ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| IT News

เจาะวิสัยทัศน์ Lenovo ในปี 2026 ดัน “Qira – xIQ” สู่การเป็น Agentic AI

Table of Content

ล่าสุด BT beartai เพิ่งมีโอกาสไปร่วมฟังอัปเดตข้อมูลทิศทางเทคโนโลยีระดับโลกและอินไซต์ของตลาดไอทีในไทยจาก คุณวรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน ของ Lenovo มาเนื้อหาการพูดคุยครั้งนี้เจาะลึกและเห็นภาพรวมของวงการคอมพิวเตอร์แบบชัดเจนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า โลกของเรากำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ “แค่ทดลองใช้ AI” ไปสู่ยุคที่ต้อง “ลงมือทำและเห็นผลลัพธ์จริง” วันนี้เลยขอหยิบยกรายละเอียดแบบจัดเต็ม ไม่ตัดทอน มาเล่าให้เพื่อนๆ สายไอทีฟังกันว่า ตอนนี้ Lenovo กำลังขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยีไปในทิศทางไหน

คุณวรพจน์ ถาวรวรรณ จาก Lenovo กำลังพูดเกี่ยวกับทิศทางของ Lenovo ในปี 2026

หมดยุคทดลอง AI ท่ามกลางวิกฤต “ของขาด” และต้นทุนที่พุ่งทะยาน

คุณวรพจน์เล่าให้ฟังว่า ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Lenovo ถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดไตรมาสหนึ่ง โดยทำรายได้ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (เติบโต 18%) ที่น่าสนใจคือสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI มียอดขายเติบโตถึง 72% สำหรับในประเทศไทยเอง Lenovo ก็ครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 35% และครองแชมป์อันดับ 1 มาถึง 12 ไตรมาสติดต่อกัน ในขณะนี้พอร์ตโฟลิโอของ Lenovo กว่า 50% ได้กลายเป็น AI PC ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่เบื้องหลังตัวเลขสวยหรูนี้ อุตสาหกรรมไอทีกำลังเผชิญกับ “วิกฤตฮาร์ดแวร์ขาดแคลน (Hardware Shortage)” อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น Memory, SSD, CPU หรือ GPU โดยเฉพาะหน่วยความจำ (RAM) ที่ราคาต้นทุนกระโดดขึ้นไปถึง 3 เท่า หรือ 300% จากปลายปีที่แล้ว ของขาดตลาดจนเกิดปรากฏการณ์ที่ว่าคนตุนสต็อก RAM รวยกว่าคนซื้อทองเสียอีก

ถึงแม้ต้นทุนจะแพงและของจะหายากแต่องค์กรก็หยุดลงทุนไม่ได้ ในปี 2026 นี้ ผู้นำองค์กรกว่า 96% มีแผนทุ่มเม็ดเงินลงทุนใน AI เป็นอันดับแรก โดยตั้งความหวังกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ไว้สูงมาก คือลงทุนไป 1 ดอลลาร์ จะต้องได้ผลตอบแทนกลับมาถึง 2.85 เท่า ซึ่งหมายความว่า องค์กรจะไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อแค่ “ทดลองระบบ” อีกต่อไป แต่ต้องนำมาใช้งานแล้วเกิดรายได้หรือลดต้นทุนได้ทันที

คุณวรพจน์ ถาวรวรรณ จาก Lenovo กำลังพูดเกี่ยวกับทิศทางของ Lenovo ในปี 2026

บทเรียนจาก “คลาวด์ล่ม” สู่เหตุผลที่อนาคตต้องเป็น “Hybrid AI”

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Lenovo ถึงพยายามเน้นย้ำเรื่องสถาปัตยกรรม “Hybrid AI” แบบเต็มตัว คุณวรพจน์ได้ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจมากว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้เจอกับปรากฏการณ์ “จอฟ้า” หรือระบบ Public Cloud ล่มทั่วโลกมาแล้ว สิ่งนี้ทำให้ผู้นำไอที (CIO) ตระหนักว่า การนำข้อมูลทั้งหมดไปฝากไว้บน Cloud สาธารณะเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งในแง่ของความเสถียรและปัญหาข้อมูลรั่วไหล (Data Security)

ทางออกของการกระจายความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยขั้นสูงสุด จึงตกมาอยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบ Hybrid AI ที่ให้ระบบทำงานผสมผสานกัน ทั้งบน Cloud, ภายในเซิร์ฟเวอร์องค์กร (On-premise / Edge) และบนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน (Client Device) ซึ่งข้อมูลจากฝั่งเอเชียแปซิฟิกชี้ว่า องค์กรกว่า 70% กำลังมุ่งหน้าเตรียมปรับสถาปัตยกรรมมาเป็นแบบ Hybrid AI กันแล้ว

จากแอปพลิเคชัน สู่ “Agentic AI” ระบบที่คิดและลงมือทำแทนมนุษย์

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในปีนี้ คือการก้าวข้าม Generative AI (ที่เน้นสร้างเนื้อหา) สู่การเป็น “Agentic AI” ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เพียงแต่ให้คำปรึกษา แต่สามารถวิเคราะห์ คาดการณ์ และ “ลงมือทำ” แทนมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ ไร้อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง Lenovo ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่ครอบคลุมการใช้งานทั้ง 2 มิติ คือ ระดับองค์กร (Enterprise) และระดับบุคคล (Personal)

มิติองค์กร ปลดล็อกด้วย Lenovo xIQ สำหรับการใช้งานระดับองค์กร Lenovo ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Lenovo xIQ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนและเร่งการนำ AI ไปใช้งานจริงให้เร็วขึ้น ประกอบด้วย 3 แพลตฟอร์มหลัก

  • xIQ Agent Platform: แพลตฟอร์มที่ให้องค์กรสร้างและติดตั้ง AI Agent ของตัวเองได้ในเวลาไม่กี่นาที โดยไม่ต้องเขียนโค้ด (No-code) พร้อมมีระบบควบคุมและธรรมาภิบาลในตัว
  • xIQ Digital Workplace Platform: ระบบที่ใช้ AI เข้ามาตรวจจับและแก้ปัญหาไอทีเชิงรุกแบบอัตโนมัติ (Proactive IT Issue) ช่วยลดต้นทุนการสนับสนุนด้านไอทีได้ถึง 30% และลดปัญหาเชิงรุกได้สูงสุด 40%
  • xIQ Hybrid Cloud Platform: แพลตฟอร์มบริหารจัดการคลาวด์แบบไฮบริด ที่รวมเอา AIOps, FinOps และ DevOps ไว้ด้วยกัน เพื่อประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ Lenovo ยังมีบริการที่ปรึกษาอย่าง AI Fast Start ที่ช่วยให้องค์กรเริ่มติดตั้งใช้งาน AI และเห็นผลลัพธ์การทำงาน (Time-to-value) ได้ภายในเวลาเพียง 3 เดือน รวมถึงมีการสร้างชุมชนนักพัฒนา ISV (Independent Software Vendor) เพื่อช่วยองค์กรไทยเขียนโค้ด API เชื่อมต่อระบบเดิมๆ (เช่น ระบบ ERP) เข้ากับ AI ตัวใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ

มิติผู้ใช้งานทั่วไป Lenovo Qira สุดยอดฝาแฝดดิจิทัล ในฝั่งอุปกรณ์การใช้งานส่วนตัว Lenovo ได้เปิดตัว Lenovo Qira ซึ่งเป็นระบบ Ambient Intelligence ที่ฝังลึกอยู่ในระดับระบบปฏิบัติการ ไม่ใช่แอปพลิเคชันที่ต้องกดเปิดสลับไปมา แต่จะทำงานแบบข้ามอุปกรณ์ต่อเนื่องกัน (Cross-device) ทั้งบนพีซี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนของ Motorola ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่อย่างแว่นตาอัจฉริยะ

ไฮไลต์ของ Qira ที่คุณวรพจน์เล่าให้ฟังคือ มันสามารถประมวลผลคำสั่งผ่านชิป NPU ภายในเครื่องแบบ “ออฟไลน์ (Offline)” ได้ 100% ยกตัวอย่างงานจัดแสดงที่ CES ลาสเวกัส ผู้บริหารใส่แว่นตาอัจฉริยะ (Concept Glasses) ที่มี AI อยู่ข้างใน ระบบจะมองเห็นทุกอย่างเหมือนที่ผู้ใส่เห็น และรับคำสั่งให้ส่งอีเมล จัดการตารางงาน หรือสรุปการโต้เถียงในห้องประชุมได้เอง โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในภายหลัง อีเมลถึงจะถูกส่งออกไป ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญและความเป็นส่วนตัวจะปลอดภัยสูงสุด

คุณวรพจน์ ถาวรวรรณ จาก Lenovo กำลังพูดเกี่ยวกับทิศทางของ Lenovo ในปี 2026

Use Cases จริง: เมื่อ AI และ Infrastructure ระดับโลกเปลี่ยนธุรกิจ

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI นำไปใช้งานอย่างไร คุณวรพจน์ได้ยกตัวอย่างการนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมาก

  • Logistics และ Dark Warehouse คลังสินค้าอัจฉริยะของ SP Logistics ในสิงคโปร์ มีการนำ AI ไปวิเคราะห์เส้นทางให้หุ่นยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จนเกิดเป็น “โรงงานและคลังสินค้าปิดไฟ (Zero Electricity)” ที่หุ่นยนต์ขับเคลื่อนด้วยเซ็นเซอร์ 100% ประหยัดพลังงานไฟส่องสว่างได้มหาศาล
  • วงการกีฬา (F1 และ FIFA World Cup) Lenovo เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี ซึ่งใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และสลับเฟรมภาพความเร็วสูง (Frame Rate) ระหว่างการถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ ทำให้คนดูได้เห็นภาพมุมมองในรถแข่ง หรือจังหวะสำคัญของฟุตบอลแบบไม่มีสะดุด ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถสลับภาพได้ทัน
  • สาธารณสุขและการแพทย์ การใช้ AI Infrastructure เข้ามาช่วยแพทย์วิเคราะห์ฟิล์ม X-ray เพื่อประเมินรอยโรคและโรคมะเร็งได้เร็วกว่าเดิมถึง 10 กว่าเท่า และในอนาคตอาจนำ Digital Twins มาจำลองการตอบสนองของร่างกายก่อนรับคีโมบำบัดได้ด้วย
  • รักษ์โลกกับ Sustainability โซลูชัน Neptune Liquid Cooling หรือระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว สามารถช่วยสตูดิโอทำหนังลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ประมวลผล (Render) ภาพลง จาก 300-400 เครื่อง เหลือเพียง 100 เครื่อง แต่ได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 30% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของ Lenovo อย่างกรณีมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เลือกใช้บริการเพื่อลดภาวะโลกร้อน ผ่านใบรับรอง Carbon Offset Certification

เปลี่ยนองค์กรให้เป็นระบบที่ “เรียนรู้และคิดได้เอง”

ก่อนจบการอัปเดต คุณวรพจน์ได้ฝากวิสัยทัศน์ที่ทรงพลังเอาไว้ว่า AI สำหรับภาคธุรกิจในยุคต่อไป จะไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสำหรับจัดการเวิร์กโฟลว์ทั่วไปอีกต่อไป แต่ AI จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่องค์กรมี นำมาสร้างตรรกะและประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจ เพื่อเปลี่ยนให้องค์กรกลายเป็น “ระบบที่สามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง” (Self-learning, self-reinventing entity)

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นและยั่งยืนได้ องค์กรก็จำเป็นจะต้องมีรากฐานโครงสร้างระดับ Hybrid AI ที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และยืดหยุ่นนั่นเอง

Highlight

ตามคำเรียกร้อง ! Google Translate ครบรอบ 20 ปี ปล่อยฟีเจอร์ AI ช่วยฝึกออกเสียงเรียลไทม์ให้ใช้แล้ว

29/04/2026
Read More

เปิดศึกกลางศาล ! อีลอน อ้าง OpenAI คือไอเดียตัวเอง ก่อนแซม อัลต์แมน ปล้นไปทำกำไร

29/04/2026
Read More

จาก ‘CUROX’ สู่ ‘HYROX’ เบื้องหลังกีฬาบ้าพลังที่โตเร็วที่สุดในโลก

29/04/2026
Read More

ออมสิน เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำคนใหม่ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18

29/04/2026
Read More

ซีพี จับมือ SEGA เจ้าของเกมระดับโลกจากญี่ปุ่น ลงนาม MOU สำรวจธุรกิจความบันเทิงในไทย–อาเซียน

29/04/2026
Read More

ทรู คอร์ปอเรชั่น x OYMotion ผุด Neuro AI Tech นวัตกรรมใหม่ ดึงเทคโนโลยี BCI เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายทรู ยกระดับการทำกายภาพบำบัด

28/04/2026
Read More

Related Content