ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| IT News

แกดเจ็ตสุขภาพ อาจทำขยะล้นโลก 1 ล้านตัน ภายในปี 2050

Table of Content

ในปี 2025 เทรนด์สุขภาพและ Longevity ทำให้ตลาดแกดเจ็ตสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Wearable ที่สวมใส่ได้ เติบโตอย่างมหาศาลและต่อเนื่อง แม้จะเป็นเรื่องดีที่คนหันมาดูแลตัวเอง แต่แกดเจ็ตเหล่านี้อาจกำลังก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่โดยที่เราไม่รู้ตัว

ปี 2050 ความต้องการอุปกรณ์สุขภาพอาจพุ่งสูง 2,000 ล้านชิ้น

งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) และมหาวิทยาลัยชิคาโก (The University of Chicago) พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า ภายในปี 2050 ความต้องการอุปกรณ์สุขภาพเหล่านี้อาจพุ่งสูงถึง 2,000 ล้านชิ้น/ปี หรือเพิ่มขึ้นถึง 42 เท่าจากปัจจุบัน

ซึ่งทีมผู้วิจัยเตือนว่า หากเราไม่เปลี่ยนวิธีการผลิตตั้งแต่วันนี้ อุปกรณ์เหล่านี้อาจสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 1 ล้านตัน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกกว่า 100 ล้านตันเลยทีเดียว

ตัวต้นเรื่องไม่ใช่พลาสติก

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวการสำคัญไม่ใช่พลาสติกอย่างที่หลายคนคิด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่าแผงวงจรที่เปรียบเสมือนสมองของอุปกรณ์ต่างหาก ที่เป็นต้นเหตุถึง 70% ของคาร์บอนฟุตพรินต์ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการทำเหมืองและการผลิตที่ซับซ้อน

ทางออกมีเพียง 2 วิธี

นักวิจัยได้เสนอทางออกไว้ 2 วิธี คือ 1. การเปลี่ยนมาใช้ชิปที่ผลิตจากโลหะทั่วไป เช่น ทองแดง ทดแทนการใช้แร่หายากอย่างทองคำแทน และ 2. ออกแบบอุปกรณ์ให้เป็นแบบโมดูลาร์ แต่การออกแบบแบบโมดูลาร์คืออะไร ? ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ เลยคือการออกแบบให้ถอดประกอบและแยกชิ้นส่วนได้ เหมือนตัวต่อ LEGO 

ปกติแล้วอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น มือถือหรือนาฬิกา มักจะถูกผลิตแบบอัดกาวแน่น เชื่อมทุกอย่างติดกันเป็นชิ้นเดียว พอมีอะไรเสียแค่นิดเดียว เช่น แบตฯ เสื่อม หรือจอร้าว เราก็มักจะต้องทิ้งทั้งเครื่อง หรือซื้อใหม่เลย เพราะการจะแกะออกมาซ่อมเป็นอะไรที่ยากมาก

หนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้ถูกกระจายให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกันทั่วโลก การตัดสินใจเรื่องดีไซน์เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลอย่างมหาศาล”

อย่างไรก็ดี แม้การคาดการณ์ว่าจะมีขยะล้นโลกในปี 2050 หรืออีก 24 ปีข้างหน้า ดูเหมือนเป็นเวลาที่ยาวนานพอสมควร แต่นี่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ว่าในอนาคตเราอาจจะต้องเผชิญกับสิ่งที่เราคาดไม่ถึง และสายเกินกว่าจะแก้ไขก็ได้

ที่มา : techcrunch
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

Spotify ส่งฟีเจอร์ ‘Running Mode’ ลง Android จัดเพลย์ลิสต์เป๊ะตามค่า BPM

19/08/2026
Read More

คิดงานไม่ออก ลองเข้าห้องน้ำดู ! วิจัยพบการอึอาจช่วยให้สมองคิดได้เร็วขึ้น

19/08/2026
Read More

OpenAI ปรับจูน ChatGPT ให้ ‘เป็นมนุษย์น้อยลง’ ห่วงเด็กต่ำกว่า 18 ปี ผูกพันเทคโนโลยีเกินจริง

19/08/2026
Read More

Google ออกกฎใหม่ “Advanced Flow” เพิ่มความเข้มงวดในการติดตั้งแอปฯ นอก Store มีผลในไทย 30 ก.ย. นี้

19/08/2026
Read More

ปภ. เตือนภัยระดับประเทศ ! สั่งจับตา 16 รอยเลื่อนทั่วไทยเสี่ยงแผ่นดินไหว ล่าสุดเจอวิกฤตซ้ำที่น่าน น้ำป่าทะลักสะพานขาดแล้ว

19/08/2026
Read More

How To ลงทะเบียน ‘TH-AI Passport’ รับสิทธิใช้โมเดลตัวท็อปรัฐบาลฟรี !

19/08/2026
Read More

Related Content