Connect with us

ข่าววิทยาการ

“ซามานท่า” ตุ๊กตายางใช้ A.I. สามารถจดจำและตอบสนองต่อการสัมผัสได้!

Published

on

“Samantha the Sex Doll” หรือแปลเป็นไทยว่า “คุณตุ๊กตายางซามานท่า” ราคา £3,000 (130,000 บาท) เป็นหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์เดียว … “ความสยิว”

ซามานท่าเป็นตุ๊กตายางที่สร้างจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากที่สุดในออสเตรีย ซึ่งเกิดมาจากการสังเกตเห็นลูกค้าที่เข้าใช้งานซ่อง ที่เลือกที่จะทำกิจกรรมสยิวกับหุ่นยนต์ แทนที่จะเป็นคนจริงๆ ครับ

งานเทศกาล Ars Electronica ในเมือง Linz ถือเป็นงานที่ซามานท่าได้โชว์ทักษะสู่คนทั่วไปเป็นครั้งแรกครับ โดยโชว์ฟังก์ชันการตอบสนองต่อการสัมผัส โดยการกอด ร้อง และจดจำคนแต่ละคนที่เธอได้ตอบสนองไป

Sergi Santos ผู้พัฒนากล่าวว่า “ซามานท่าสามารถจดจำคนที่เธอมีการตอบสนองได้ โดยการที่วิเคราะห์สิ่งที่แต่ละคนปฏิบัติต่อเธอ เธอสามารถตอบสนองต่อการสัมผัส พูดได้หลายภาษา และยังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นเพราะระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)”

ซามานท่าเข้าหาผู้เข้าร่วมงานเทศกาลด้วยคำถาม “คุณสบายดีไหม?” และมีการมองที่ตาของคนที่เธอคุยด้วย หรือแม้แต่เสนอการกอดครับ

หนึ่งในผู้ทดลองกล่าวว่า ซามานท่าสามารถร้องและตอบสนองจากการโดนจับหน้าอก โดย Santos ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ซามานท่าสามารถลอกเลียนแบบการถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงได้อีกด้วย

สำหรับความสามารถทั้งหมดของซามานท่า ทำให้ซามานท่ามีค่าตัวที่แพงมากๆ สำหรับตุ๊กตายางตัวหนึ่ง โดยมีราคาประมาณ 130,000 หรือ 140,000 บาทเลยทีเดียว แต่ราคาที่สูงนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหลายๆ คนเลย โดย Santos ให้สัมภาษณ์ว่า เขาสามารถขายซามานท่าได้แล้วถึง 15 ตัวครับผม!

อ่านมาถึงตอนนี้ มีใครที่สนใจจะสั่งซื้อซามานท่ามาใช้งานซักตัวไหมครับ?

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

Tesla และ SpaceX : ศิลปะแห่งวิทยาศาสตร์ การตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

อีลอน มัสก์ ผู้สร้างสุนทรีย์แห่งวิทยาศาสตร์ และเป็นการตลาดชั้นดี

Published

on

Tesla และ SpaceX ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเทคโนโลยีการท่องอวกาศ จากความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon Heavy จากฐาน Kennedy Space Center บนแท่นปล่อยเก่าของจรวด Apollo เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่า นอกเหนือจากความสำเร็จในการปล่อยจรวดแล้วนั้น สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจมากไม่แพ้กันก็คือ รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวของ อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นรุ่น Tesla Roadster สี Cherry Red พร้อมด้วยหุ่นมนุษย์อวกาศที่มีชื่อว่า Starman อยู่หลังพวงมาลัย ได้ถูกปล่อยขึ้นมาพร้อมกับจรวด Falcon Heavy และเป็นการทำตามคำสัญญาที่ อีลอน มัสก์ เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้

นั่นทำให้ภาพจินตนาการจากเพลง Life on Mars และ Space Oddity ของ เดวิด โบวี กลายเป็นจริง 

Starman และ Roadster จะล่องลอยไปในอวกาศไกลแสนไกลนับล้านปีแสง จนอาจไปถึงดาวพลูโต เลยก็เป็นได้ ดังที่เอ่ยไว้ในช่วงท้ายของเพลง Space Oddity…

…Here am I floating ’round my tin can : ฉันลอยไปรอบๆ กระป๋องสังกะสี (หมายถึงกระสวยอวกาศ) ของฉัน

Far above the Moon : ไกลออกไป เหนือดวงจันทร์

Planet Earth is blue : เห็นดาวโลกสีน้ำเงิน

And there’s nothing I can do : และฉันทำอะไรไม่ได้เลย

การตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า Tesla และ Space X ซึ่งมี อีลอน มัสก์ เป็นซีอีโอด้วยกันทั้งคู่ ไม่ใช่บริษัทที่ทำงานแยกจากกันอีกต่อไป

และเพียง 1 วัน หลังจากการปล่อยจรวด Falcon Heavy พร้อมกับรถ Tesla Roadster อีลอน มัสก์ ได้อธิบายกับนักวิจัยใน Wall Street ว่าจะจัดการกับเงินจำนวมหาศาลที่ Tesla ต้องสูญเสียไปในปี 2017 ได้อย่างไร

ว่ากันว่า อีลอน มัสก์ ได้ใช้วิธีการดำเนินงานของทั้ง 2 บริษัท ในแนวทางที่ต่างกัน โดยให้ Tesla เป็นบริษัทมหาชน ส่วน SpaceX เป็นบริษัทเอกชน

อีลอน ม้ัสก์ แยกเวลาในการทำงานระหว่าง Tesla และ SpaceX ได้จากการที่ Design Studio ของ Tesla นั้นอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของ SpaceX ที่เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา (บ้านของอีลอน มัสก์ ก็อยู่ที่ลอนแอนเจลิสด้วย) และ Tesla ก็มักจะจัดงานอีเวนท์ประจำที่นั่น อีกทั้งแนวคิดในการพัฒนาเทคโนโลยีของทั้ง SpaceX และ Tesla ยังถูกนำมาแชร์ร่วมกันด้วย

ถ้า Tesla และ Space X ได้มาควบรวมกันจริงๆ ก็จะเป็นสุดยอดดีลในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ 

ทำไม่จะไม่ได้ล่ะ ก็ Space X เพิ่งส่งรถยนต์ Tesla Roadster ของ อีลอน มัสก์ ไปอวกาศนี่ไง !

ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววิทยาการ

ญี่ปุ่นสุดเจ๋ง! ปล่อยจรวด “ขนาดเล็กที่สุด” ในโลกซึ่งบรรจุดาวเทียมไว้ข้างในออกสู่ชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ!

Published

on

 

เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ญี่ปุ่นทำการทดลองปล่อยจรวดขนาดเล็กออกสู่วงโคจรของโลก แต่การทดลองครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ! ในวันนี้องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือที่เรียกย่อๆ ว่า JAXA ประสบความสำเร็จในการทดลองยิงจรวดขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งภายในบรรจุดาวเทียมออกสู่วงโคจรได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

JAXA กล่าวว่า จรวดที่ถูกปล่อยออกไป เป็นการทดลอง โดยภายในบรรจุดาวเทียม TRICOM-1R ออกสู่วงโคจรของโลก ซึ่งดาวเทียมที่บรรจุไปจะมีหน้าที่สังเกตการณ์โลกของเรา ด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่ในดาวเทียมตัวนี้

ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้ SS-520-5 กลายเป็นจรวดขนาดเล็กที่สุดที่สามารถขนส่งดาวเทียมไปสู่วงโคจรได้สำเร็จครับ

ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการสำรวจอวกาศโดยใช้พาหนะขนาดเล็กลงเพื่อขนส่งอุปกรณ์ขนาดเล็ก ซึ่งในเดือนที่แล้ว Rocket Lab จากประเทศนิวซีแลนด์ก็ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดขนาดเล็กชื่อ Electron เช่นกัน

ความสำเร็จนี้ช่วยลดต้นทุนในการส่งอุปกรณ์ต่างๆ ไปสู่อวกาศ ทำให้บริษัทขนาดเล็กอย่าง SpaceX, Orbital ATK หรือ United Launch Alliance มีโอกาสที่จะส่งอุปกรณ์ไปสู่ชั้นวงโคจรได้ด้วยตัวเองครับ

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววิทยาการ

นักวิทยาศาสตร์ไขกระจ่าง! “รังสีจากโทรศัพท์” อันตรายเหมือนที่เราคิดหรือไม่!!

Published

on

ก่อนหน้านี้มีผลวิจัยจากรัฐบาลพบว่า หนูตัวผู้มีโอกาสเกิดเนื้องอกที่หัวใจเมื่อได้รับรังสีจากโทรศัพท์ในปริมาณมาก จึงนำมาสู่ข้อสรุปเรื่องผลกระทบจากรังสีโทรศัพท์ต่อมนุษย์ แต่นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งก็มีข้อโต้แย้งว่า หนูที่ถูกทดลองได้รับรังสีปริมาณมากกว่าที่มนุษย์ทั่วไปได้รับเสียอีก ซึ่งทำให้งานวิจัยนี้ไม่น่าจะอ้างอิงผลที่เกิดกับมนุษย์ได้

การวิจัยนั้นดำเนินการโดยปล่อยคลื่น 2G และ 3G ให้กับหนูทดลองเป็นระยะเวลา 9 ชั่วโมงต่อวัน เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันถึง 2 ปี (หนูอายุ 2 ปีเปรียบเหมือนคนอายุ 70 ปี) ซึ่งเป็นการรับรังสีที่มากกว่าการใช้สมาร์ทโฟนของเราในชีวิตประจำวันอย่างมาก

ซึ่งผลการวิจัยออกมาว่า หนูตัวผู้หากได้รับรังสีวิทยุที่ปริมาณมากๆ จะเกิดเนื้องอกที่หัวใจ ในขณะที่หนูตัวเมียกลับไม่เกิดผลแบบนั้น และยังไม่พบหลักฐานว่า คลื่นวิทยุส่งผลต่อการเกิดเนื้องอกในสมองอีกด้วย

ประเด็นเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาเป็นเวลานาน และทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนกังวลเกี่ยวกับรังสีโทรศัพท์ว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งสมองได้ แต่รังสีที่ปล่อยออกมาเป็นจากสมาร์ทโฟนเป็นรังสีที่มีความถี่เหมือนรังสีวิทยุ ซึ่งพลังงานต่ำกว่ารังสีจากการ X-ray อย่างมาก โดยรังสี X-ray อาจทำให้เกิดอันตรายในระดับ DNA ได้ และนำไปสู่โรคมะเร็ง แต่รังสีวิทยุจากโทรศัพท์มือถือไม่ส่งผลเช่นนั้น เนื่องจากมีพลังงานต่ำกว่ามากครับ

ในปัจจุบันการผลิตสมาร์ทโฟนถูกควบคุมโดยคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (Federal Communication Commission) ซึ่งมีการกำหนดปริมาณรังสีวิทยุที่ปล่อยออกมาจากสมาร์ทโฟน และองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา  (Food and Drug Administration) ยังได้ทำการวิจัยเพิ่มเติม และพบว่า ปริมาณรังสีวิทยุที่ FCC กำหนดเป็นปริมาณรังสีที่ปลอดภัยต่อมนุษย์

ถึงแม้จะยังไม่มีการวิจัยกับมนุษย์โดยตรง แต่จากการทดลองนี้ เราอาจมั่นใจในระดับหนึ่งได้ว่า คลื่นวิทยุจากสมาร์ทโฟนไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเป็นกังวลมากนักครับ ถ้าหากเราไม่ได้ใช้หนักขนาดหนูทดลอง

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!