SpaceX เข้าซื้อ xAI อย่างเป็นทางการ ! เตรียมปั้น ‘Data Center บนอวกาศ’ ดันมูลค่าบริษัททะลุ 1.25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เรียกว่าได้ว่าเป็นการรวมกระเป๋าซ้ายกับกระเป๋าขวาเข้าด้วยกัน เพื่อเป้าหมายใหม่ที่ล้ำหลุดโลกอย่าง ‘Space-based Data Centers’ หรือการยกศูนย์เก็บข้อมูล AI ขึ้นไปไว้บนอวกาศซะเลย
ทำไมต้องยก Data Center ไปไว้นอกโลก ?
อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ให้เหตุผลง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ SpaceX ว่า เขาคิดเรื่องนี้วนเวียนอยู่ในหัวมาหลายเดือนแล้ว เพราะตอนนี้ AI เก่งขึ้นทุกวัน แต่ปัญหาคือ ‘บนโลกเราเริ่มรับไม่ไหว’
มัสก์ ระบุว่า “ความก้าวหน้าของ AI ในปัจจุบันต้องพึ่งพา Data Center บนโลก ซึ่งใช้พลังงานมหาศาลและต้องการระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน ความต้องการไฟฟ้าสำหรับ AI ทั่วโลกนั้นสูงเกินกว่าที่ทรัพยากรบนโลกจะรองรับได้ในระยะสั้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม” สรุปแล้วมีเพียงไม่กี่ข้อได้แก่
- AI กินไฟมหาศาล
- เครื่องร้อนจัด ต้องใช้ระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน
- กระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อม (ซึ่งก่อนหน้านี้ xAI ก็เพิ่งโดนชาวเมืองเมมฟิสบ่นเรื่องมลพิษจากศูนย์ข้อมูลมาหมาด ๆ)
ดีลระดับล้านล้าน และเส้นทางสู่ IPO
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การควบรวมกันครั้งนี้ทำให้มูลค่าบริษัทอาจสูงถึง 1.25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ
โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า SpaceX เตรียมจะเปิดขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) เร็วที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายนปีนี้ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าการควบรวมกับ xAI จะทำให้แผนที่วางไว้ต้องเลื่อนออกไปหรือเปล่า
มัสก์ อธิบายว่าการสร้าง Data Center ในอวกาศจะต้องใช้ดาวเทียมจำนวนมาก แม้ไม่ได้ระบุจำนวนแน่ชัด แต่นั่นก็แปลว่า SpaceX จะมีการยิงจรวดและมีรายได้หมุนเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องในอนาคต และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อนึกถึงกฎของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC: Federal Communications Commission) ที่กำหนดให้ดาวเทียมต้องปลดระวางทุก 5 ปี นั่นแปลว่าต้องมีการยิงขึ้นไปเติมใหม่อยู่ตลอดเวลา
อ่านมาจนถึงตรงนี้ดูเหมือนเป้าหมายเรื่องอวกาศของมัสก์จะฟังดูยิ่งใหญ่ แต่เป้าหมายระยะสั้นของ SpaceX และ xAI ช่างต่างกันไปกันคนละทิศคนละทาง ราวกับคุยกันคนละภาษาเลยทีเดียว
- SpaceX กำลังเร่งพิสูจน์ว่าจรวด Starship สามารถพานักบินอวกาศไปดวงจันทร์และดาวอังคารได้จริง
- xAI กำลังแข่งเดือดกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ OpenAI
การรวมร่างแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
ก่อนหน้าก็มีการลงทุนแบบแปลก ๆ ขายเองซื้อเองอยู่แบบนั้น ตั้งแต่ตำนานอุ้ม SolarCity โดยการเอาเงิน Tesla ไปซื้อบริษัทโซลาร์ของญาติตัวเองที่ ‘ใกล้เจ๊ง’ หนี้ท่วมหัว มาในราคาสูงลิ่ว โดยอ้างวิสัยทัศน์โลกสวย แต่คนมองว่าเอาเงินคนอื่นมาโปะหนี้ครอบครัวชัด ๆ
เท Tesla เปย์ Twitter ปากบอกสาวกว่า ‘ไม่ขายแล้ว’ แต่พอโดนบอร์ดของ Twitter เอาจริง ก็ต้องเทขายหุ้น Tesla ทิ้งยับจนหุ้นร่วงระนาว ทิ้งให้ผู้ถือหุ้น Tesla นั่งดอยตาปริบ ๆ
นอกจากนี้ สั่งซื้อชิป NVIDIA ในนาม Tesla แต่แอบเปลี่ยนที่อยู่ให้ไปส่งที่ xAI แทน โดยอ้างว่า Tesla ที่เก็บเต็ม ทั้งที่จริงคือโยกของบริษัทมหาชนไปปั้นบริษัทส่วนตัวหน้าตาเฉย
และยังมีการทุ่มเงินกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อซื้อหุ้นบริษัทตัวเอง ทำให้ราคาหุ้นของ Tesla พุ่งทะยานขึ้น
อย่างไรก็ดี ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าแผน Data Center บนอวกาศ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกขีดจำกัดของ AI ได้จริง หรือจะเป็นเพียงอีกหนึ่งความฝันสุดทะเยอทะยานที่มีราคาเดิมพันสูงลิ่วระดับล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ













