ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| IT News

ทางรอดสายปั่นเทรนด์ ! วิธีแก้เกมดันแฮชแท็กบน X ให้ติดอันดับ หลังอัลกอริทึมเปลี่ยนทำยอดหาย

Tabel of Content

ทวิตเตี้ยนโวย “อีลอน มัสก์” (Elon Musk) อีกครั้ง หลังวันที่ 15 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงของ X (หรือ Twitter เดิม) ที่ผู้ใช้งานต้องรีบหาสาเหตุกันจ้าละหวั่น เนื่องจาก X ได้อัปเดตอัลกอริทึม ที่คราวนี้ไม่ได้มาเพียงแค่การเปลี่ยนหน้าตา UI เล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนระบบคิดการของแพลตฟอร์มไปอย่างสิ้นเชิง

การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่า “สายเทรนด์” โดยเฉพาะกลุ่มแฟนด้อม นักการตลาด และเอเจนซีทั่วโลก เพราะมันคือการรื้อถอนวัฒนธรรมการดันแท็กที่พวกเราคุ้นเคยมานับทศวรรษ

สิ่งที่ผู้ใช้งานสังเกตเห็นเป็นอันดับแรกในหน้า Trending คือการหายไปของ “ตัวเลขจำนวนโพสต์” ซึ่งแต่เดิมคือตัวชี้วัดความสำเร็จว่าแท็กไหนแรง แท็กไหนปัง แต่ในเวอร์ชัน 2026 นี้ X เลือกที่จะแสดงเพียงชื่อแท็กและตัวเลขลำดับเท่านั้น

ทำไมถึงต้องซ่อนตัวเลขเทรนด์

การซ่อนตัวเลขอาจเป็นกลยุทธ์ลดแรงจูงใจในการปั่นเทรนด์ เมื่อไม่มีตัวเลขเปรียบเทียบ ความกระหายที่จะเอาชนะด้วยจำนวนก็ลดลง ลดพฤติกรรมการสแปมเพื่อดันแท็ก ขณะเดียวกันมันยังช่วยให้อัลกอริทึมของ X มีอำนาจในการจัดอันดับตามคุณภาพได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าผู้ใช้งานจะแย้งว่า “ทำไมแท็กที่โพสต์น้อยกว่าถึงอยู่อันดับสูงกว่า”

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการนำ AI เข้ามาควบคุมระบบคัดกรองเนื้อหาแบบ Real-time ซึ่งมัสก์ได้ประกาศไว้ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า โดย AI ตัวนี้ถูกฝึกฝนมาเพื่อแยกแยะระหว่าง “กระแสสังคมที่เกิดขึ้นจริง (Organic Movement)” กับ “การจัดตั้งเพื่อปั่นกระแส (Coordinated Behavior)”

ในอดีตการพิมพ์ข้อความซ้ำ ๆ หรือการใช้ Keyword เดียวกันรัว ๆ คือสูตรสำเร็จของการดันแท็ก แต่ในวันนี้ AI จะเหมารวมพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็น Spam ทันที ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้โพสต์นั้นไม่ถูกนับรวมในเทรนด์ แต่มันยังส่งผลให้บัญชีผู้ใช้นั้นถูกลดการมองเห็นในระยะยาวอีกด้วย

หลายคน Feedback ตรงกันว่า “ดันแท็กยากขึ้น” นั่นเป็นเพราะระบบไม่ได้นับแค่จำนวนโพสต์ แต่กำลังนับ “ความหลากหลาย” ของเนื้อหา หากคุณโพสต์เพียงเพื่อจะติดแท็กโดยไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ AI จะมองว่าโพสต์นั้นไร้ค่า

“สายเทรนด์” และ “แฟนด้อม” เอายังไงต่อ ?

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดหนีไม่พ้นเหล่าแฟนคลับที่ต้องการแสดงพลังให้ศิลปิน การเปลี่ยนอัลกอริทึมครั้งนี้ทำให้กลยุทธ์เดิม ๆ อย่างการ Copy-Paste แคปชัน การใส่อิโมจิหลากหลาย คำรุนแรงเพื่ออรรถรส หรือการรีโพสต์รัว ๆ กลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายแท็กเสียเอง

นี่คือจุดเปลี่ยนที่บังคับให้ผู้ใช้งานต้องกลับไปสู่พื้นฐานเดิมของโซเชียลมีเดียนั่นคือ ‘การสนทนาที่แท้จริง’

เทคนิคแก้เกมดันเทรนด์ขึ้นอันดับ

ระบบของ X ต่อจากนี้ คงไม่ได้วัดกันที่ใครโพสต์มากกว่า แต่สู้กันที่โพสต์ไหนสร้างบทสนทนาได้เร็วและมีคุณภาพกว่า โดยระบบจะประมวลผลผ่าน 3 แท็บหลัก (For You, Following, Explore) ด้วยกลยุทธ์สำคัญ คือ

1. ความเร็ว ระบบให้ความสำคัญกับกระแสในช่วงเริ่มต้น เพื่อตัดสินว่าจะดันโพสต์นั้นไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นหรือไม่

  • ช่วง 10–30 นาทีแรกคือตัวตัดสิน หากมีการปฏิสัมพันธ์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เลือกโพสต์ในช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายแอ็กทีฟที่สุด เพื่อให้เกิดแรงส่งพร้อมกันในเวลาเดียว

2. เน้นคุณภาพและการสร้างบทสนทนาระหว่างกัน การคำนวณคะแนนเปลี่ยนไปโดยให้ค่าน้ำหนักกับการมีส่วนร่วมที่ลึกกว่าเดิม

  • การเข้าไปคอมเมนต์และโต้ตอบในโพสต์อื่นมีค่าพลังในการดันโปรไฟล์ มากกว่าการปั๊มโพสต์ใหม่แต่ไม่มีคนคุยด้วย
  • การโควตทวีตพร้อมใส่ความเห็นถูกให้ค่าพลังมากกว่าการรีโพสต์เปล่า ๆ (Multiplier สูงกว่า) เพราะถือเป็นการสร้างเนื้อหาใหม่
  • ระบบนับจำนวนบัญชีไม่ซ้ำ (Unique Accounts) ที่เข้ามาคุย สำคัญกว่าการที่มีบัญชีเดิม ๆ มาปั่นคอมเมนต์ซ้ำ ๆ

สิ่งที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้ถูก “ลดการมองเห็น” (Anti-Spam & Penalties)

ในยุค 2026 ระบบ AI ของ X มีความฉลาดในการตรวจจับสแปมสูงมาก ดังนั้นต้องใช้ความระมัดระวังและคำนึงถึงเนื้อหาและวิธีการที่อาจทำให้ถูกลดการมองเห็นได้

  • ห้าม Copy-Paste การใช้ข้อความซ้ำ ๆ หรือการปั๊มโพสต์ถี่เกินไปจะถูกลดค่าคะแนนความน่าเชื่อถือของบัญชี
  • ใช้เพียง 1–2 แฮชแท็ก ที่เกี่ยวข้องที่สุดเท่านั้น การใส่หลายแท็กจะถูกมองว่าเป็นสแปมและลดการมองเห็น 
  • ระบบมักจะลดการกระจายโพสต์ที่มีลิงก์ออกภายนอก แนะนำให้ใส่ลิงก์ไว้ในคอมเมนต์แทน เพื่อรักษาจำนวนเข้าถึง (Reach)
  • โพสต์ที่มีวิดีโอหรือรูปภาพ พร้อมข้อความสั้น ๆ 1-2 ประโยค จะได้รับการจัดลำดับที่ดีกว่าข้อความล้วน
  • งดการใช้คำรุนแรง คำหยาบ พร้อมอิโมจิที่แสดงถึงการไม่พอใจ เพราะอาจทำให้ระบบมองว่าเป็นคอนเทนต์คุณภาพต่ำ 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจดูใจร้ายสำหรับคนที่คุ้นชินกับระบบเดิม แต่มันคือการพยายามสร้างคุณภาพข้อมูลให้กับแพลตฟอร์ม X กำลังบอกเราว่าพวกเขาต้องการเป็นพื้นที่ของความจริงและการสนทนาที่มีคุณภาพ 

จากเหตุการณ์นี้อาจมีหลายคนคิดว่าเสน่ห์ของ X จะหายไปไหมเมื่อเรามองไม่เห็นตัวเลขความแรงของเทรนด์ หรือหลายคนอาจจะคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม ลดปัญหาการเปรียบเทียบเรื่องตัวเลข ช่วยลดความกดดันที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มของแฟนด้อมที่ต้องแบกรับทุกครั้งเมื่อต้องการแสดงออกถึงพลังความรักของแฟนด้อมที่มีต่อศิลปินที่รัก

Highlight

GPO Pharmaceutical Summit 2026 : ปักธงไทยสู่ Global Innovation Gateway ยกระดับความมั่นคงทางยาระดับสากล

16/01/2026
Read More

จบปัญหากระเป๋าล้น ! ญี่ปุ่นเปิดตัว “เครื่องบีบอัดเสื้อผ้า” ย่อส่วนเหลือเท่าฝ่ามือใน 1 นาที

16/01/2026
Read More

สรุปภาษีรถยนต์ใหม่ อัปเดต 2026 รถรุ่นไหนเสียกี่

16/01/2026
Read More

จีนทำยังไง ? จัดการฝุ่น PM 2.5 จนค่าเฉลี่ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025

16/01/2026
Read More

TikTok เปิดตัว ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งไทย 2569 สกัด Fake News สร้างมาตรฐานความโปร่งใสบนโลกดิจิทัล

16/01/2026
Read More

REDMI เปิดตัว Note 15 Series อึด ทน ระดับIP69K แบตฯ อยู่ได้ข้ามวัน เริ่มต้น 6,699 บาท

15/01/2026
Read More

Related Content