน์และทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นทั่วโลกจะ ขยายตัวต่อไปในอนาคต ตัวอย่างเช่น OpenDurian หนึ่งในผู้ให้บริการเนื้อหาเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบในวิชาต่างๆ ที่มีผู้ใช้กว่า 6 ล้านคนต่อปี”

6. ธุรกิจขนาดเล็กจะเข้าสู่ระบบคลาวด์ และผู้นำจะเป็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา 

ในช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้ ธุรกิจรายย่อยเริ่มที่จะเข้ามาใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อเข้าถึงลูกค้าของพวกเขามากขึ้น เห็นได้จากการเกิดขึ้นใหม่ของเทคโนโลยีขั้นสูง รวมไปถึงบริการที่เข้ามาช่วยกลุ่มธุรกิจรายย่อย ตัวอย่างเช่น Chatbot ที่ช่วยตอบคำถามที่ถูกถามบ่อย ๆ หรือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในช่วงเวลาใด ๆ ธุรกิจรายย่อยจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างขึ้นมาเอง ตอกย้ำคำว่า “cloud everywhere” ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่ธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่เผชิญในปีที่ผ่านมา มีเพียง 47% เท่านั้นของธุรกิจรายย่อยในอเมริกาที่มีเว็บไซต์ และเชื่อว่าตัวเลขนี้จะโตขึ้นในปีนี้ เมื่อแนวโน้มนี้ขยายไปทั่วโลกเราควรมองไปที่หลาย ๆ ประเทศต่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และแอฟริกา เช่น เคนยา ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ เพื่อเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจของพวกเขา 

โอลิวิเยร์ กล่าวว่า “การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลและออนไลน์ช่วยให้ลูกค้าโดยเฉพาะในอาเซียนสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ทั่วโลกได้โดยใช้เงินลงทุนล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนี้ โดยบริษัทที่มีความพร้อมในการให้บริการลูกค้าทางดิจิทัล สามารถรับมือกับการให้บริการได้ดีกว่าบริษัทที่ไม่มีความพร้อม หลายคนติดต่อ AWS เพื่อให้ช่วยปรับธุรกิจสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องง่ายเพราะเราเป็นผู้ให้บริการระดับโลกที่มีการจัดการเต็มรูปแบบอยู่แล้ว” 

7. เริ่มเห็นการใช้งาน ควอนตัม คอมพิวเตอร์ มากขึ้นและหลากหลายขึ้น

โอลิวิเยร์ กล่าวว่า “เราเห็นมาตลอดหลายครั้ง เมื่อคุณสามารถที่จะทำให้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ล้ำหน้าและประสิทธิภาพสูงสุดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหรือใช้งานมันได้ สิ่งที่ดีกว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งในงาน re:Invent 2019 AWS ได้เปิดตัวบริการใหม่ที่เรียกว่า AWS Braket ที่มอบโอกาสให้กับผู้ใช้งานเข้าถึงการประมวลผลและการหาข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระดับ Quantum ช่วยให้นักวิจัยและนักพัฒนามีเทคโนโลยีในการค้นหาและวิจัยที่รวดเร็วแม่นยำ และที่สำคัญใคร ๆ ก็ใช้ได้ผ่าน AWS โดยเราได้ทุ่มกำลังทุกอย่างเพื่อการสร้างพัฒนาและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงได้และใช้ได้กับงานที่คุณอยากทำ เพื่อการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าในอนาคตด้วยคอมพิวเตอร์ระดับควอนตัม”

8. ทยานสู่พรมแดนสุดท้าย ด้วยการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงดาวเทียมได้

ในปี 2562 AWS เปิดตัวบริการที่เรียกว่า AWS Ground Station ช่วยให้สามารถควบคุมการสื่อสารผ่านระบบดาวเทียม ประมวลผลข้อมูล ปรับขนาดการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลกับการสร้างหรือจัดการโครงสร้างพื้นฐานของสถานีภาคพื้นดิน ลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสถานีภาคพื้นดินได้มากถึง 80% เราได้เห็นถึงประโยชน์ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถติดตามปริมาณน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ การดูแลรักษาน่านน้ำ หรือช่วยนักปฐพีวิทยาคาดการณ์ปริมาณอาหารได้ดีขึ้น ส่วนสตาร์ทอัพก็สามารถใช้การเชื่อมต่อดาวเทียมเพื่อเข้าถึงโครงข่ายที่ปลอดภัยกว่าจากนอกโลก ซึ่งอาจก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอนาคต 

โอลิวิเยร์ กล่าวว่า ดาวเทียมช่วยให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้งานต่าง ๆ อาทิ

  • การพยากรณ์อากาศและการเกษตร – ตัวอย่างเช่นผู้ผลิตผลไม้เพื่อการค้าสามารถตรวจสอบสุขภาพพืชและระดับน้ำเพื่อให้แน่ใจว่ามีการใช้ทรัพยากรที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การขนส่งทั่วโลกและการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ – โดยใช้ประโยชน์จากการลงทะเบียนของตำแหน่ง จุดหมายปลายทาง และการติดตามของเรือ เพื่อยืนยันความถูกต้องของการระบุตำแหน่งเรือ รวมทั้งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการคลาดเคลื่อนจากการปฏิบัติงาน 
  • การสังเกตการณ์โลกและความปลอดภัยจากอัคคีภัย – ลูกค้าใช้เวลาแฝงต่ำในการเข้าถึงภาพแผนที่ความร้อนที่มีความละเอียดสูงของพื้นโลก เพื่อแจ้งให้ผู้ควบคุมการดับเพลิงแนวหน้าทราบถึงทางเข้าที่ปลอดภัยและมีความร้อนต่ำที่สุดในการเข้าถึงจุดเกิดเหตุเพื่อดับไฟ
  • กรใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการกระจายเสียงหรือออกอากาศทุกประเภท

ทั้งนี้ โอลิวิเยร์ มองว่าข้อ 1-6 มีความเกี่ยวข้องกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด “อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่า ข้อ 1 และข้อ 5 จะส่งผลกระทบมากที่สุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ Cloud Computing จะมอบมูลค่ามหาศาลให้กับธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ด้วยบริการที่ AWS มอบให้กว่า 200 บริการ ทำให้แม้แต่สตาร์ทอัพเล็ก ๆ ก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยและยิ่งใหญ่เหมือนกับที่บริษัทใหญ่ ๆ ทั่วโลกใช้ เช่น Netflix, Siemens, Formula 1, Shell, AXA, DBS, Central Group, Stock Exchange of Thailand และอื่น ๆ อีกมากมาย”

“สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้เทคโนโลยีสามารถเข้าถึง และนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริการหลัก เช่น การประมวลผล ฐานข้อมูล พื้นที่จัดเก็บ หรือการบริการระดับสูง เช่น การวิเคราะห์, AI, ML, Blockchain หรืออื่น ๆ อีกมากมาย นอกเหนือจากการเข้าถึงความสามารถเหล่านี้แล้ว ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จาก global network ที่ AWS กำลังสร้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในอาเซียน (เช่น สตาร์ทอัพ) ที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกเพียงการคลิกแค่ครั้งเดียว

พวกเขาก็จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่เลือกได้ มีความคุ้มค่า และน่าพึงพอใจสำหรับฐานลูกค้าทั่วโลก ตามการคาดการณ์ข้อที่ 5 เราเชื่อว่าไม่มีเวลาไหนดีไปกว่าการศึกษา ในปัจจุบันความรู้ด้านเทคโนโลยี (และด้านอื่น ๆ) สามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ออนไลน์ เช่น Vonder ที่เป็นสตาร์ทอัพสายการศึกษาในประเทศไทยและเป็นสมาชิกของ AWS EdStart ซึ่งพัฒนาโซลูชันการเรียนรู้ขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนโดย AWS เพื่อเปลี่ยน “เนื้อหาที่ย่อยยากและน่าเบื่อ” ให้เป็นบทเรียนสั้น ๆ ในรูปแบบของการเล่นเกม ได้เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของนักเรียนกว่า 150,000 คน รวมไปถึงพนักงานอีกกว่า 50,000 คน ผ่านแพลตฟอร์มการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือ Coursera

ซึ่งมอบหลักสูตรการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนกว่า 21 ล้านคนทั่วโลกโดยใช้ AWS หรือ Code.org ที่ใช้ AWS ในการสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงนักเรียนทั่วโลก โดยมีกิจกรรมการเขียนโค้ดมากกว่า 100,000 ชั่วโมง นอกจากนี้ การระบาดอย่างต่อเนื่องของโควิด-19 ทำให้โรงเรียนและครูจำนวนมากได้เปลี่ยนการเรียนการสอนไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์ โดย AWS มีส่วนช่วยสนับสนุนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เช่น Edmodo เป็นบริษัทเทคโนโลยีการศึกษาที่จัดหาเครื่องมือสำหรับโรงเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยม รวมไปถึงสำหรับครูผู้สอน สมาชิกมากกว่า 125 ล้านคนไว้วางใจ Edmodo

เพื่อจัดหาพื้นที่สำหรับครู นักเรียน และผู้ปกครองในการสื่อสารและทำงานร่วมกัน และในช่วงเริ่มต้นการระบาดของโควิด-19 มีขนาดพื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 15 เท่าจากความจุเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการ Cloud Computing สามารถสร้างแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและปรับขนาดได้อย่างแท้จริง หรือโซลูชันการประชุมทางวิดีโออื่น ๆ เช่น Zoom ที่ใช้ AWS ในการขยายขนาดแพลตฟอร์ม ซึ่งเมื่อก่อนการศึกษามักจะเชื่อมโยงกับการลงทุนและสถานที่ตั้งทางกายภาพ แต่ในโลกดิจิทัลยุคใหม่นี้ทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนใหม่ล่าสุดได้ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลเพียงใดในภูมิภาคอาเซียน”