หลังจากที่ Apple ปล่อยอัปเดต iOS 26 เวอร์ชันใหม่ออกมาประมาณ 4 เดือน แต่ทว่าล่าสุด Apple กำลังเผชิญกับวิกฤตที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อผู้ใช้ iPhone จำนวนมหาศาลปฏิเสธที่จะอัปเกรดเป็น iOS 26 ท่ามกลางการโจมตีจากสปายแวร์ขั้นสูง Mercenary ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ซึ่งผู้ใช้ iPhone หลายคนโดนเจาะระบบจากสปายแวร์ตัวนี้ แม้ทาง Apple จะรีบปล่อยอัปเดตเพื่อปิดช่องโหว่ 2 จุดแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ใช้หลายคนที่ยังมีความเสี่ยง และวิธีที่จะแก้ไขได้คือต้องอัปเดตเวอร์ชันเท่านั้น
Apple อยากให้ผู้ใช้อัปเดตเพื่อความปลอดภัย แต่ปัญหาหลัก ๆ คือผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่อยากเปลี่ยนมาใช้ iOS 26 เนื่องจากเห็นว่าดีไซน์ Liquid Glass ไม่สวย ไม่ถูกใจ สู้ดีไซน์รุ่นก่อน ๆ ไม่ได้ เลยทำให้ผู้ใช้หลายคนยังคงใช้งาน iOS 18 อยู่ แม้ Apple จะพยายามโน้มน้าวด้วยเรื่องความปลอดภัยที่ดีกว่า แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่พอ

ผู้ใช้ iPhone เมินการอัปเดต iOS 26
สื่อเทคฯ หลายสำนักชี้ไปในทิศทางเดียวกันในประเด็นการอัปเดต iOS 26 โดยฟากของ PhoneArena รายงานว่า “ผู้ใช้ iPhone จำนวนมากเพิกเฉยต่อการอัปเดต iOS ล่าสุด” ขณะที่ 9to5Mac ให้ความเห็นที่ตรงไปตรงมาว่า “iOS 26 เปิดให้ใช้งานมาเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าการอัปเดต iPhone ในช่วงเวลาเดียวกัน กลับน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างมาก โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้งาน iOS 18 ต่อไป”
จากรายงานของ Forbes เมื่อเดือนก่อน ระบุว่า 50% ของผู้ใช้ iPhone ที่มีสิทธิ์อัปเดต ยังคงไม่เปลี่ยนจาก iOS 18 เป็น iOS 26 และความล่าช้าในการอัปเดตเป็น iOS ใหม่นี้ กำลังกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้น แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับ Apple ที่ผู้ใช้จำนวนมากไม่ยอมรับระบบปฏิบัติการล่าสุด แต่ที่วิกฤตกว่านั้นคือ ผู้ใช้เหล่านั้นจะไม่มีวิธีป้องกันการโจมตีระลอกใหม่นี้เลย
Apple บีบให้ต้องใช้ iOS 26 เท่านั้น หากต้องการแก้สปายแวร์
ข้อมูลของ 9to5Mac ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ระบุว่า ผู้ใช้มากกว่า 60% ใช้งาน iOS 18 เวอร์ชันใดเวอร์ชันหนึ่ง ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ใช้ iOS 26 ในปัจจุบันถึง 4 เท่า และในปี 2024 iOS 17 ก็มียอดผู้ใช้งานเกิน 50% ไปแล้วในช่วงเวลาเดียวกัน
ก่อนหน้านี้มีการตั้งความหวังไว้ว่า Apple จะปล่อยอัปเดตความปลอดภัยให้กับผู้ที่ต้องการใช้งาน iOS 18 ต่อไป เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับวิกฤตเหล่านั้น แต่แล้ว Apple ก็เปลี่ยนใจ โดย iOS 18.7.3 จะไม่มีให้อัปเดต เว้นแต่คุณจะใช้ iPhone รุ่นเก่าที่ไม่สามารถรัน iOS 26 ได้เท่านั้น

“ไม่มีวิธีการเลี่ยงหรือพฤติกรรมผู้ใช้ใด ๆ ที่จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ” ดาร์เรน กุชชิโอเน (Darren Guccione) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ จาก Keeper Security กล่าว การอัปเกรดเป็น “การป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว เมื่อช่องโหว่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ โอกาสในการถูกโจมตีก็จะกว้างขึ้นสำหรับใครก็ตามที่ล่าช้าในการอัปเดต”
Liquid Glass ดีไซน์ไม่เริ่ด ที่เป็นข้อกังขา ?
ปกติแล้วเวลา Apple ปล่อย iOS เวอร์ชันใหม่ออกมา เขาจะปล่อยออกมาให้ iPhone ทุกรุ่นที่รองรับพร้อมกัน ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตค่อนข้างไว ต่างจาก Android ที่การปล่อยซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่อาจใช้เวลานาน เนื่องจากโทรศัพท์แต่ละรุ่นได้รับไม่พร้อมกัน
แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย MacWorld คาดการณ์ว่า Liquid Glass (อินเทอร์เฟซแบบใหม่) อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คนไม่ซื้อ iOS นี้

คำถามที่ตามมาจากการวิเคราะห์นี้คือดีไซน์ Liquid Glass ล้มเหลวหรือไม่ ? หากนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผู้คนนับล้านไม่ยอมอัปเดต ก็ควรจะมีการให้ความสำคัญกับการช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับลดความเปลี่ยนแปลงของหน้าตา UI ลงได้ เมื่อคำนึงถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ไม่ใช้ iOS 26 เสี่ยงถูกโจมตีจากสปายแวร์
ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร มี iPhone เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รัน iOS 26 อุปกรณ์จำนวนมากยังใช้เวอร์ชันเก่าอย่าง iOS 18 ความล่าช้านี้ทำให้ iPhone นับล้านเครื่องที่ยังไม่ได้รับการซ่อม และตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากผู้โจมตีมักมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ที่อัปเดตล่าช้า
อย่างไรก็ตาม Apple หยุดเสนอการอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดของ iOS 18 ให้กับอุปกรณ์ที่สามารถรัน iOS 26 ได้ การตัดสินใจนี้หมายความว่าผู้ใช้จำนวนมากต้องอัปเดตเป็นระบบฯ ล่าสุดเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง สะท้อนปัญหาหลักของ Apple ว่าแม้มีเครื่องมือความปลอดภัยที่แข็งแกร่งก็ไร้ความหมายหากผู้ใช้ไม่อัปเดตอุปกรณ์
แม้ระบบ Background Security Improvements ฟีเจอร์ช่วยเพิ่มการป้องกันด้านความปลอดภัยระหว่างช่วงการอัปเดตซอฟต์แวร์นี้ จะแสดงถึงความพยายามของ Apple ในการปิดช่องว่างนี้ก็ตาม แต่ความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ใช้ยอมรับซอฟต์แวร์ล่าสุดมากน้อยเพียงใด













