Hyundai Motor Group สร้างความฮือฮาในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ด้วยการประกาศแผนเตรียมนำ ‘Atlas’ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) เข้าสู่สายการผลิตในโรงงานจริง เริ่มตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป ถือเป็นการส่งสัญญาณเข้าร่วมสงครามเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่างเต็มตัว ท้าชนคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Tesla และ BYD อย่างเต็มรูปแบบ
การลงทุนครั้งใหญ่ของ Hyundai สำคัญยังไง ?
หุ่นยนต์ Atlas พัฒนาโดย Boston Dynamics บริษัทหุ่นยนต์เจ้าดังที่เป็นเจ้าของเจ้าสุนัข Spot ที่ปัจจุบัน Hyundai ถือหุ้นใหญ่ โดยโรบอต Atlas นี้จะถูกออกแบบมาให้ทำงานในระบบอุตสาหกรรมได้แบบอัตโนมัติ และทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางร่างกาย และทำงานในจุดที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น
ทั้งนี้ แจ ฮุน ชาง (Jaehoon Chang) รองประธานของ Hyundai ยอมรับถึงความกังวลว่าหุ่นยนต์อาจแย่งงานมนุษย์ แต่เขายืนยันว่าแรงงานคน ยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในหน้าที่เทรนเนอร์ผู้ฝึกสอนและควบคุมหุ่นยนต์
ปมสหรัฐฯ บุกจับกุมแรงงานเกาหลีใต้ มีผลไหม ?
สำหรับการปรับเอาโรบอตมาใช้งานในโรงงานครั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีการนำไปใช้ในโรงงานที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา แต่ทว่ารัฐนี้ก็เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีประเด็นสังคมซับซ้อนมาก่อน เพราะโรงงานแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ ตม. สหรัฐฯ บุกจับกุมแรงงานครั้งใหญ่ในปี 2025 (มีชาวเกาหลีใต้ถูกจับกุมกว่า 300 คน) สร้างความไม่พอใจให้กับเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก
แม้จะมีดราม่าข้างต้น แต่ Hyundai ยังคงเดินหน้าลงทุนในสหรัฐฯ กว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อขานรับนโยบายกระตุ้นภาคการผลิตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งภายหลังทางทำเนียบขาวได้มีการขอโทษและเจรจาทำความเข้าใจเรื่องแรงงานผู้เชี่ยวชาญร่วมกันแล้ว
การส่งหุ่นยนต์ Atlas ลงสนามจริงในปี 2028 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีในงาน CES หรือการท้าชนคู่แข่งยักษ์อย่าง Tesla หรือ Amazon เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหากฎหมายข้ามชาติ (อย่างกรณีบุกจับแรงงานเกาหลี) ช่วยให้ Hyundai สามารถขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ ได้โดยลดแรงเสียดทานเรื่องคนภายใต้นโยบายของทรัมป์ และที่สำคัญคือการสร้างนิยามใหม่ในการทำงานที่หุ่นยนต์จะไม่มาแทนที่คน แต่มาเพื่อให้คนควบคุมและฝึกสอนแทน






