เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Alibaba Group ประกาศว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของผู้นำบริษัทครั้งใหญ่ เอ็ดดี้ วู (Eddie Wu) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอ แทน แดเนียล จาง (Daniel Zhang) ซึ่งจะไปเข้าไปรับตำแหน่งซีอีโอใน Cloud Intelligence Group บริษัทย่อยที่โฟกัสในธุรกิจ Cloud แทน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Alibaba ได้ประกาศการปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ แตกบริษัทออกเป็น 6 บริษัทย่อย (Cloud Intelligence Group, Taobao Tmall Commerce Group, Local Service Group, Cainiao Smart Logistics, Global Digital Commerce Group และ Digital Media and Entertainment Group) เพื่อกระตุ้นการเติบโตของบริษัทอีกครั้งหลังจากที่เผชิญปัญหาการเติบโตจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ค่อยดีและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นของรัฐบาลจีนด้วย

จางกล่าวในจดหมายถึงพนักงานว่า

“เหมือนอย่างที่ทุกคนทราบดี การพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจหลักอย่างคลาวด์ บิ๊กดาต้า และ AI นั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมของเรา และมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างมาก”

ซึ่งก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จางต้องควบสองตำแหน่ง เป็นซีอีโอของบริษัท พร้อมทั้งดูแลในส่วนของ Cloud Intelligence Group ไปด้วย แต่ตอนนี้บริษัทต้องกลับมาโฟกัสอีกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมที่นำส่วนนี้ของบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้นด้วย โดยจางกล่าวเพิ่มเติมว่า

“ขณะนี้ Cloud Intelligence Group กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในแผนการแตกตัวออกมา และเรากำลังเข้าใกล้ขั้นตอนสำคัญของกระบวนการ ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ผมจะทุ่มเทความสนใจและเวลาอย่างเต็มที่ให้กับธุรกิจตรงนี้”

โจ ไซ (Joe Tsai) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีกคนจะเข้ามารับตำแหน่งประธานของกลุ่ม Alibaba Group แทนจาง ไซเคยเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงินของบริษัทจนกระทั่งปี 2013 และทำหน้าที่เป็นรองประธานของกลุ่มมาจนถึงตอนนี้ นอกจากนั้นยังนั่งเป็นประธานของฝ่าย Cainiao Smart Logistics อีกด้วย

นอกจากงานที่เขาทำในบริษัท ไซยังเป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอล Brooklyn Nets ในอเมริกาและมักจะเห็นเขากับผู้บริหารจากต่างประเทศคนอื่นอยู่เสมอ

คุกกล่าวว่า “การแต่งตั้งไซที่มีภาพลักษณ์ที่มุ่งเน้นไปทางสากลนั้นสอดคล้องอย่างดีแบบกับกลยุทธ์การมองไปข้างนอก (Outward-Looking) ที่ Alibaba นำมาใช้กับการลงทุนครั้งใหญ่ใน Lazada และแผนการที่เพิ่งประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ในการเปิด Tmall เวอร์ชันท้องถิ่นในยุโรปด้วย”

Lazada แม้จะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ แต่เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซที่ Alibaba เป็นเจ้าของและก็เป็นกุญแจสำคัญในการบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

การแยกบริษัทออกเป็น 6 ส่วนนี้ทำให้แต่ละส่วนมีอิสระจากกัน มี CEO และบอร์ดบริหารของตัวเอง สามารถเติบโตและระดมทุนในเส้นทางที่เหมาะสมกับแต่ละส่วน พร้อมทั้งเข้าตลาดหุ้นแยกกันด้วย

จางกล่าวเสริมจุดนี้ว่า “จากมุมมองด้านบรรษัทภิบาล เรายังต้องการการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างคณะกรรมการและทีมผู้บริหาร เนื่องจาก Cloud Intelligence Group กำลังดำเนินไปตามเส้นทางสู่การเป็นบริษัทมหาชนที่เป็นอิสระแยกออกไป”

ก่อนที่วูจะเข้ามารับตำแหน่งในตอนนี้ เขาเป็นประธานของ Taobao and Tmall Group และทำหน้าที่ในหลายส่วนของบริษัท ช่วงก่อตั้งก็บริหารส่วนเทคโนโลยี ต่อจากนั้นก็มาเป็นผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Alipay และ Taobao นอกจากนั้นแล้วยังเป็นผู้บริหารฝ่าย Alibaba Health Information Technology และ ก่อตั้งบริษัทร่วมลงทุน Vision Plus Capital ที่โฟกัสในหารลงทุนในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย บริการสำหรับองค์กร และสุขภาพดิจิตัลด้วย

เจคอบ คุก (Jacob Cooke) ซีอีโอของ WPIC บริษัทเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและการตลาดที่ช่วยให้แบรนด์ต่างประเทศขายของในจีน กล่าวกับ CNBC ว่า

“การแต่งตั้งวูเป็นซีอีโอไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจนัก เขาร่วมก่อตั้งอาลีบาบาและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและการสร้างรายได้ของ Taobao และ Alipay การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติและเป็นการส่งสัญญาณว่าอีคอมเมิร์ซยังคงมีความสำคัญไม่เปลี่ยนไปแผนงานของบริษัทด้วย”

จางเข้ามาร่วมงานกับ Alibaba ตั้งแต่ปี 2007 และขึ้นเป็นซีอีโอในปี 2015 และทำหน้าที่ประธานแทน แจ็ค หม่า (Jack Ma) มาตั้งแต่ปี 2019 โดยผลงานที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของจางคือการริเริ่มเทศกาลวันชอปปิง “11.11” (Singles Day) ที่กลายเป็นหนึ่งในวันที่สำคัญที่สุดของปีสำหรับวงการอีคอมเมิร์ซไม่ต่างจาก Black Friday ของทางฝั่งอเมริกาเลย

ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าทั้งองค์กรนั้นเริ่มให้ความสำคัญกับธุรกิจคลาวด์มากยิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นยุคสมัยใหม่ของ Alibaba ก็คงไม่ผิดนัก ที่จริงแล้วในปี 2018 จางเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่าต่อไป Cloud จะกลายเป็นธุรกิจหลักของ Alibaba ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าการตัดสินใจครั้งนี้คือเป็นการเตรียมการมาล่วงหน้าแล้วในระดับหนึ่ง (ตอนนั้นรายได้ต่อไตรมาสของ Cloud อยู่ที่ 825 ล้านเหรียญ แต่ในไตรมาสแรกของปี 2023 นี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,700 ล้านเหรียญ)

ความท้าทายของจางและส่วนของธุรกิจคลาวด์ที่กำลังรออยู่ข้างหน้าก็คือคู่แข่งที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นระหว่างที่จางเตรียมตัวเพื่อให้ธุรกิจพร้อมเข้าตลาดหุ้น เขาต้องทำให้ท้ังยอดขายและลูกค้าเติบโตเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากข้างนอกด้วย

ทาริก เดนนิสัน (Tariq Dennison) ผู้จัดการฝ่ายความมั่งคั่งของ GFM Asset Management ในฮ่องกงกล่าวกับ CNBC ว่า “การค้าปลีกออนไลน์และคลาวด์เป็นสองธุรกิจที่แตกต่างกันมาก และไม่คิดว่าคนๆ เดียวจะทำทั้งสองอย่างและอ้างว่าสามารถ ‘โฟกัส’ ในเวลาเดียวกันได้ นี่ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ Alibaba ใช้เพื่อชี้ว่าผู้นำสองคนที่แตกต่างกันจะโฟกัสไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างสูงสุดของแต่ละธุรกิจ”

การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 10 กันยายน ที่กำลังจะมาถึง นักวิเคราะห์มองว่าในส่วนของธุรกิจคลาวด์ตอนนี้มีมูลค่าราว ๆ 41,000 – 60,000 ล้านเหรียญ แต่ก็แสดงความกังวลเช่นกันว่าข้อมูลที่อยู่บนคลาวด์ของบริษัทจะกลายเป็นเป้าหมายของหน่วยงานกำกับดูแลรึเปล่า หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าข้อมูลตรงนี้จะมีความปลอดภัยมากแค่ไหนจากรัฐบาล

โครงสร้างใหม่ของกลุ่ม Alibaba จะทำให้แต่ละหน่วยของธุรกิจสามารถตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์แบบเป็นอิสระมากขึ้น การแต่งตั้งวูและไซในตำแหน่งซีอีโอและประธานคือการทำให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะไม่มีการสะดุดเพราะทั้งคู่รู้จักและอยู่กับบริษัทมาตั้งแต่แรก และนี่คือการปรับทัพครั้งใหญ่ของกลุ่ม Alibaba เพื่อให้จางมีโอกาสได้ปั้นธุรกิจคลาวด์อย่างเต็มตัว

ที่มา:
CNBC CNN REUTERS
Business Insider Bloomberg

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส