ในช่วงก่อนที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จะเริ่มลงทุนกับ Tesla Motors ย้อนไปประมาณปี 2003 มัสก์ได้คอนเน็กชันทำให้ได้รู้จักกับบริษัท ‘AC Propulsion’ บริษัทที่สร้างรถไฟฟ้าต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยแบตฯ Lithium-ion
ในขณะนั้นรถต้นแบบคันนี้มีชื่อว่า ‘tZero’ เป็นรถไฟฟ้าสีเหลืองคันเล็ก ๆ ซึ่งมัสก์ก็ได้ทดลองขับ (Test Drive) แล้วรู้สึกชอบ จนภายหลัง เจ้าโมเดลการใช้แบตฯ จากรถคันนี้ก็ได้กลายมาเป็นหัวใจหลักของรถ Tesla ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน !
รู้จักบริษัท AC Propulsion
เบื้องหลังความแรงของ tZero ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เกิดจาก AC Propulsion บริษัทระดับตำนานที่เปรียบเสมือนมันสมองของวงการ EV ในยุคนั้น
ภายใต้การนำทัพของ อลัน ค็อกโคนิ (Alan Cocconi) ผู้ก่อตั้งและวิศวกรอัจฉริยะ (หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ GM Impact หรือต้นกำเนิดของ GM EV1 อันลือลั่น) ร่วมกับ CEO วิสัยทัศน์ไกลอย่าง ทอม เกจ (Tom Gage) เป้าหมายหลักของพวกเขาในตอนนั้นไม่ใช่การตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ขายแข่งกับค่ายยักษ์ใหญ่ แต่คือการมุ่งเน้นพัฒนา ‘ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า’ (Electric Drivetrain) ให้สมบูรณ์แบบที่สุด

เบื้องหลังมอเตอร์ของ ‘tZero’
tZero เป็นรถไฟฟ้าโพรโตไทป์ที่สร้างด้วยมือล้วน ๆ ในปี 1997 ดีไซน์ของรถถูกสร้างโดยอิงมาจากรถยนต์ที่ประกอบเองได้ (Kit car) ชื่อ ‘Piontek Sportech’

รถรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ซึ่งทำให้รถวิ่งได้เร็วมาก อาจจะเพราะน้ำหนักของรถที่เบาด้วย ในตอนนั้นใช้อัตราเร่งจาก 0-60 ในเวลาเพียง 3.6 วินาทีเท่านั้น
ภายในห้องโดยสารของ tZero ให้อารมณ์เหมือนคุณกำลังนั่งอยู่ใน ‘ห้องแล็บเคลื่อนที่’ มากกว่ารถยนต์ทั่วไป สิ่งบันเทิงเพียงอย่างเดียวที่มีให้คือเครื่องเล่น CD นอกนั้นบนหน้าปัดจะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางเทคนิคล้วน ๆ
แผงคอนโซลถูกออกแบบมาเพื่อมอนิเตอร์หัวใจหลักอย่างมอเตอร์และแบตเตอรี่โดยเฉพาะ ผู้ขับขี่ต้องคอยสังเกตค่าต่าง ๆ ผ่านเกจวัดแบบเข็มและไฟ LED ที่แสดงข้อมูลละเอียดยิบ ตั้งแต่กระแสไฟ แรงดันไฟ ไปจนถึงอุณหภูมิ เพื่อคอยเช็กสุขภาพรถแบบเรียลไทม์
‘Roadster’ รถไฟฟ้าจาก Tesla Motors คันแรกที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘tZero’
ย้อนกลับไปในปี 2004 มัสก์ได้ตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่ถึง 6.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าสู่บริษัท Tesla ซึ่งนำไปสู่การซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนานถึง 4 ปี จนถือกำเนิดรถยนต์รุ่นแรกของค่ายอย่าง ‘Tesla Roadster’

แม้รูปลักษณ์ภายนอกของ Roadster อาจจะเหลือเค้าโครงของรถต้นแบบอย่าง tZero เพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาเต็ม ๆ คือ DNA ทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัย เช่น
- นวัตกรรมแบตเตอรี่ : เป็นรถยนต์รุ่นโปรดักชัน (Production Car) รุ่นแรกของโลกที่ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion
- สมรรถนะ : ทำอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที
- ระยะทาง : วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 300 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
บทสรุปของตำนานรุ่นบุกเบิกนี้ จบลงด้วยยอดขายรวมประมาณ 2,500 คัน โดยในช่วงท้ายก่อนที่ Tesla จะยุติการจำหน่าย Roadster รุ่นแรก ราคาค่าตัวก็พุ่งไปแตะระดับ 150,000 เหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว













