REDMI ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับสมาร์ตโฟนซีรีส์ รุ่น Note 15 ที่นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมาพร้อมรุ่น Note 15 Pro และ Note 15 Pro+ ด้วยความทนและดีไซน์สุดพรีเมียมและแบตเตอรีที่อยู่ได้นานข้ามวัน
สเปก ดีไซน์และหน้าจอ
REDMI Note 15 Series ทั้งรุ่น Pro และ Pro+ มีขนาดหน้าจอที่เท่ากัน คือ ขนาดอยู่ที่ 6.83 นิ้ว หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5 K แบบ CrystalRes ซึ่งรองรับ รีเฟรชเรทอยู่ที่ 120Hz ความสว่างสูงสุด 3,200 Nit รองรับค่าสี 12 บิต แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ Note 15 Pro มีหน้าจอแบน (Flat-Display) เวลาฝาหลังดีไซน์สี Titanium Color ให้ผิวสัมผัสเรียบหรู มาพร้อม MediaTek Dimensity 7400-Ultra มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 2.6 GHz ซึ่งอัปเกรดขึ้นจาก Dimensity 7300 ที่ใช้ใน Note 14 Pro
ส่วนรุ่น Note 15 Pro + เป็นหน้าจอขอบโค้งสี่ด้าน (Micro-Quad Curved) ดีไซน์หรูหราพรีเมียมเหมือนรุ่นเรือธง ใช้เป็นชิปเซ็ตระดับกลางรุ่นล่าสุด Snapdragon 7s Gen 4 มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 2.7 GHz หน้าจอเป็น HDR10 + Dolby vision คุณภาพที่ได้คมชัด และปรับวอลลุ่มได้ถึง 400 %

โครงสร้างของเครื่องทั้งคู่แข็งแกร่งด้วย REDMI Titan Durability เสริมความแข็งแรงที่มุมเครื่องทั้ง 4 ด้าน เพื่อซับแรงเวลาตก กันกระแทกหลายชั้นและใช้กระจกกันรอยเกรดเรือธงอย่าง Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 ผ่านมาตรฐาน SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว ทนต่อการตกกระแทกที่ความสูงถึง 2.5 เมตร มาตฐาน กันน้ำ กันฝุ่นในระดับ IP66, IP68, IP69 และ IP69K ที่ระดับน้ำลึก 2 เมตร ได้ นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ผ่านการรับรองความทนทานด้านการกันน้ำจาก TÜV SÜD
ความจุแบตเตอรี่
สำหรับREDMI Note 15 Series ทั้งคู่เป็น แบตเตอรี่ ซิลิคอน-คาร์บอน ทั้งคู่ แต่สิ่งที่ต่างกันคือขนาดของแบตเตอรี โดย REDMI Note 15 Pro ความจุแบตเตอรีอยู่ที่ 6,580 mAh ชาร์จไว 45W ส่วน REDMI Note 15 Pro+ ความจุแบตเตอรีอยู่ที่ 6,500 mAh ชารจ์ไว 100 W รองรับการชารจ์แบบย้อนกลับด้วยสาย 22.5 W

กล้องและฟีเจอร์AI
ทั้ง REDMI Note 15 Series ทั้งรุ่น Note 15 Pro และ Note 15 Pro+ กล้องหลักมาพร้อมความละเอียด 200 MP ซูมแบบ In-sensor ได้ 1X 2x และ 4x มีระยะโฟกัส 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. และมีกล้อง Ultra wide ความละเอียด 8 MP มาทั้งคู่
ส่วนกล้องหน้า Note 15 Pro ให้มา 20 MP แต่ Note 15 Pro + ที่ให้มา 32 MP รองรับการถ่าย 4K 30 fps ทั้งคู่ ที่สำคัญมี Teleprompter ไว้ให้ในตัว เหมาะกับสายครีเอเตอร์ที่ต้องท่องสคริปต์จำบทยาว ๆ


นอกจากเรื่องภาพแล้วยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ช่วยทำภาพโดดเด่นมากขึ้น อย่างการปรับแต่งความคมชัด ปรับแต่งแสง สี หรือบุคคล เหมือนมีแอปฯ แต่งรูปโดยที่ไม่ต้องโหลดเพิ่ม
ยังมาพร้อมฟีเจอร์ AI ที่สามารถลบวัตถุได้เนียน และเปลี่ยนท้องฟ้าสวย ๆ ได้ง่าย ๆ
- Circle to Search with Google และ Gemini
- AI Film
- AI Creativity Assistant
- AI Speech Recognition
นอกจากนี้ยังมีระบบ Xiaomi Offline Communication ช่วยให้สามารถสื่อสารด้วยเสียงระหว่างอุปกรณ์ในระยะสูงสุด 1 กิโลเมตรได้แม้ไม่มีสัญญาณเครือข่าย

ราคาและการวางจำหน่าย
REDMI Note 15 รุ่น 8GB+256GB ราคา 6,699 บาท
REDMI Note 15 5G รุ่น 8GB+256GB ราคา 8,499 บาท
REDMI Note 15 Pro 5G มีด้วยกัน 4 สี คือ Titanium, Glacier Blue, Mist Purple, Black
รุ่น 12GB+512GB ราคา 12,990 บาท และรุ่น 8GB+256GB ราคา 9,999 บาท
REDMI Note 15 Pro+ 5G มีด้วยกัน 3 สี คือ Black, Glacier Blue รุ่น 12GB+512GB ราคา 14,990 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันจอแตก /ฝาหลังเสียหาย/ ความเสียหายจากของเหลว 1 ครั้ง (อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) ภายใน 24 เดือน นับจากวันที่ซื้อ
ใครที่อยากได้มือถือที่ถึก ทน ในราคาสุดคุ้มก็ต้องจัดแล้ว หรือถ้าอยากดูรีวิวก่อนตัดสินใจ BT beartai ได้ทำคลิปรีวิวฉบับเต็มไว้แล้ว













