ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Environment

อย่าเพิ่งซื้อแอร์ ถ้ายังไม่ได้เช็ก BTU ที่ ‘พอดี’ กับห้อง

Table of Content

“แอร์เล็กก็เหมาะกับห้องเล็ก แอร์ใหญ่ก็เหมาะกับห้องใหญ่” นี่คือตรรกะที่หลาย ๆ คนมีเวลาต้องเลือกซื้อแอร์ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแอร์ที่เราเลือกอยู่เล็กไปหรือ ‘พอดี’ สำหรับห้องที่เราจะติดตั้ง ? 

ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นแบบประเทศไทย การเลือกไซซ์แอร์จากภายนอกอย่างเดียวจะไม่มีประโยชน์ ถ้าค่า BTU ที่แอร์มีไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้ห้องไม่เย็นอย่างที่ควรจะเป็น บทความนี้จะมาแบไต๋ความสำคัญของการเลือก BTU ในแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง พร้อมวิธีคำนวณแบบละเอียด

ค่า BTU คืออะไร ?

ปกติแล้ว BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit เป็นหน่วยวัดความร้อนของอังกฤษ​ ไว้ใช้บอกถึงปริมาณพลังงานความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป 1 องศาฟาเรนไฮต์

แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเวลาที่เราพูดถึงเครื่องปรับอากาศ BTU จะถูกนำมาใช้วัดความสามารถในการทำความเย็น หรือพูดง่าย ๆ คือความสามารถในการดึงความร้อนออกจากห้องภายในเวลา 1 ชั่วโมง ยิ่งตัวเลข BTU มีค่าสูงมากเท่าไหร่ ก็หมายความว่าแอร์เครื่องนั้นสามารถดึงความร้อนออกจากพื้นที่ได้เร็วและทำให้อุณหภูมิลดลงได้เร็วเท่านั้น

ถ้าเราเลือก BTU ที่ไม่เหมาะสมกับห้อง แอร์ก็อาจจะทำความเย็นได้ไม่เพียงพอ หรือถ้าเลือกเยอะไปก็อาจจะกินไฟเกินจำเป็น และอาจทำให้ห้องชื้นเกินไปด้วย การที่แอร์ดึงความร้อนออกจากห้อง อารมณ์เหมือนการตักน้ำออกจากถัง ถ้าใช้ช้อนก็จะช้ามาก ๆ แต่ถ้าใช้กระบวยก็จะเร็วหน่อย แต่ถ้าใช้ขันจะดีที่สุด นั่นคือสามารถตักน้ำได้เร็วและไม่ใช่แรงตักมากจนเกินไป (ไม่เปลืองไฟ) แต่ก็ต้องระวังว่าถ้าใช้ขันใหญ่เกินไป แม้จะตักน้ำหมดไว (ห้องเย็นเร็ว) แต่แอร์จะต้องหยุดทำงานบ่อยครั้ง และเริ่มทำงานใหม่ซ้ำ ๆ ซึ่งช่วงที่เริ่มใหม่นี่เองที่กินไฟที่สุด นอกจากนี้ การที่แอร์ทำงานประเดี๋ยวเดียวแล้วตัด ทำให้เครื่องไม่มีเวลาพอที่จะดูดความชื้นออกจากอากาศ ผลคือห้องจะรู้สึกเย็นแบบแฉะ ๆ เหนียวตัว ไม่สบายผิวได้

BTU เท่าไหร่ ถึงจะพอดีห้อง ? 

การคำนวณค่า BTU โดยพื้นฐานต้องนำมาคูณกับขนาดพื้นที่ห้อง ซึ่งเราต้องไปวัดกันเอง แต่ยังมีปัจจัยด้านอื่น ๆ ที่มีผลต่อความเย็นของห้องด้วย เช่น อุณหภูมิปกติในห้อง ความสูงของเพดานห้อง ทิศที่แดดส่องเข้ามา จำนวนคนที่คาดว่าต้องอยู่ในห้อง วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะวางภายในห้อง 

ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากรู้ขนาดห้องที่จะติดตั้งแอร์ก่อน สำหรับการคำนวณขนาดพื้นที่ห้องเพื่อให้เลือก BTU แอร์ได้แม่นยำที่สุด เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังนี้

การคำนวณแบบพื้นฐาน

สูตรคำนวณแบบง่าย ๆ ที่มักใช้กันคือวัดขนาดของห้องแบบตรง ๆ เลย คือ 

BTU = ขนาดห้อง (กว้าง x ยาว) x ตัวแปร

สมมุติเรามีห้องนอนที่วัดความกว้างได้ 4.5 เมตร และความยาว 6 เมตร วิธีคิดก็เอา 4.5 x 6 = 27 เท่านี้ก็รู้แล้วว่าห้องของคุณมีขนาดพื้นที่เท่ากับ 27 ตารางเมตร

จากนั้นนำขนาดห้องมาคูณกับตัวแปร หรือ ค่าโหลดความร้อน (Cooling Load Factor) ซึ่งค่าอย่างหลังสามารถเทียบได้ ดังนี้ 

  • ห้องที่ไม่ค่อยโดนแดด : 650-700 BTU / ตร.ม.
  • ห้องที่โดนแดด หรือใช้เวลากลางวัน : 700-800 BTU / ตร.ม.
  • ห้องที่มีความร้อนสะสมใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ หรือเป็นห้องครัว : 900-1,000+ BTU / ตร.ม.

วิธีคำนวณ ยกตัวอย่างความกว้างของห้องอยู่ที่ 4.5 เมตร ยาว 6 เมตร นำมาคูณกันจะได้ 27 ตร.ม. ทีนี้สมมติว่าห้องนี้เป็นห้องที่โดนแดดเต็ม ๆ เน้นใช้แอร์กลางวัน ค่าตัวแปรก็จะเป็น 800

จะได้ 27 x 800 = 21,600 

หมายความว่าห้องนี้ก็จะต้องใช้แอร์ที่มีขนาด BTU 21,600 เพื่อให้ห้องเย็นอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เปลืองค่าไฟเกินจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น สามารถดูได้ตามตารางด้านล่าง

กว้าง
(เมตร)

x
ยาว
(เมตร)

x
ตัวแปร
=
BTU
4.5680021,600

แต่ถ้ากรณีที่เราไม่อยากคำนวณเองให้เสียเวลา และรู้ขนาดของห้องอยู่แล้ว ก็สามารถเช็กตามตารางด้านล่างได้เลย 

ขนาด BTUห้องที่ไม่โดนแดดจัด (ตร.ม.)ห้องที่รับแดดมาก (ตร.ม.)
8,500 BTU10 – 127 – 9
12,000 BTU14 – 1611 – 13
18,000 BTU22 – 2419 – 21
20,400 BTU25 – 2722 – 24
25,200 BTU31 – 3328 – 30

การคำนวณแบบแม่นยำ (ห้องที่มีเพดานสูง)

โดยปกติแล้ว การคำนวณ BTU ตามพื้นที่ (กว้าง x ยาว) จะอิงตามความสูงเพดานมาตรฐานที่ 2.4–2.6 เมตรเท่านั้น แต่สำหรับห้องที่มีเพดานสูงมาก ๆ อย่างห้องโถงเปิดโล่งปริมาณอากาศภายในห้องจะมากกว่าปกติ ทำให้เกิดการสะสมความร้อนที่สูงขึ้น แอร์จึงต้องใช้กำลังในการทำความเย็นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย สามารถใช้สูตรได้ดังต่อไปนี้

สมมติห้องของเรากว้าง 4.5 เมตร ยาว 6 เมตร และสูง 3.5 เอาทั้งสามมาคูณกัน คูณด้วยตัวแปร แล้วจึงนำไปหาร 3 คิดเป็นสูตรได้ตามตารางด้านล่าง สูตรคำนวณ BTU ตามปริมาตร (ลบ.ม.)

BTU = ขนาดห้อง (กว้าง x ยาว x สูง) x ตัวแปร ÷ 3

กว้าง
(เมตร)

x
ยาว
(เมตร)

x
สูง
(เมตร)

x
ตัวแปร
÷

3

=
BTU
4.563.580025,000

ผลลัพธ์จากการคำนวณก็จะได้ว่า ห้องขนาด 27 ตารางเมตร เพดานสูง 3.5 เมตร และเป็นห้องที่โดดแดดเต็ม ๆ จะต้องใช้ BTU อยู่ที่ 25,000 นั่นเอง

การเลือกขนาด BTU ให้พอดีกับพื้นที่ห้องไม่ใช่แค่เรื่องของความเย็น แต่คือการตัดสินใจที่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า เพราะถ้าเราเลือก BTU สูงเกินไป ระบบจะตัดการทำงานบ่อยจนเกิดความชื้นสะสม ทำให้รู้สึกเหนียวตัวและแอร์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าเลือกต่ำเกินไป เครื่องก็จะทำงานหนักตลอดเวลาจนค่าไฟพุ่งสูงและเครื่องพังเร็วอย่างน่าเสียดาย ใครอ่านบทความนี้จนจบ ก่อนซื้อแอร์อย่าลืมคำนวณค่า BTU กันด้วยนะ จะได้คุ้มค่าทั้งการใช้งานและคุ้มงบของเราเองด้วย 

ที่มา : midea, modernair, carrierthailand
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

ทำไมเปิดแอร์ 25 องศาแล้วยังรู้สึกร้อน ? 

27/03/2026
Read More

‘Year of Work Life Intelligence’ เรียนรู้วิธีจัดการชีวิต พิชิตงานใน People Performance conference 2026 ในวันที่ 1 เมษายนนี้ !

27/03/2026
Read More

BKK Risk Map: แผนที่ที่มี ‘หัวใจ’ และมองเห็นกลุ่มเปราะบางก่อนใคร จาก กทม.

26/03/2026
Read More

Bluebik Digital ยุทธศาสตร์ใหม่ของ ‘บลูบิค’ โตแรงสวนเศรษฐกิจ ตั้งเป้าสานต่อ New High ปีที่ 13 มุ่ง IPO ใน 5 ปี

26/03/2026
Read More

ค่าไฟแพงเพราะแอร์ ? ส่องเหตุผลที่การเลือกซื้อแอร์ประหยัดพลังงานจะเข้ามาช่วยงบในกระเป๋ามากกว่าที่คิด

26/03/2026
Read More

รวมรถ EV ต่ำกว่าล้าน ! ที่เปิดตัวใน Motor Show 2026

26/03/2026
Read More

Related Content