คนละครึ่งพลัส โครงการที่รัฐหมายมั่นปั้นมือให้เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ดำเนินการสำเร็จไปแล้วในเฟสแรกเมื่อปี 2568 และในช่วงเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายก ณ ขณะนั้น ได้ชูนโยบาย คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่จะนำกลับมาอีกครั้ง หากได้รับเลือกเป็นแกนนำรัฐบาล
ล่าสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนเดิมอย่างนายอนุทินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับได้ทยอยเปิดเผยรายละเอียดของโครงการออกมา โดยครั้งนี้มาในชื่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
“ไทยช่วยไทยพลัส” โครงการโฉมใหม่ช่วยวิกฤต
มาตรการนี้ถือเป็นการบูรณาการครั้งสำคัญด้วยการควบรวมโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ และ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ เข้าเป็นหนึ่งเดียว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเยียวยากลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยระบุถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านระบบและหลักเกณฑ์การเยียวยา ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใหม่พร้อมกันทั่วประเทศภายในเดือนเมษายน 2569 ประชาชนจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569
สำหรับวงเงินและจำนวนสิทธิ์นั้น ปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการคำนวณงบประมาณและพิจารณาสัดส่วนการร่วมจ่าย (Co-pay) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
“สำหรับมาตรการเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 100 บาท ตามมติเดิม ต้องพับไปก่อน เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่จึงต้องทบทวนเงินช่วยเหลือให้เงินเพิ่มขึ้นจากเดิม ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังศึกษาหาแหล่งเงินมารองรับ จึงเร่งผลักดันไทยช่วยไทยพลัส หรือชื่อเดิมคนละครึ่งพลัส นำออกมาช่วยเหลือก่อน เบื้องต้นจะให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด หวังว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้เร็วที่สุดคือช่วงปลายเดือนเมษายน ส่วนกลุ่มบัตรสวัสดิการยังได้วงเงินแยกต่างหาก แต่จะใช้ร้านค้าในวงเดียวกันได้ และการลงทะเบียนรอบใหม่จะเปิดให้ใช้สมาร์ตโฟนแทนบัตรประชาชนได้สำหรับผู้ที่มีความพร้อม” นายลวรณ กล่าว
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า รายละเอียดที่เป็นทางการทั้งหมด รวมถึงเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ จะต้องผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนจะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
นำ AI มาช่วยวิเคราะห์ผลการใช้จ่าย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พูดถึงความพิเศษของโครงการไทยช่วยไทยพลัส นั่นคือการนำระบบ AI Data Analytics เข้ามาช่วยประมวลผลเป็นครั้งแรก โดย AI จะทำหน้าที่วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายยอดขายว่าขายช่วงเวลาไหนดีที่สุด กลุ่มลูกค้าคือใคร อยู่ที่ไหน ช่วยอัปสกิล-รีสกิลพ่อค้าแม่ค้าได้ และในด้านผู้ซื้อก็จะนำ AI เข้ามาวิเคราะห์การซื้อทำให้เกิดความรู้ในการใช้จ่ายขึ้นมา
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นรายละเอียดเชิงนโยบายเบื้องต้นจากคณะทำงานของรัฐบาล ก่อนที่จะมีการนำเสนอเข้าสู่ระเบียบวาระการแถลงต่อรัฐสภา โดยเนื้อหาสาระสำคัญและเงื่อนไขต่าง ๆ อาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ซึ่งจะต้องรอการสรุปมติอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายหลังจากการอนุมัติเริ่มดำเนินโครงการอย่างเต็มรูปแบบ













