ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Cars

จีนสั่งเข้ม ! รถยนต์รุ่นใหม่ต้องมี “ปุ่มกด” แทนการสั่งงานหน้าจอสัมผัส ลดอุบัติเหตุ-เพิ่มความปลอดภัย

Table of Content

ยุคนี้เราจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ ๆ จากประเทศจีนถูกผลิตขึ้นมาเรื่อย ๆ ในขณะที่นวัตกรรมถูกแข่งขันจนเราแทบตามไม่ทัน แต่สิ่งแรกที่สะดุดตาคือความมินิมอลขั้นสุด ปุ่มกดต่าง ๆ ที่เคยคุ้นมือหายไป และแทนที่ด้วยหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ที่สั่งการได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เปิดแอร์ไปจนถึงเปลี่ยนเกียร์

แต่ล่าสุด เทรนด์ความล้ำสมัยนี้กำลังถูกเบรกโดยรัฐบาลจีน เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) เตรียมประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ โดยกำหนดให้รถยนต์ใหม่ที่ผลิตตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027 ต้องมี “ปุ่มกดและคันโยกเกียร์” สำหรับฟังก์ชันพื้นฐาน เพื่อลดอันตรายจากการที่ผู้ขับขี่ต้องละสายตามามองหน้าจอ

กฎใหม่เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้รถ

ตามร่างข้อบังคับใหม่ ฟังก์ชันเหล่านี้จะไม่สามารถสั่งการผ่านซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป ได้แก่

  1. ระบบการเปลี่ยนเกียร์ (P/R/N/D) ยกเลิกการรูดนิ้วเปลี่ยนเกียร์บนหน้าจอแบบรุ่นใหม่ ๆ เพราะกฎหมายบังคับให้ต้องมีกลไกจริงที่จับต้องได้
  2. ระบบสัญญาณไฟและทัศนวิสัย ไฟเลี้ยว, ไฟฉุกเฉิน, แตร, ที่ปัดน้ำฝน และระบบไล่ฝ้า ต้องเข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าเมนูย่อย
  3. ความปลอดภัยอัจฉริยะ ปุ่มเปิด-ปิดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) และปุ่มโทรฉุกเฉิน (AECS) รวมถึงสวิตช์ตัดไฟในรถ EV

 ไม่ได้แค่สั่งให้มีปุ่ม แต่ยังกำหนดสเปกทางเทคนิคอย่างละเอียดเพื่อให้ใช้งานได้จริง เช่น

  • ขนาด พื้นที่สัมผัสของปุ่มต้องไม่น้อยกว่า 10 มม. x 10 มม.
  • ตำแหน่ง ต้องติดตั้งในจุดที่คงที่ คลำหาได้ง่าย
  • ฟังก์ชันพื้นฐานต้องทำงานได้แม้ระบบคอมพิวเตอร์หลักจะพัง

การบังคับเปลี่ยนกฎครั้งนี้ไม่ใช่เทรนด์ที่คิดจะเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนได้เลยแต่เป็นเพราะดีไซน์แบบน้อยแต่มาก ที่ค่ายรถจีนแห่ทำตามกันนั้น เริ่มทำพิษเพราะการที่รถแทบไม่มีปุ่มกดเลย ทำให้คนขับต้องคอยก้มมองหน้าจอเพื่อหาเมนูต่าง ๆ จนเสียสมาธิและเสี่ยงอุบัติเหตุ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของ Geely เองก็เคยมองว่า เรื่องนี้เป็นเทรนด์ที่ทำตามกันแบบหลับหูหลับตา จนลืมเป้าหมายหลักของรถยนต์และการใช้งานจริง นั่นคือต้องขับง่ายและปลอดภัยที่สุด

จีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่ขยับตัว สถาบันทดสอบความปลอดภัยระดับโลกอย่าง Euro NCAP ก็เพิ่งประกาศเกณฑ์การให้คะแนนแบบใหม่ในปี 2026 ว่ารถที่จะได้ 5 ดาวต้องมีปุ่มกดจริงในฟังก์ชันหลักเช่นกัน เมื่อจีนที่เป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกออกมาบังคับเป็นกฎหมาย สิ่งนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ค่ายรถทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น BYD, Geely, FAW-Volkswagen และ Great Wall Motor ต้องปฏิบัติตามเพื่อรักษาตลาดเอาไว้

ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีอาจทำร้ายคนขับไม่รู้ตัว

หัวใจของการขับขี่คือการโฟกัสบนถนน หน้าจอสัมผัสไม่มีความต่างของผิวสัมผัสทำให้ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อมองว่านิ้วจิ้มถูกตำแหน่งหรือไม่ ในขณะที่ปุ่มจริงช่วยให้เกิดความจำกล้ามเนื้อ คนขับสามารถเอื้อมมือไปกดได้โดยไม่ต้องมอง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุจากการเสียสมาธิได้อย่างมหาศาล

ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่คุมทุกอย่างผ่านหน้าจอ หากระบบปฏิบัติการ (OS) เกิดค้างหรือจอดับระหว่างขับขี่ ผู้ขับขี่แทบจะไร้การควบคุมฟังก์ชันพื้นฐาน กฎระเบียบใหม่ของจีนระบุชัดเจนว่า ปุ่มกดเหล่านี้ต้องทำงานได้แม้ระบบหลักจะล้มเหลว นี่คือการย้อนกลับไปสู่พื้นฐานของวิศวกรรมความปลอดภัยที่เน้นการกระจายความเสี่ยง 

การปรับมาใช้ปุ่มกดของจีนเสมือนการเตือนสติอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ว่านวัตกรรมที่ขัดกับความปลอดภัยไม่ใช่ความก้าวหน้าที่แท้จริง ฟังก์ชันของแท็บเล็ตบนคอนโซลรถอาจไม่ได้หายไปไหน แต่บทบาทของมันจะถูกลดลงให้เหลือเพียงหน้าที่อำนวยความสะดวก และปล่อยให้การควบคุมรถกลับมาอยู่ในมือและสัมผัสของผู้ขับขี่อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งนั่นจะตอบโจทย์ความปลอดภัยระหว่างการขับขี่ได้ดีที่สุด

ที่มา : Car News China, 24 Motors, Euro NCAP, ETSC
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

24 กุมภาพันธ์วันสำคัญของสตีฟ จอบส์ นักนวัตกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากการไปอินเดีย ! 

20/02/2026
Read More

LG AI Experience 2026: LG ใช้ AI คืนเวลาให้ผู้ใช้ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ตั้งเป้าครองสัดส่วนตลาด 22%

19/02/2026
Read More

รวมข่าวลือ S26 : จอกันเผือก, แบตฯ อึดขึ้น, เครื่องสีม่วงมาจริงไหม ?

19/02/2026
Read More

ปักปากกา เทคโนโลยีลดน้ำหนักที่มีที่มาจาก ‘น้ำลายกิ้งก่า’

19/02/2026
Read More

รู้จัก AI Psychosis เมื่อ AI กลายเป็นกระจกหลอนสะท้อนความคิด

19/02/2026
Read More

10 เทรนด์เทคโนโลยี ปี 2026 ที่น่าจับตามองในโลกธุรกิจ

19/02/2026
Read More

Related Content