ถ้าคุณมีเจ้านายที่ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจสักอย่าง เป็นเจ้านายที่ชอบใช้อำนาจ และอารมณ์ในการทำงานมากกว่าเหตุผล หรือมีอคติจนทำให้ส่งผลต่อการทำงานภาพรวม เป็นไปได้ไหมที่เจ้านายที่เหมาะสมกับคุณที่สุดอาจจะไม่ใช่คน แต่เป็น AI ?

ล่าสุดจากผลสำรวจจากมหาวิทยาลัย Quinnipiac บอกว่าคนอเมริกันกว่า 15% ยอมทำงานที่มีหัวหน้างานเป็น AI มาช่วยจัดแจง และส่งมอบงานให้แทนที่หัวหน้างานที่เป็นคน ซึ่งผลสำรวจนี้ผ่านการสำรวจจาก 1,397 คนในสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 19 ถึง 23 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา แต่นี่เป็นเพียง 15% จากทั้งหมด หมายความว่าคนที่เหลือ 85% จาก 1,397 คน ก็ไม่ได้เห็นด้วยเสียทีเดียว เพราะการมี AI เป็นหัวหน้ายังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลาย ๆ คน
นอกจากนี้คนอเมริกันกว่า 70% จากผลสำรวจนี้ก็ยังเชื่อว่าการก้าวกระโดดของ AI จะมีผลต่อการลดลงของพนักงาน และอีก 30% ก็มีความกังวลว่างานที่ตัวเองกำลังทำอยู่จะโดยแทนที่โดย AI
อ้างอิงจาก Techcrunch ซึ่งได้ให้ข้อมูลมาว่าบริษัท Workday ปล่อย AI ที่สามารถจัดทำไฟล์และอนุมัติค่าใช้จ่ายแทนพนักงาน รวมถึงล่าสุดที่มีการปล่อย AI อย่าง Claude Co-work ที่สามารถทำงานได้เหมือนพนักงานมนุษย์มากขึ้น หรือแม้แต่วัดในเกียวโตที่ใช้ ‘พระ AI’ อย่าง Buddharoid เพื่อให้พรแทนพระที่เป็นมนุษย์ ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นในไทม์ไลน์เดียวกัน เวลาใกล้เคียงกัน และเป็นการประกาศบทบาทของ AI ในพื้นที่การทำงานที่ ‘เคยเป็นของมนุษย์’ เหมือนกันแต่เราอาจจะยังไม่เห็น AI ที่เป็น ‘หัวหน้า’ จริง ๆ ในตอนนี้เท่านั้นเอง
เจ้านาย AI ดีจริงหรอ ?
AI ไม่มีปัญหาเรื่องของอารมณ์แปรปรวน มันตัดสินใจบนพื้นฐานของ Data-driven ล้วน ๆ ซึ่งช่วยลดปัญหาอคติที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น การลำเอียงรักลูกน้องคนโปรด หรือการใช้อารมณ์ตัดสินงาน ถ้ามองในมุมของงานล้วน ๆ จะถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก
อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะยุติธรรม แต่มันขาดความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) หากพนักงานมีปัญหาครอบครัวหรือเจ็บป่วย AI อาจไม่สามารถผ่อนปรนเกณฑ์การประเมินได้เท่ามนุษย์ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมคนอีก 85% ในผลสำรวจข้างต้นถึงยังไม่ยอมรับ
หรือจริง ๆ AI ก็เป็นหัวหน้าของเราอยู่แล้ว ?
ปัจจุบันเราเห็น AI ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลาย ๆ อยู่แล้วในกลุ่มงานที่เกิดขึ้นจากงานแบบครั้งคราว หรืองานที่รับจ้างแล้วจบไป (Gig Economy) เช่น Uber หรือ Grab ที่ ‘อัลกอริทึม’ เป็นผู้สั่งงาน ให้คะแนน และตัดสินใจระงับบัญชีพนักงาน สิ่งนี้เรียกว่า Algorithmic Management ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนที่สุดของหัวหน้า AI
นี่ยังไม่รวมถึงการใช้ AI เป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Generative AI, Agentic AI จนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ นี่อาจจะเป็นการยืนยันคร่าว ๆ แล้วก็ได้ว่า แท้จริงหัวหน้าของเราก็เป็น AI มาตั้งนานแล้ว
สุดท้ายแล้ว อาจไม่มีคำตอบที่ตายตัวเป็นขาวหรือดำว่าเจ้านาย AI ดีจริงไหม เพราะในขณะที่ AI สามารถมอบความยุติธรรมผ่านข้อมูล แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันสอบตกในเรื่อง ‘ความเห็นอกเห็นใจ’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารคน แม้ผลสำรวจจะชี้ว่าคนส่วนใหญ่ยังลังเลที่จะยอมรับหัวหน้าหุ่นยนต์ แต่ในความเป็นจริงเราอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Algorithmic Management โดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่การสั่งงานผ่านแอปฯ ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยตัดสินใจในองค์กรใหญ่ ดังนั้น ความท้าทายในอนาคตจึงไม่ใช่แค่การเลือกระหว่าง ‘คน’ หรือ ‘AI’ แต่คือการหาจุดสมดุลว่าเราจะใช้ความแม่นยำของเทคโนโลยีควบคู่ไปกับความละเอียดอ่อนของมนุษย์ได้อย่างไร เพื่อให้การทำงานมีทั้งประสิทธิภาพและยังคงความเป็นมนุษย์ไว้ได้พร้อม ๆ กัน













