“เรียนจบ ทำงาน เก็บเงิน เกษียณตอน 60 แล้วค่อยใช้ชีวิต” สมการชีวิตแบบเดิม ๆ อาจไม่ใช่คำตอบของคนรุ่นใหม่ บทความนี้จะพาไปรู้จักเทรนด์ Micro-Retirement หรือเกษียณชั่วคราว ที่ฉีกอีกด้านของการทำงาน เพื่อหยุดพักหายใจในวันที่ร่างกายและจิตใจบอกไม่ไหวแล้ว
Micro-Retirement คืออะไร ?
Micro-Retirement ไม่ใช่การลาออกเพื่อไปเที่ยวเล่นแบบไร้จุดหมาย แต่คือ “การเกษียณอายุก่อนกำหนดแบบชั่วคราว” โดยเลือกที่จะหยุดพักจากงานประจำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อไปใช้ชีวิต เดินทาง หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง แทนที่จะรอไปใช้ชีวิตทีเดียวตอนวัยเกษียณ
แนวคิดนี้กลายเป็นกระแสมาแรงมาบนโลกออนไลน์ในต่างประเทศ โดยเริ่มมาจากผู้ใช้งาน TikTok อย่าง อานาอิส เฟลต์ (Anaïs Felt) ที่ออกมาแชร์เรื่องราวการหยุดพักเพื่อใช้ชีวิต เกิดเป็นคำถามชวนให้คิดต่อว่า “เราจะรอไปใช้ชีวิตตอนอายุ 60 จริง ๆ เหรอ ?”
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเกิดคำถามที่ว่า แล้วมันต่างจากการลาออกทั่วไปยังไง ? คำตอบก็คือ Micro-Retirement หรือเกษียณชั่วคราว คือการที่วางแผนเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าและมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วว่าจะกลับเข้าสู่การทำงานอีกครั้งเมื่อพร้อม ซึ่งต่างจากการลาออกทั่วไปคือ การออกจากงานประจำไปเลย แล้วหันไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือการตัดสินใจที่ไม่ได้วางแผนระยะยาวไว้

ทำไม Micro-Retirement ถึงได้รับความนิยมในกลุ่มคน Gen Z
ในมุมของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองแค่ความสบายเท่านั้น นั่นก็เพราะ
- หลีกหนีอาการ Burnout : Gen Z เข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวนและความกดดันสูง ทำให้เกิดภาวะหมดไฟได้เร็วกว่าคนรุ่นก่อน การพักแบบ Micro-Retirement จึงเป็นเหมือนการกดปุ่มรีเซต สุขภาพจิตและร่างกายเพื่อให้ไปต่อ
- Work-Life Balance : Gen Z มองว่างานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ได้ใช้ชีวิตตามที่ต้องการ แทนที่จะรอให้ถึง 60 เพื่อจะได้พัก แต่มองว่าเราสามารถบาลานซ์ความสุขกับการทำงานไปพร้อมกันได้
- มุมมองที่เปลี่ยนไป : การผันผวนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้คนรุ่น Baby Boomers กลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มุมมองของ Gen Z มองเรื่องความสำเร็จเปลี่ยนไป
ก่อนจะพัก ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
แม้จะฟังดูดี แต่การทำ Micro-Retirement ต้องแลกมาด้วยการวางแผนทางการเงินที่รัดกุม เพราะนี่คือการหยุดรายได้แต่รายจ่ายยังคงเดินอยู่ ผู้ที่เลือกเส้นทางนี้ส่วนใหญ่จึงต้องมี “เงินสำรอง” ที่มากพอสำหรับใช้ชีวิตในช่วงที่ไม่ได้ทำงาน และหากจะเกษียณชั่วคราว จริง ๆ ก็เช็กลิสต์ เพื่อเตรียมตัวกันก่อน
- วางแผนการเงิน : เป็นสิ่งแรกที่ควรคำนึง คือคุณต้องมีเงินสำรองที่มากพอ ไม่ใช่แค่ค่ากินค่าอยู่ แต่ต้องครอบคลุมไปถึงเงินฉุกเฉินตลอดที่ว่างงาน
- กำหนดขอบเขตเวลา : ต้องชัดเจนว่าจะพักนานแค่ไหน 3 เดือนเพื่อพักใจ หรือ 1 ปีเพื่อเรียนต่อ การกำหนดทิศทางไว้ชัดเจนจะทำให้เราไม่หลงทางจนเสียโอกาสในการกลับเข้าทำงาน
- คุยกับตัวเองให้ชัด : ตอบตัวเองให้ชัดว่าการพักครั้งนี้เพื่ออะไร ? เพื่อค้นหาเป้าหมายใหม่ หรือรักษาอาการ Burnout ไม่ใช่การทำโดยไม่มีเป้าหมาย

ดังนั้นแล้ว เทรนด์ Micro-Retirement จึงไม่ใช่แค่การหยุดพักใจเพื่อปล่อยเวลาให้เสียเปล่า หรือการหนีปัญหาจากที่ทำงานเพียงชั่วคราว แต่เป็นการให้เวลาตัวเองได้สำรวจความต้องการ รักษาสภาพจิตใจที่เหนื่อยล้า
เพราะในโลกการทำงานยุคใหม่ที่เปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอน คนที่วิ่งได้จนถึงเส้นชัย อาจไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือคนที่รู้จักจังหวะการหายใจ และรู้ว่าเมื่อไหร่ควร “ผ่อน” เพื่อให้ร่างกายยังไปต่อได้จนจบเกม













